<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>medicareZine.comStatistic</title>
	<atom:link href="http://medicarezine.com/tag/statistic/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://medicarezine.com</link>
	<description>The destiny we care...</description>
	<lastBuildDate>Wed, 21 Jul 2010 05:55:04 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เมื่อ Google ประมวลผลแนวโน้มการระบาดไข้หวัดใหญ่ 2009</title>
		<link>http://medicarezine.com/2009/10/google-flu-trends/</link>
		<comments>http://medicarezine.com/2009/10/google-flu-trends/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Oct 2009 06:19:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dr.Zine</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีการแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้หวัดใหญ่ 2009]]></category>
		<category><![CDATA[Flu 2009]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[H1N1]]></category>
		<category><![CDATA[Statistic]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิล]]></category>
		<category><![CDATA[สถิติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=621</guid>
		<description><![CDATA[คนทั่วโลกส่วนใหญ่จะรู้จัก กูเกิล หรือ Google (หรือที่บางคนชอบเรียกว่า พี่ "กู") ในฐานะผู้ให้บริการค้นหาข้อมูลบน Internet อันดับหนึ่งของโลก นอกจากการค้นหาแล้ว หลายคนยังใช้บริการของ Google หลายตัวในชีวิตประจำวันด้วย เช่น Google Mail หรือ Gmail, Google Maps, Google Earth และอื่นๆ อีกมากมาย จนหลายคนคิดไปไกลว่า Google กำลังจะครองโลก มาดูกันครับว่ากูเกิล เกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ 2009 อย่างไร]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify">คนทั่วโลกส่วนใหญ่จะรู้จัก <strong>กูเกิล</strong> หรือ <strong>Google</strong> (หรือที่บางคนชอบเรียกว่า <strong>พี่ &#8220;กู&#8221;</strong>) ในฐานะผู้ให้บริการค้นหาข้อมูลบน Internet อันดับหนึ่งของโลก นอกจากการค้นหาแล้ว หลายคนยังใช้บริการของ Google หลายตัวในชีวิตประจำวันด้วย เช่น Google Mail หรือ Gmail, Google Maps, Google Earth และอื่นๆ อีกมากมาย จนหลายคนคิดไปไกลว่า Google กำลังจะครองโลก</p>
<p>ดูเหมือนว่า &#8220;<strong>เทคโนโลยี</strong>&#8221; และ &#8220;<strong>นวัตกรรม</strong>&#8221; จะเป็นจุดเด่นที่สุดของกูเกิล ล่าสุดกูเกิลก็เกาะกระแสความดังของ <strong>ไข้หวัดใหญ่ 2009</strong> โดยการทดลองประมวลผลแนวโน้มการระบาดของโรคนี้ โดยเริ่มต้นจากภูมิภาคสำคัญๆ ของโลกก่อน เช่น อเมริกา นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย กูเกิลมิได้เกาะกระแสความดังแบบเล่นๆ ครับ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการประมวลผลทางสถิติ โดยนำข้อมูลจากบริการค้นหาของตนเองมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้อย่างน่าทึ่ง</p>
<p>ในขณะที่พวกเราค้นหาข้อมูลใน Internet โดยใช้บริการของกูเกิลนั้น กูเกิลได้เก็บข้อมูลการค้นหาของเราไว้อย่างละเอียด เช่น <strong>คำที่ค้นหา (Keywords)</strong> วัน เวลา ไอพี (IP Address) และอื่นๆ อีกมากมาย</p>
<p>กูเกิลมีแนวคิดว่า</p>
<blockquote>
<p style="text-align: justify">&#8220;คำที่ใช้ค้นหาบางคำนั้น เป็นสิ่งบ่งชี้ถึงภาวะการณ์ของไข้หวัดใหญ่ได้เป็นอย่างดี&#8221;</p>
</blockquote>
<blockquote>
<p style="text-align: justify">&#8220;We&#8217;ve found that certain search terms are good indicators of flu activity&#8221;</p>
</blockquote>
<p>ตัวอย่างแนวคิดของกูเกิลก็คือ ทุกสัปดาห์จะมีผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ททั่วโลกทำการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพอยู่เนืองๆ และก็คงจะคาดกันอย่างคร่าวๆ ได้ว่า</p>
<ul>
<li>จะมีการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้นจากปกติ ในระหว่างฤดูกาลระบาดของไข้หวัดใหญ่</li>
<li>จะมีการค้นหาเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้เพิ่มขึ้น ในระหว่างฤดูกาลของโรคภูมิแพ้ (โดยมากจะเป็นฤดูใบไม้ผลิ หรือถ้าเป็นเมืองไทยก็จะเป็นฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่พืชไม้ดอกส่วนใหญ่กำลังออกดอก)</li>
<li>จะมีการค้นหาเรื่องของผิวไหม้จากแสงแดด ในระหว่างช่วงฤดูร้อน</li>
</ul>
<p style="text-align: justify">แต่ว่าสถิติการค้นหาดังกล่าว จะสามารถใช้เป็นข้อมูลในการประเมินที่น่าเชื่อถือได้หรือไม่ นี่เป็นสิ่งที่จะต้องพิสูจน์ และกลั่นกรองกันต่อไป</p>
<p style="text-align: justify">ด้วยเหตุนี้ กูเกิลจึงรวบรวบข้อมูลการค้นหาตามแนวคิดดังกล่าว เพื่อลองประเมินภาวะการณ์ของไข้หวัดใหญ่ 2009 ทั่วโลก ว่าจะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ตามที่หวังไว้ได้หรือไม่</p>
<h2>Influenza-Like Illness percentage (ILI %)</h2>
<p>หน่วยงานสาธารณสุขของหลายๆ ประเทศเช่น สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย และประเทศอื่นๆ ใช้รายงานอัตราส่วนเป็นเปอร์เซ็นของ &#8220;<strong>จำนวนผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายกับไข้หวัดใหญ่</strong>&#8221; ต่อ &#8220;<strong>จำนวนผู้ป่วยที่มาพบแพทย์</strong>&#8221; ในการประเมินภาวะการณ์ของการระบาดไข้หวัดใหญ่ <strong>จำนวนเปอร์เซ็นของ ILI ที่มาก แสดงว่ามีจำนวนผู้ป่วยที่แสดงอาการของไข้หวัดใหญ่มาก</strong></p>
<p style="text-align: justify">ซึ่งอาการเหล่านี้อาจจะเกิดจากไวรัสไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล (Seasonal Enfluenza Virus) หรือไวรัสอื่นที่สามารถทำให้ผู้ป่วยมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ก็เป็นได้ การเพิ่มขึ้นของตัวเลข ILI ดังกล่าว เป็นการส่งสัญญาณให้สาธารณสุขเข้ามาหาสาเหตุ หรือตัวการที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์ดังกล่าวได้ทันเวลา</p>
<h2>การประมวลผลแบบทันที (Real-Time)</h2>
<p>ศูนย์การควบคุมโรคของสหรัฐอเมริกา (U.S. Centers for Disease Control : U.S. CDC) ใช้การรวบรวมข้อมูล ILI ที่ได้จากเครือข่ายเฝ้าระวังด้านสุขภาพ มาประมวลผลเพื่อเฝ้าดูสัญญาณผิดปกติดังที่ได้กล่าวมาแล้ว การประมวลผลดังกล่าวอาจต้อง<strong>ใช้เวลารวบรวมและประมวลผลถึง 2 สัปดาห์</strong> กว่าจะประกาศให้สาธารณะทราบได้ แต่ระบบที่กูเกิลกำลังวิจัยอยู่นั้น<strong>ให้ผลเกือบจะทันทีทันใด</strong> ดังเห็นได้จากรูป</p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 651px"><img src="http://lh6.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/SszIe3x6vjI/AAAAAAAAA08/uSeTd-z0GYw/s800/Google%20Flu%20Activity%201_q50.jpg" alt="U.S. Flue ACtivity - Mid-Atlantic Region" width="641" height="260" /><p class="wp-caption-text">รูปที่ 1</p></div>
<p>ในรูปที่ 1 กราฟเส้นสีเหลืองเป็นข้อมูลจาก U.S. CDC ส่วนเส้นสีฟ้านั้นเป็นข้อมูลจากกูเกิล แสดงว่า</p>
<ul>
<li> ข้อมูลจากกูเกิล แสดงให้เห็นภาวะการณ์ของไข้หวัดใหญ่ว่า กำลังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในวันที่ 2008-01-28</li>
<li> ข้อมูลจาก U.S. CDC แสดงข้อมูลที่ช้ากว่าประมาณ 2 สัปดาห์ และยังไม่เห็นแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของผู้มีอาการไข้หวัดใหญ่ (ILI)</li>
</ul>
<p style="text-align: justify">
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 651px"><img src="http://lh3.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/Ss1axn_PLKI/AAAAAAAAA1Y/U-Feq1AZ02c/s800/Google%20Flu%20Activity%202_q60.jpg" alt="U.S. Flue ACtivity - Mid-Atlantic Region 2" width="641" height="260" /><p class="wp-caption-text">รูปที่ 2</p></div>
<p>ในรูปที่ 2 ต่อมาจะพบว่า</p>
<ul>
<li>ข้อมูลจากกูเกิล ยังคงแสดงภาวะการณ์ของไข้หวัดใหญ่ ว่ากำลังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในวันที่ 2008-02-04</li>
<li>ข้อมูลจาก U.S. CDC ยังคงแสดงข้อมูลที่ช้ากว่าประมาณ 2 สัปดาห์ และเพิ่งจะเริ่มมีข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่า มีการเพิ่มขึ้นของผู้มีอาการไข้หวัดใหญ่</li>
</ul>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 650px"><img src="http://lh6.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/Ss1axiJisCI/AAAAAAAAA1c/7X4DHFVwpuk/s800/Google%20Flu%20Activity%203_q60.jpg" alt="U.S. Flue ACtivity - Mid-Atlantic Region 3" width="640" height="259" /><p class="wp-caption-text">รูปที่ 3</p></div>
<p>ในรูปที่ 3 จะพบว่า เส้นกราฟประเมินภาวะการณ์ของกูเกิลนั้น ยังคงนำหน้าและใกล้เคียงกับที่ U.S. CDC ประกาศออกมา (หลังจากเวลาผ่านมาแล้วเกือบ 2 สัปดาห์)</p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 643px"><img src="http://lh3.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/Ss1-sNsVbkI/AAAAAAAAA20/3234291WQEM/s800/Google%20Flu%20Activity%20-%20USA_q60.jpg" alt="U.S. Flue ACtivity - West North Central Region" width="633" height="230" /><p class="wp-caption-text">รูปที่ 4</p></div>
<p>ในรูปที่ 4 เป็นกราฟเปรียบเทียบระหว่างการประเมินภาวะการณ์จากข้อมูลของกูเกิล และข้อมูล ILI จาก U.S. CDC ซึ่งจะเห็นว่าในเวลาหลายปีที่ผ่านมา กราฟทั้งสองมีลักษณะใกล้เคียงกันมาก</p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 643px"><img src="http://lh4.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/Ss1-sPD-cQI/AAAAAAAAA24/DaJtDshRy2E/s800/Google%20Flu%20Activity%20-%20AUS_q60.jpg" alt="Australia Flu Activity, Victoria" width="633" height="232" /><p class="wp-caption-text">รูปที่ 5</p></div>
<p>ในรูปที่ 5 เป็นกราฟเปรียบเทียบระหว่างการประเมินภาวะการณ์จากข้อมูลของกูเกิล และข้อมูล ILI จากออสเตรเลีย (VIDRL: Victorian Infectious Diseases Reference Laboratory) ซึ่งจะเห็นว่ากราฟทั้งสองมีลักษณะใกล้เคียงกันมากเช่นกัน</p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 648px"><img src="http://lh5.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/Ss1axsOVNrI/AAAAAAAAA1k/cR9G1spQxC0/s800/Google%20Flu%20Activity%20-%20NZ_q60.jpg" alt="U.S. Flue ACtivity - North Island" width="638" height="243" /><p class="wp-caption-text">รูปที่ 6</p></div>
<p>ในรูปที่ 6 เป็นกราฟเปรียบเทียบระหว่างการประเมินภาวะการณ์จากข้อมูลของกูเกิล และข้อมูล ILI จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งให้ทุนสนับสนุนโดยกระทรวงสาธารณสุขนิวซีแลนด์ (WHO National Influenza Centre at the Institute of Environmental Science and Research) ซึ่งจะเห็นว่ากราฟทั้งสองมีลักษณะใกล้เคียงกันมากเช่นกัน</p>
<p>คราวนี้เราลองมาลองแนวคิดนี้กันเองดีกว่าครับ กูเกิลเองนั้นมีบริการค้นหาแบบพิเศษ ซึ่งสามารถตรวจสอบปริมาณการค้นหาจากทั่วโลกได้คือ <strong><a title="Google Instights for Search" href="http://www.google.com/insights/search/" target="_blank">Google Insights for Search</a></strong> บริการนี้จะทำให้เราสามารถตรวจสอบได้ว่า คำที่เราต้องการ (เช่น &#8220;<strong>ไข้หวัดใหญ่ 2009</strong>&#8220;, &#8220;<strong>flu 2009</strong>&#8220;) นั้นมีปริมาณการค้นหาอย่างไร ผลการค้นหานี้มิได้แสดงเป็นจำนวนครั้ง แต่แสดงเป็นจำนวนเปอร์เซ็น (%) ของปริมาณสูงสุดในช่วงเวลาที่เราต้องการ ดังนั้นตัวเลขที่เราเห็นจะมีค่าสูงสุดเป็น 100 (%) เสมอ</p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 660px"><img src="http://lh4.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/Ss12zB2OPVI/AAAAAAAAA1s/fjd-9G8lVhU/s800/Google%20Flu%20-%20Insights_q60.jpg" alt="Google Insights for Search" width="650" height="133" /><p class="wp-caption-text">รูปที่ 7</p></div>
<p>ที่เว็บค้นหานี้ (รูปที่ 7) เราจะลองค้นหาคำ &#8220;<strong>flu 2009</strong>&#8221; โดยเราจะค้นหาสถิติในปี 2009 จากเว็บทั่วโลกกันดูนะครับ ผลปรากฎดังข้างล่าง (รูปที่ <img src='http://medicarezine.com/wp-includes/images/smilies/icon_cool.gif' alt='8)' class='wp-smiley' /> </p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 810px"><img src="http://lh6.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/Ss12zGQQMtI/AAAAAAAAA1w/2ESdTiwws40/s800/Google%20Flu%20-%20Insights%202_q60.jpg" alt="Search Result for &quot;flu 2009&quot; aroundthe world" width="800" height="304" /><p class="wp-caption-text">รูปที่ 8</p></div>
<p>จากกราฟแสดงผลการค้นหาสถิติ &#8220;<strong>flu 2009</strong>&#8221; ในปี 2009 จากทั่วโลก ( ตามรูปที่ 8 ) จะพบว่า:</p>
<ul>
<li>เมื่อคุณเอาเมาส์ชี้ไปบนกราฟ กราฟจะแสดงปริมาณเป็น ร้อยละของปริมาณสูงสุด และเวลาบนกราฟที่เมาส์ชี้อยู่ (บนขวาของตัวกราฟ)</li>
<li>มีปริมาณการค้นหาสูงสุดในช่วงปลายเดือน เมษายน 2009 คือ 100 (สเกลเต็มของปริมาณสูงสุด)</li>
<li>ในช่วงเดือนเมษายน 2009 จะเป็นช่วงที่ไข้หวัดใหญ่ 2009 กำลังเริ่มเป็นข่าวดังไปทั่วโลก และเริ่มแพร่ระบาดไปในหลายประเทศ</li>
<li>ปริมาณการค้นหา &#8220;flu 2009&#8243; ตลอดปี 2009 โดยเฉลี่ยคือ 13% ของปริมาณการค้นหาสูงสุด (เดือนเมษายน 2009) ดังแสดงไว้ที่มุมบนขวาขวาของภาพ</li>
</ul>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 810px"><img src="http://lh3.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/Ss12zHJV6xI/AAAAAAAAA10/5By3OKU396s/s800/Google%20Flu%20-%20Insights%203_q60.jpg" alt="Search Result for &quot;flu 2009&quot; by Region" width="800" height="302" /><p class="wp-caption-text">รูปที่ 9</p></div>
<p>ผลการค้น &#8220;<strong>flu 2009</strong>&#8221; ต่อมา (รูปที่ 9) ยังแสดง<strong>แผนภูมิปริมาณค้นหาตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก</strong>โดยจะพบว่า:</p>
<ul>
<li>ในช่วงปี 2009 ประเทศสหรัฐอเมริกามีปริมาณการค้นหาสูงสุด (เต็ม 100)</li>
<li>อันดับรองลงมาคือ สิงคโปร์ ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย อินเดีย &#8230;</li>
<li>ส่วนไทย (เอาเมาส์ไปชี้ที่แผนที่) มีปริมาณการค้นหาประมาณ 47% ของปริมาณการค้นหาสูงสุด</li>
</ul>
<p>และที่ด้านล่างของกราฟนั้น คุณจะพบลิงค์ &#8220;<strong>ดูการเปลี่ยนแปลงตลอดระยะเวลา</strong>&#8221; ซึ่งเมื่อคลิกที่ลิงค์ กราฟแผนที่ที่แสดงอยู่ จะเริ่มแสดงการเปลี่ยนแปลงปริมาณการค้นหา ในแต่ละช่วงเวลาไปเรื่อยๆ คล้ายกับเป็น <strong>ผังวิดีโอแสดงการระบาดหรือการตื่นตัวของ &#8220;flu 2009&#8243;</strong> ไปโดยอัตโนมัติ</p>
<p>แล้วประเทศไทยหล่ะเป็นอย่างไร เราลองดูสถิติการค้นหาคำว่า &#8220;<strong>ไข้หวัดใหญ่ 2009</strong>&#8221; ในปี 2009 กันดูครับ ผลที่ได้เป็นดังรูปที่ 10</p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 810px"><img src="http://lh4.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/Ss12zIEupCI/AAAAAAAAA14/U95NiR0DDyU/s800/Google%20Flu%20-%20Insights%204_q60.jpg" alt="Search Result for &quot;ไข้หวัดใหญ่ 2009&quot; in Thailand" width="800" height="287" /><p class="wp-caption-text">รูปที่ 10</p></div>
<p>จากกราฟในรูปที่ 10 เราจะพบว่า</p>
<ul>
<li>ในช่วงปี 2009 ประเทศไทยมีปริมาณการค้นหาสูงสุด (100) ในช่วง 12-18 กรกฎาคม 2009 (2009-08) ซึ่งในช่วงนี้เป็นช่วงที่อัตราการเสียชีวิตด้วยไข้หวัดใหญ่ 2009 กำลังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง (เสียชีวิต 111 ราย)</li>
<li>อัตราการค้นหา &#8220;ไข้หวัดใหญ่ 2009&#8243; โดยเฉลี่ยทั้งปีคือ 17% ของปริมาณการค้นหาสูงสุด (ในช่วง 12-18 กรกฎาคม 2009)</li>
</ul>
<p style="text-align: justify">ที่ด้านล่างของผลการค้นหา จะแสดงคำค้นหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น &#8220;<strong>Swin Flu 2009</strong>&#8220;, &#8220;<strong>Swin Flu</strong>&#8220;, <strong>&#8220;h1n1</strong>&#8221; ซึ่งเมื่อคลิกไป ก็จะเป็นการแสดงสถิติการค้นหาของคำดังกล่าว โดยผลจะใกล้เคียงกัน คือมีปริมาณค้นหาสูงสุดในเดือนเมษายน &#8211; กรกฎาคม 2009 ซึ่งบางช่วงอาจยังไม่มีการตั้งชื่อของโรคนี้อย่างเป็นทางการ</p>
<p style="text-align: justify">จากข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมา เราจะพบว่ากูเกิล (และประเทศในแถบยุโรป หรือพวก &#8220;ฝรั่ง&#8221;) นั้นนำข้อมูลทางสถิติมาใช้ได้อย่างน่าทึ่งและมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก</p>
<p style="text-align: justify">หันกลับมาดูที่ประเทศไทยเราบ้าง ผมพยายามค้นหาข้อมูลทางสถิติของโรคต่างๆ จากหน่วยงานราชการ แต่ก็อย่างที่ทุกท่านคงเดากันได้คือ &#8220;<strong>ไม่พบ</strong>&#8221; ครับ มันเป็นเรื่องตลกที่หัวเราะไม่ออก และออกไปในทางน่าเศร้าเสียด้วยซ้ำ ชีวิตคนไทย (ส่วนใหญ่) อยู่ในกำมือของคนส่วนน้อย ที่ไม่เคยคิดจะสนใจคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้เลย เฮ้อ&#8230;</p>
<p style="text-align: justify">
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://medicarezine.com/2009/10/google-flu-trends/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มาเลเรีย และแผนการขององค์การอนามัยโลกในปี 2015</title>
		<link>http://medicarezine.com/2009/08/malaria-and-who-year-2015-plan/</link>
		<comments>http://medicarezine.com/2009/08/malaria-and-who-year-2015-plan/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 23 Aug 2009 06:49:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dr.Zine</dc:creator>
				<category><![CDATA[มาเลเรีย (Malaria)]]></category>
		<category><![CDATA[Aids]]></category>
		<category><![CDATA[HIV]]></category>
		<category><![CDATA[Malaria]]></category>
		<category><![CDATA[Statistic]]></category>
		<category><![CDATA[การป้องกันการระบาด]]></category>
		<category><![CDATA[มาเลเรีย]]></category>
		<category><![CDATA[สถิติ]]></category>
		<category><![CDATA[เอดส์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=268</guid>
		<description><![CDATA[วันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมาเป็นวันต่อต้านมาเลเรียโลก ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO (World Health Organization) แสดงให้เห็นว่าประชากรจำนวน 3.3 พันล้านคน (ประมาณครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งโลก) ตกอยู่ในความเสี่ยงของโรคนี้ ทุกปีประชากรในจำนวนที่เสี่ยงนี้ จะมีผู้ติดเชื้อมาเลเรียประมาณ 250 ล้านราย และในจำนวนนี้เสียชีวิตประมาณ 1 ล้านราย โดยประชากรที่ตกอยู่ในความเสี่ยงมากที่สุดอยู่ในประเทศยากจน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify"><img style="border: 1px solid black;margin: 8px;float: left" src="http://lh4.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/SpC2jZlS8oI/AAAAAAAAAVg/Jlu12rAbApw/s800/malaria_mosquito.jpg" alt="Malaria" width="130" height="100" />วันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมาเป็นวันต่อต้านมาเลเรียโลก ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก หรือ <a href="http://www.who.int/en/" target="_blank">WHO (World Health Organization)</a> แสดงให้เห็นว่าประชากรจำนวน 3.3 พันล้านคน (ประมาณครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งโลก) ตกอยู่ในความเสี่ยงของโรคนี้ ทุกปีประชากรในจำนวนที่เสี่ยงนี้ จะมีผู้ติดเชื้อมาเลเรียประมาณ 250 ล้านราย และในจำนวนนี้เสียชีวิตประมาณ 1 ล้านราย โดยประชากรที่ตกอยู่ในความเสี่ยงมากที่สุดอยู่ในประเทศยากจน</p>
<p style="text-align: justify"><span id="more-268"></span>ไข้มาเลเรียเป็นปัญหารุนแรงมากในทวีปแอฟริกา (Africa) มีเด็กถึง 20% ตายเนื่องจากโรคนี้ โดยเฉลี่ยแล้วเด็กแอฟริกาจะเป็นไข้มาเลเรีย 1.6 &#8211; 5.4 ครั้งในทุกปี และเด็ก 1 คนจะตายเนื่องจากโรคนี้ทุกๆ 30 วินาที</p>
<h2>ชนิดของมาเลเรียที่เกิดกับคน</h2>
<ol>
<li> Plasmodium falciparum: พบบ่อย และมีความรุนแรง</li>
<li> Plasmodium vivax: พบบ่อย</li>
<li> Plasmodium malariae</li>
<li> Plasmodium ovale.</li>
</ol>
<h2>อาการ</h2>
<p style="text-align: justify">เป็นไข้, ปวดหัว, หนาว, อาเจียน อาการเหล่านี้จะปรากฎหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 10 &#8211; 15 วัน ถ้าไม่ได้รับการรักษาด้วยาที่มีประสิทธิภาพอย่างทันท่วงที จะทำให้อาการทรุดหนักได้</p>
<h2 style="text-align: justify">พาหะ</h2>
<p style="text-align: justify">ยุงก้นปล่อง ซึ่งมีปรสิตประเภท Plasmodium อาศัยอยู่</p>
<h2 style="text-align: justify">กลุ่มเสี่ยง</h2>
<ul>
<li>นักเดินทางจากพื้นที่ปลอดมาเลเรีย (คนเหล่านี้จะมีภูมิต้านทานต่อมาเลเรียน้อย หรือไม่มีเลย) ที่เดินทางเข้าไปในพื้นที่การระบาด</li>
<li>สตรีมีครรภ์ที่ไม่มีภูมิต้านทาน ซึ่งจะมีผลทำให้แท้งลูกได้</li>
<li>สตรีมีครรภ์ที่พอมีภูมิต้านทานบ้าง จะมีผลทำให้เกิดโลหิตจางอย่างแรง มีทารกเสียชีวิตจากกรณีนี้ประมาณ 200,000 รายทุกปี</li>
<li>สตรีมีครรภ์ที่ติดเชื้อไวรัส HIV หรือโรคเอดส์ (Aids) จะมีความเสี่ยงสูงมากขึ้น</li>
</ul>
<h2>การแพร่ระบาด การติดเชื้อ การป้องกันและการควบคุมไข้มาเลเรีย</h2>
<ol>
<li> มาเลเรียเป็นเชื้อโรคที่ติดต่อได้กับคนทุกอายุ โรคนี้เกิดจากปรสิต (Parasite) ในจำพวก Plasmodium ซึ่งติดต่อจากคนหนึ่งสู่คนหนึ่งได้โดยการกัดของยุง (ก้นปล่อง) ที่มีปรสิตนี้อาศัยอยู่ หากผู้ติดเชื้อไม่ได้รับการรักษาด้วยยาที่มีประสิทธิภาพอย่างถูกต้องทันท่วงที จะมีผลทำให้อาการหนักได้</li>
<li> ประชากรราว 3.3 พันล้านคน หรือประมาณครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งโลก ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้ ทุกๆ ปีจะมีผู้ป่วยมาเลเรียประมาณ 250 ล้านราย ในจำนวนนี้เสียชีวิตประมาณ 1 ล้านราย ประชากรที่ตกอยู่ในความเสี่ยงมากที่สุดอยู่ในประเทศยากจน</li>
<li> ประมาณ 20% ของเด็กในทวีปแอฟริกาที่เสียชีวิต จะเสียชีวิตจากมาเลเรีย เด็กแอฟริกาจะป่วยเป็นโรคนี้ประมาณ 1.6 &#8211; 5.4 ครั้งต่อปี และจะมีเด็กในแอฟริกาเสียชีวิตจากมาเลเรียทุกๆ 30 วินาที</li>
<li>การได้รับการตรวจและรักษาแต่เนิ่นๆ เป็นวิธีพื้นฐานในการควบคุมมาเลเรีย เนื่องจากเป็นการลดระยะเวลาการติดเชื้อและแพร่เชื้อให้น้อยลง และเป็นการป้องกันการเสียชีวิตได้เป็นอย่างดี</li>
<li>การใช้ยาต้านเชื้ออย่างไม่เหมาะสมในศตวรรษที่ผ่านมา เป็นเหตุให้เชื้อนี้ดื้อยาอย่างรวดเร็ว นำมาซึ่งการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ในระยะเวลาสิบปีมานี้มียาต้านเชื้ออย่างใหม่ที่รู้จักกันว่าเป็นยารวมจำพวก Artemisinin (Artemisinin-based Combination Therapies : ACT) ยานี้นำมาซึ่งความหวังใหม่ในการต่อสู้กับเมเลเรียอีกครั้ง</li>
<li>ยุทธวิธีหลักในการควบคุมมาเลเรีย ก็คือการลดอัตราและจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อให้ลดลง สิ่งนี้จะทำสำเร็จได้โดยการควบคุมประชากรยุง ซึ่งจะมีผลให้ลดหรือขัดขวางการแพร่เชื้อตามมา</li>
<li> ในระยะยาวนั้น สามารถใช้มุ้งเคลือบยาฆ่าแมลงในการป้องกันประชากรกลุ่มเสี่ยงได้ โดยเฉพาะเด็กและสตรีมีครรภ์ในพื้นที่เสี่ยง มุ้งยังสามารถปกป้องชุมชนเมื่อมีการใช้อย่างแพร่หลายอย่างน้อย 80% มุ้งประเภทนี้มีอายุการใช้งานได้นานหลายปี บางรุ่นมีอายุใช้งานได้ 3-5 ปีเลยทีเดียว</li>
<li>การพ่นยาในที่อยู่อาศัย เป็นการลดจำนวนของยุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีการพ่นยานี้จะมีผลอยู่ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของพื้นผิวของบริเวณที่ถูกพ่นยา (หากเป็นยา DDT จะมีผลนานกว่า คืออาจมีผลนานถึง 12 เดือนก็เป็นได้) หมายเหตุ: ในระยะหลังๆ นี้ ทั่วโลกในรณรงค์ให้หยุดใช้ DDT แล้วนะครับ เนื่องจากเป็นพิษนานต่อสิ่งแวดล้อม สัตว์ รวมทั้งคน นอกจากนี้ DDT ยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สิ่งมีชีวิตไม่สามารถมีลูกได้ (อาจจะแท้ง หรือเป็นหมัน) การเกือบสูญพันธ์ของนกอินทรีย์ในอเมริกาก็มีสาเหตุส่วนหนึ่งจาก DDT นี้เช่นกัน
<ul style="text-align: justify">
<li>หมายเหตุ: ในระยะหลังๆ นี้ ทั่วโลกได้รณรงค์ให้หยุดใช้ DDT แล้วนะครับ เนื่องจากเป็นพิษนานต่อสิ่งแวดล้อม สัตว์ รวมทั้งคน นอกจากนี้ DDT ยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สิ่งมีชีวิตไม่สามารถมีลูกได้ (อาจจะแท้ง หรือเป็นหมัน) การเกือบสูญพันธ์ของนกอินทรีย์ในอเมริกาก็มีสาเหตุส่วนหนึ่งจาก DDT นี้เช่นกัน</li>
</ul>
</li>
<li>สตรีมีครรภ์จะมีความเสี่ยงสูงไม่ใช่แต่การเสียชีวิตเท่านั้น แต่รวมไปถึงการแท้งลูก การคลอดก่อนกำหนด การตายของทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์อีกด้วย มาเลเรียทำให้เกิดภาวะโลหิตจางในมารดาอย่างแรง และเป็นสาเหตุถึง 1 ใน 3 ของการทำให้ทารกแรกเกิดมีน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน มาเลเรียมีผลให้สตรีมีครรภ์เสียชีวิตถึง 10,000 ราย และทารกเสียชีวิตถึง 200,000 รายทุกปีในแอฟริกาทวีปเดียวมาเลเรียส่งผลให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจ 1.3% ในประเทศที่มีการแพร่เชื้ออย่างรุนแรง</li>
<li>มาเลเรียมีผลต่อครอบครัวและชุมชนในย่านยากจน โดยเฉพาะประชากรที่ไม่สามารถเข้าถึงการสาธารณสุขได้ มาเลเรียมีผลต่อความยากจน และลดความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กในระยะยาว มันเป็นปัญหาทั้งในสถานศึกษาและสถานที่ทำงาน อย่างไรก็ตามมันป้องกันและรักษาได้</li>
</ol>
<h2>เงินกองทุนที่ใช้สนับสนุนเพื่อต่อต้านมาเลเรีย</h2>
<p>ที่มา: <a href="http://www.rollbackmalaria.org/worldmalariaday/index.html" target="_blank">rollbackmalaria.org</a></p>
<p>หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ (million U.S.D.)</p>
<table style="width: 475px;height: 98px" border="0">
<caption>เงินกองทุนที่ใช้สนับสนุนเพื่อต่อต้านมาเลเรีย</caption>
<tbody>
<tr style="text-align: center;background-color: #1f9af4" align="center">
<td>ปี (Year)</td>
<td>เอเชียแปซิฟิก</td>
<td>แอฟริกา</td>
<td>ทวีปอเมริกา</td>
<td style="text-align: center">ตะวันออกกลางและยุโรป</td>
</tr>
<tr>
<td style="text-align: center">2009</td>
<td style="text-align: center">227</td>
<td style="text-align: center">2,700</td>
<td style="text-align: center">227</td>
<td style="text-align: center">188</td>
</tr>
<tr>
<td style="text-align: center">2010</td>
<td style="text-align: center">261</td>
<td style="text-align: center">3,000</td>
<td style="text-align: center">261</td>
<td style="text-align: center">226</td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>ผังการระบาดของมาเลเรีย</h2>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 530px"><img src="http://lh5.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/SpC5QzC5mAI/AAAAAAAAAVk/ty8qVEYT6Ek/s800/malaria_regions_all.jpg" alt="ผังการระบาดรวมของมาเลเรีย (ข้อมูลปี 2009)" width="520" height="262" /><p class="wp-caption-text">ผังการระบาดรวมของมาเลเรีย (ข้อมูลปี 2009)</p></div>
<p>จากผังรวมทั่วโลก มีประเทศที่มีมาเลเรียระบาดอยู่ถึง 109 ประเทศใน 4 เขตทั่วโลก</p>
<h3>ระดับการระบาด</h3>
<ul>
<li>Control, High global Deaths (<strong><span style="color: #3366ff">สีฟ้าเข้ม</span></strong>): เป็นพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรง มีอัตราการเสียชีวิตสูง เป็นพื้นที่ที่ต้องควบคุมเพิเศษ</li>
<li>Control, Low Global Deaths (<strong><span style="color: #00ccff">สีฟ้าอ่อน</span></strong>): เป็นพื้นที่ที่มีการระบาด มีอัตราการเสียชีวิตที่ไม่สูงมากนัก</li>
<li>Elimination (<strong><span style="color: #ff9900">สีเหลือง</span></strong>): เป็นพื้นที่ที่ยังมีมาเลเรียอยู่แต่น้อย อยู่ในระหว่างการกำจัดมาเลเรียให้หมดไป</li>
<li>Malaria Free (สีขาว): เป็นพื้นที่ที่ปลอดจากมาเลเรีย</li>
</ul>
<p>จากแผนที่เราจะสังเกตได้ว่ามาเลเรียจะระบาดมากบริเวณประเทศแถบร้อนใกล้เส้น ศูนย์สูตร (ประเทศไทยก็อยู่บริเวณนี้เช่นกัน) ทั้งนี้ก็เนื่องจากยุงชอบอาศัยในบริเวณสภาพอากาศเปียกชื้นนั่นเอง</p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 482px"><img class=" " src="http://lh4.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/SpDWEIfnT5I/AAAAAAAAAV4/Z8kG17IZM6k/s800/malaria_regions.jpg" alt="Malaria 4 Regions" width="472" height="254" /><p class="wp-caption-text">เขตการระบาดรวมของมาเลเรีย 4 เขต (ปี 2009)</p></div>
<h3>เขตทวีปแอฟริกา</h3>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 526px"><img src="http://lh4.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/SpC5RFELZwI/AAAAAAAAAVo/znQxAJVepkQ/s800/malaria_regions_africa.jpg" alt="Malaria in Africa" width="516" height="264" /><p class="wp-caption-text">มาเลเรียในแอฟริกา</p></div>
<p style="text-align: center">
<p><strong>ประเทศ</strong>: มีมาเลเรียระบาดอยู่ 50 ประเทศ โดยเป็นประเทศที่ต้องอยู่ในข่ายควบคุม 46 ประเทศ อีก 4 ประเทศสามารถกำจัดมาเลเรียได้แล้ว<br />
<strong>เป้าหมาย</strong>: ค่อยๆ ลดจำนวนผู้ป่วยจาก 365 ล้านราย ให้เหลือ 158 ล้านราย และ 79 ล้านรายในปี 2015 และลดอัตราการเสียชีวิตลงจาก 963,000 ราย ให้เหลือ 480,000 ราย จนกระทั่งไม่มีผู้เสียชีวิตเลยในปี 2015</p>
<h3>เขตเอเชีย-แปซิฟิค</h3>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 514px"><img src="http://lh6.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/SpC5Ran8uPI/AAAAAAAAAVs/Cn3_vdRQOsI/s800/malaria_regions_asia_pacific.jpg" alt="Malaria in Asia-Pacific" width="504" height="269" /><p class="wp-caption-text">มาเลเรียในเอเชียแปซิฟิก</p></div>
<p><strong>ประเทศ</strong>: มีมาเลเรียระบาดอยู่ 20 ประเทศ (รวมถึงประเทศไทย) โดยเป็นประเทศที่ต้องอยู่ในข่ายควบคุม 16 ประเทศ อีก 4 ประเทศสามารถกำจัดมาเลเรียได้แล้ว<br />
<strong>เป้าหมาย</strong>: รักษาอัตราการตายให้คงอยู่ในอัตราต่ำ (ไม่เกิน 1,000 ราย) และสามารถกำจัดมาเลเรียเพิ่มได้ใน 1 ประเทศหรือมากกว่านั้น</p>
<h3>เขตทวีปอเมริกา</h3>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 511px"><img src="http://lh5.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/SpC5ReZLQhI/AAAAAAAAAVw/_ST4nO0_5Dc/s800/malaria_regions_the_americas.jpg" alt="Malaria in Americas" width="501" height="268" /><p class="wp-caption-text">มาเลเรียในทวีปอเมริกา</p></div>
<p><strong>ประเทศ</strong>: มีมาเลเรียระบาดอยู่ 22 ประเทศ โดยเป็นประเทศที่ต้องอยู่ในข่ายควบคุม 17 ประเทศ อีก 5 ประเทศสามารถกำจัดมาเลเรียได้แล้ว<br />
<strong>เป้าหมาย</strong>: ลดจำนวนผู้ป่วยลงจาก 134 ล้านราย ให้เหลือ 33 ล้านราย ในปี 2015 และลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงให้ไม่มีผู้เสียชีวิตในปี 2015</p>
<h3>เขตตะวันออกกลางและยุโรป</h3>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 518px"><img src="http://lh3.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/SpC5RY7xKgI/AAAAAAAAAV0/lxPN1bUh4Cg/s800/malaria_regions_middleeast_eurasia.jpg" alt="Malaria in Middle East and Eurasia" width="508" height="268" /><p class="wp-caption-text">มาเลเรียในตะวันออกกลางและยุโรป</p></div>
<p><strong>ประเทศ</strong>:  มีมาเลเรียระบาดอยู่ 17 ประเทศ โดยเป็นประเทศที่ต้องอยู่ในข่ายควบคุม 3 ประเทศ อีก 14 ประเทศสามารถกำจัดมาเลเรียได้แล้ว<br />
<strong>เป้าหมาย</strong>: ลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงในปี 2010 และปี 2015</p>
<h3>หมายเหตุ:</h3>
<ol>
<li> ตัวเลขเงินที่ต้องการใช้ในสนับสนุนต่อต้านมาเลเรียของเขตเอเชีย-แปซิฟิค ยังสับสนอยู่ หากดูในแผนผัง จะพบว่าใช้น้อยพอๆ กับแถบยุโรป แต่พอค้นดูจากเว็บ <a href="http://www.rollbackmalaria.org/gmap/3-1.html" target="_blank">rollbackmalaria.org</a> จะพบว่าต้องการใช้เงินทุนใกล้เคียงหรือมากกว่าแอฟริกาเลยทีเดียว ถ้าเอาตามที่ผมรู้สึก ผมว่าเอเชีย-แปซิฟิคน่าจะมีมาเลเรียระบาดน้อยกว่าแอฟริกามาก ดังนั้นเงินทุนที่ต้องการสนับสนุนไม่น่าจะมากตามที่แสดงในเว็บ</li>
<li>จากตัวเลขเป้าหมายในแผนภาพ ถ้าสังเกตดีๆ จะพบว่าตัวเลขเป้าหมายของจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียเสียชีวิตในบางเขต ยังสับสนอยู่เช่น หน่วยไม่ชัดเจน (ไม่มีหน่วย, หน่วย K, หน่วย M) หรือตัวเลขเป้าหมายเพิ่มขึ้น ทำให้สับสนเหมือนกันว่ารายงานนี้ถูกต้องแค่ไหน</li>
</ol>
<p>ที่มา: <a href="http://www.who.int/en/" target="_blank">WHO</a>, <a href="http://www.rollbackmalaria.org/worldmalariaday/index.html" target="_blank">RoolbackMalaria</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://medicarezine.com/2009/08/malaria-and-who-year-2015-plan/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รายงานการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่ 2009 ในประเทศไทย</title>
		<link>http://medicarezine.com/2009/08/flu-2009-pandemic-report-in-thailand/</link>
		<comments>http://medicarezine.com/2009/08/flu-2009-pandemic-report-in-thailand/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2009 13:25:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dr.Zine</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[โรคระบาด (Plague)]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้หวัดใหญ่ 2009]]></category>
		<category><![CDATA[Flu]]></category>
		<category><![CDATA[H1N1]]></category>
		<category><![CDATA[Statistic]]></category>
		<category><![CDATA[สถิติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=95</guid>
		<description><![CDATA[รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 21 พฤศจิกายน 2552 (Sat. 2009-11-21)
ตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุด 187 ราย
ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขในวันพุธ 25 พฤศจิกายน 2552 (Wed. 2009-11-25)
 




ขออภัยที่แสดงเฉพาะตัวเลขผู้เสียชีวิต สาเหตุที่ไม่นำตัวเลขผู้ติดเชื้อมาแสดงนั้น เพราะหลายท่านเชื่อว่ามีเป็นแสนๆ ไปแล้ว ซึ่งห่างไกลจากตัวเลขที่แถลงเป็นทางการมากนัก



วันที่
 (Date)
จำนวนผู้เสียชีวิตรวม (Total Death Count)




2009-06-06
1


2009-06-20
2


2009-06-29
3


2009-07-01
5


2009-07-06
7


2009-07-07
8


2009-07-08
11


2009-07-09
13


2009-07-10
15


2009-07-12
18


2009-07-13
21


2009-07-14
24


2009-07-22
44


2009-07-29
65


2009-08-02
81


2009-08-08
97


2009-08-15

111



2009-08-22
119


2009-08-29
130


2009-09-05
142


2009-09-12
153


2009-09-19
160


2009-09-26
165


2009-10-03
168


2009-10-10
170


2009-10-17
173


2009-10-24
176


2009-10-31
178


2009-11-07
184


2009-11-14
185


2009-11-21
187



รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 14 พฤศจิกายน 2552 (Sat. 2009-11-14)
ตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุด 185 ราย
ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขในวันพุธ 18 พฤศจิกายน 2552 (Wed. 2009-11-18)
รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 07 พฤศจิกายน 2552 (Sat. 2009-11-07)
ตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุด 184 ราย
ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขในวันพุธ 11 พฤศจิกายน 2552 (Wed. 2009-11-11)
รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 31 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 21 พฤศจิกายน 2552 (Sat. 2009-11-21)</h3>
<p style="text-align: justify">ตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุด 187 ราย</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขในวันพุธ 25 พฤศจิกายน 2552 (Wed. 2009-11-25)</p>
<p><strong> </strong></p>
<p style="text-align: justify">
<p><span id="more-95"></span></p>
<p style="text-align: center"><img class="  aligncenter" src="http://lh6.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/Sw1b2IGEuXI/AAAAAAAABQc/JXG23o_CRB0/s800/H1N1-Death-Count-2009-11-21.jpg" alt="Flu 2009 padamic report in Thailand" width="600" height="476" /></p>
<p style="text-align: center">
<p>ขออภัยที่แสดงเฉพาะตัวเลขผู้เสียชีวิต สาเหตุที่ไม่นำตัวเลขผู้ติดเชื้อมาแสดงนั้น เพราะหลายท่านเชื่อว่ามีเป็นแสนๆ ไปแล้ว ซึ่งห่างไกลจากตัวเลขที่แถลงเป็นทางการมากนัก</p>
<table style="border: 0pt solid #015e83;width: 409px;height: 567px" border="0" cellpadding="4">
<thead>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center"><strong>วันที่</strong></p>
<p><strong> (Date)</strong></td>
<td style="text-align: center"><strong>จำนวนผู้เสียชีวิตรวม (Total Death Count)</strong></td>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-06-06</td>
<td style="text-align: right">1</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-06-20</td>
<td style="text-align: right">2</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-06-29</td>
<td style="text-align: right">3</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-07-01</td>
<td style="text-align: right">5</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-07-06</td>
<td style="text-align: right">7</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-07-07</td>
<td style="text-align: right">8</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-07-08</td>
<td style="text-align: right">11</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-07-09</td>
<td style="text-align: right">13</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-07-10</td>
<td style="text-align: right">15</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-07-12</td>
<td style="text-align: right">18</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-07-13</td>
<td style="text-align: right">21</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-07-14</td>
<td style="text-align: right">24</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-07-22</td>
<td style="text-align: right">44</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-07-29</td>
<td style="text-align: right">65</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-08-02</td>
<td style="text-align: right">81</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-08-08</td>
<td style="text-align: right">97</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-08-15</td>
<td>
<p style="text-align: right">111</p>
</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-08-22</td>
<td style="text-align: right">119</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-08-29</td>
<td style="text-align: right">130</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-09-05</td>
<td style="text-align: right">142</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-09-12</td>
<td style="text-align: right">153</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-09-19</td>
<td style="text-align: right">160</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-09-26</td>
<td style="text-align: right">165</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-10-03</td>
<td style="text-align: right">168</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-10-10</td>
<td style="text-align: right">170</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-10-17</td>
<td style="text-align: right">173</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-10-24</td>
<td style="text-align: right">176</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-10-31</td>
<td style="text-align: right">178</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-11-07</td>
<td style="text-align: right">184</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-11-14</td>
<td style="text-align: right">185</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-11-21</td>
<td style="text-align: right">187</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 14 พฤศจิกายน 2552 (Sat. 2009-11-14)</h3>
<p style="text-align: justify">ตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุด 185 ราย</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขในวันพุธ 18 พฤศจิกายน 2552 (Wed. 2009-11-18)</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 07 พฤศจิกายน 2552 (Sat. 2009-11-07)</h3>
<p style="text-align: justify">ตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุด 184 ราย</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขในวันพุธ 11 พฤศจิกายน 2552 (Wed. 2009-11-11)</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 31 ตุลาคม 2552 (Sat. 2009-10-31)</h3>
<p style="text-align: justify">ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 178 เพิ่มขึ้น 2 คนจากสัปดาห์ที่แล้ว</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขในวันพุธ 4 พฤศจิกายน 2552 (Wed. 2009-11-04)</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 24 ตุลาคม 2552 (Sat. 2009-10-24)</h3>
<p style="text-align: justify">ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 176 เพิ่มขึ้น 3 คนจากสัปดาห์ที่แล้ว</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขในวันพุธ 28 ตุลาคม 2552 (Wed. 2009-10-28)</p>
<p style="text-align: justify">นพ.วิชัย โชควัฒนา ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม(อภ.) กล่าวถึงการผลิตวัคซีนป้องกันโรคหวัด 2009 ว่า ยังมีปัญหาเรื่องความเสถียรของวัคซีน และการกระตุ้นภูมิ ซึ่งคาดว่ารู้ผลภายใน 1 เดือน ดังนั้น ขณะนี้จึงยังไม่กำหนดเวลาที่จะทดลองวัคซีนในคน แต่ถือว่าคืบหน้าไปกว่า 90% แล้ว และเชื่อว่าการผลิตวัคซีนน่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ได้</p>
<p style="text-align: justify">ส่วนการ จัดสร้างโรงงานผลิตวัคซีนหวัด 2009 นั้น นพ.วิชัย กล่าวว่า ขณะนี้ได้ยกเลิกการเจรจาขอใช้สถานที่จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)แล้วหลังได้ประเมินความคุ้มค่าในการลงทุน เพราะสามารถเช่าพื้นที่ผลิตได้เพียงแค่ 5 ปี และต้องเจรจาต่อสัญญาอีก 10 ปี</p>
<p style="text-align: justify">&#8220;หากลง ทุนก่อสร้างผลิตโรงงานวัคซีนเองจะคุ้มค่ามากกว่า เพราะจะเป็นขององค์การเภสัชกรรมเอง ซึ่งอยู่ระหว่างการนำเสนอ ครม. โดยจะก่อสร้างเพิ่มเติมที่ ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี โดยจะใช้งบประมาณในการลงทุนก่อสร้างจำนวน 300 ล้านบาท&#8221;</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 17 ตุลาคม 2552 (Sat. 2009-10-17)</h3>
<p style="text-align: justify">ตัวเลข ผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 173 เพิ่มขึ้น 3 คนจากสัปดาห์ที่แล้ว และพบว่าโรคยังมีการกระจายตัวทุกภาค ไม่มีการระบาดของโรคเป็นกลุ่มก้อน โดยมี 7 จังหวัดที่มีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่หรือมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่หนาแน่น ได้แก่ พะเยา แพร่ ร้อยเอ็ด ภูเก็ต สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา และลพบุรี</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขในวันพุธ 21 ตุลาคม 2552 (Wed. 2009-10-21)</p>
<p>มันแปลกๆ นะครับ ที่เปลี่ยนไปแถลงที่เว็บไซท์อย่างเดียว แล้วคนที่ไม่มีอินเตอร์เน็ทล่ะ จะทำอย่างไรกัน ต้องรอฟังจากคนที่มีอินเตอร์เน็ทหรืออย่างไร งงกับพฤติกรรมประหลาดของคนรับผิดชอบจริงๆ</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 10 ตุลาคม 2552 (Sat. 2009-10-10)</h3>
<p>ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 170 เพิ่มขึ้น 2 คนจากสัปดาห์ที่แล้ว เป็นชาวพิษณุโลก 1 คน และเชียงราย 1 คน</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขในวันพุธ 14 ตุลาคม 2552 (Wed. 2009-10-14)</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 3 ตุลาคม 2552 (Sat. 2009-10-03)</h3>
<p>ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 168 เพิ่มขึ้น 3 คนจากสัปดาห์ที่แล้ว (แก้ไขล่าสุด 2009-10-15) และกระทรวงสาธารณสุขได้แจ้งเพิ่มเติมว่า จะยุติการแถลงการณ์ประจำสัปดาห์ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยจะเปลี่ยนไปเป็นการแจ้งที่เว็บไซท์แทน</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของรัฐบาลในวันพุธ 7 ตุลาคม 2552 (Wed. 2009-10-07)</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 26 กันยายน 2552 (Sat. 2009-09-26)</h3>
<p>ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 165  เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว 5 ราย เป็นผู้ที่อยู่จังหวัด สกลนคร 2 ราย, มหาสารคาม อุดรธานี และสุรินทร์ จังหวัดละ 1 ราย</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของรัฐบาลในวันพุธ 30 กันยายน 2552 (Wed. 2009-09-30)</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 19 กันยายน 2552 (Sat. 2009-09-19)</h3>
<p>ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 160  เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว 7 ราย โดยเป็นชาย 5 ราย เป็นหญิง 2 ราย</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของรัฐบาลในวันพุธ 23 กันยายน 2552 (Wed. 2009-09-23)</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 12 กันยายน 2552 (Sat. 2009-09-12)</h3>
<p>ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 153  เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว 11 ราย โดยเป็นชาย 6 ราย เป็นหญิง 5 ราย</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของรัฐบาลในวันพุธ 16 กันยายน 2552 (Wed. 2009-09-16)</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 5 กันยายน 2552 (Sat. 2009-09-05)</h3>
<p>ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 142  ราย</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานเป็นทางการของรัฐบาลในวันพุธ 9 กันยายน 2552 (Wed. 2009-09-09)</p>
<p style="text-align: justify">ขณะเดียวกันองค์อนามันโลก (<a href="http://www.who.int/en/" target="_blank">WHO</a>) ได้เตือนให้หลายประเทศในแถบใกล้เส้นศูนย์สูตร รวมทั้งประเทศไทย ให้ระวังการระบาดไข้หวัด 2009 อย่างหนักอีกครั้ง ในฤดูหนาวที่ใกล้จะถึงนี้ด้วย</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 29 สิงหาคม 2552 (Sat. 2009-08-29)</h3>
<p>ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 130  รายแล้ว เพิ่มมา 11  รายจากสัปดาห์ที่แล้ว</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานเป็นทางการของรัฐบาลในวันพุธ 2 กันยายน 2552 (Wed. 2009-09-02)</p>
<p style="text-align: justify">ส่วนการ ทดลองวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยองค์การเภสัชกรรม ถือว่าขณะนี้การทดลองประสบความสำเร็จ โดยพบปริมาณเชื้อไวรัสได้ 8.32-9.33 (ใกล้เคียงกับการทดลองวัคซีนในรัสเซีย)</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 22 สิงหาคม 2552 (Sat. 2009-08-22)</h3>
<p>ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 119  รายแล้ว เพิ่มมา 8  รายจากสัปดาห์ที่แล้ว เป็นชาย 4 หญิง 4 ส่วนใหญ่อายุระหว่าง 31 &#8211; 40 ปี</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานเป็นทางการของรัฐบาลในวันพุธ 26 สิงหาคม 2552 (Wed. 2009-08-26)</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 15 สิงหาคม 2552 (Sat. 2009-08-15)</h3>
<p>ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 111  รายแล้ว เพิ่มมา 14 รายจากสัปดาห์ที่แล้ว</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานเป็นทางการของรัฐบาลในวันพุธ 19 สิงหาคม 2552 (Wed. 2009-08-19)</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 8 สิงหาคม 2552 (Sat. 2009-08-08)</h3>
<p>ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 97 รายแล้ว เพิ่มมา 16 รายจากสัปดาห์ที่แล้ว</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันอาทิตย์ 5 สิงหาคม 2552 (Sun. 2009-08-05)</h3>
<p>ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 81 รายแล้ว เพิ่มมา 16 รายจากสัปดาห์ที่แล้ว (เป็นชาย 9 ราย และหญิง 7 ราย)</p>
<h3>รายงาน ณ. วันพุธ 29 กรกฎาคม 2552 (Wed. 2009-07-29)</h3>
<p>ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 65 รายแล้ว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://medicarezine.com/2009/08/flu-2009-pandemic-report-in-thailand/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
