<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>medicareZine.comFlu</title>
	<atom:link href="http://medicarezine.com/tag/flu/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://medicarezine.com</link>
	<description>The destiny we care...</description>
	<lastBuildDate>Wed, 21 Jul 2010 05:55:04 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009</title>
		<link>http://medicarezine.com/2009/09/flu-2009-vaccin/</link>
		<comments>http://medicarezine.com/2009/09/flu-2009-vaccin/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Sep 2009 00:26:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dr.Zine</dc:creator>
				<category><![CDATA[โรคระบาด (Plague)]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้หวัดใหญ่ 2009]]></category>
		<category><![CDATA[Flu]]></category>
		<category><![CDATA[H1N1]]></category>
		<category><![CDATA[Vaccine]]></category>
		<category><![CDATA[วัคซีน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=551</guid>
		<description><![CDATA[วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่หลายประเทศกำลังเร่งผลิตและทดลองกันอยู่ในขณะนี้ กลายเป็นความหวังของคนทั่วโลก ในยามที่โรคอุบัติใหม่ดังกล่าวกำลังระบาดอยู่ในตอนนี้ ขณะที่นักวิจัยของไทยเอง ได้มีการสร้างเชื้อไวรัสสำหรับผลิตวัคซีนเองเหมือนกัน ทั้งวัคซีนชนิดเชื้อเป็นและเชื้อตาย แต่วัคซีนชนิดไหนดี เด่น หรือด้อย อย่างไร คงต้องลองเปรียบเทียบดูหลายๆ ปัจจัย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify">วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่หลายประเทศกำลังเร่งผลิตและทดลองกันอยู่ในขณะนี้ กลายเป็นความหวังของคนทั่วโลก ในยามที่โรคอุบัติใหม่ดังกล่าวกำลังระบาดอยู่ในตอนนี้ ขณะที่นักวิจัยของไทยเอง ได้มีการสร้างเชื้อไวรัสสำหรับผลิตวัคซีนเองเหมือนกัน ทั้งวัคซีนชนิดเชื้อเป็นและเชื้อตาย แต่วัคซีนชนิดไหนดี เด่น หรือด้อย อย่างไร คงต้องลองเปรียบเทียบดูหลายๆ ปัจจัย อาทิเช่น</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter" style="border: 1px solid black;margin-top: 1px;margin-bottom: 1px" src="http://lh4.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/SrX1c1Jjn7I/AAAAAAAAApA/s7hOW7vHt9E/s800/vaccine01.jpg" alt="Flu-2009 Vaccine" width="600" height="369" /></p>
<h2 style="text-align: justify">ผลิตจากอะไร?</h2>
<ul>
<li><strong>วัคซีนเชื้อเป็น </strong>: ผลิตมาจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ H1N1 ที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่เป็นชนิดที่อ่อนแรงไม่ก่อให้เกิดโรค นำมาเลี้ยงเพิ่มจำนวนแล้วนำไปใช้เป็นวัคซีนได้เลย</li>
<li><strong>วัคซีนเชื้อตาย </strong>: เป็นการนำเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ H1N1 2009 มาพัฒนาด้วยเทคนิคทางพันธุกรรม สร้างไวรัสตัวใหม่ที่ไม่ก่อโรคขึ้นมา นำไปเลี้ยงเพิ่มจำนวนแล้วทำให้ตาย เหลือแต่ส่วนผิวซึ่งมีลักษณะจำเพาะของไวรัส ที่ใช้กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ แล้วจึงนำไปทำเป็นวัคซีนต่อไป</li>
</ul>
<h2 style="text-align: justify">วิธีการใช้?</h2>
<ul>
<li><strong>วัคซีนเชื้อเป็น </strong>: ใช้วิธีฉีดพ่นใส่โพรงจมูก</li>
<li><strong>วัคซีนเชื้อตาย </strong>: ฉีดผ่านทางกล้ามเนื้อใต้ผิวหนัง</li>
</ul>
<h2>สามารถขับออกจากร่างกายได้หรือไม่?</h2>
<ul>
<li><strong>วัคซีนเชื้อเป็น </strong>: เชื้อไวรัสที่อ่อนแรงนี้ออกมากับน้ำมูก น้ำลายได้</li>
<li><strong>วัคซีนเชื้อตาย </strong>: ไม่มีเชื้อไวรัส</li>
</ul>
<p style="text-align: justify">ที่มา: <a href="http://www.flu2009thailand.com" target="_blank">flu2009thailand.com</a></p>
<p style="text-align: justify">
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://medicarezine.com/2009/09/flu-2009-vaccin/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ระยะเวลาการติดต่อ ของไข้หวัดใหญ่ 2009</title>
		<link>http://medicarezine.com/2009/09/flu-2009-infection-time/</link>
		<comments>http://medicarezine.com/2009/09/flu-2009-infection-time/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 21 Sep 2009 00:55:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dr.Zine</dc:creator>
				<category><![CDATA[โรคระบาด (Plague)]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้หวัดใหญ่ 2009]]></category>
		<category><![CDATA[Flu]]></category>
		<category><![CDATA[H1N1]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=546</guid>
		<description><![CDATA[ไข้หวัดใหญ่ 2009 นั้น สามารถแพร่เชื้อได้ 1 วันก่อนที่จะมีอาการป่วย และหลังจากหายป่วยแล้ว ก็ยังสามารถแพร่เชื้อได้อีกประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้ง่ายขึ้น เรามีภาพมาให้ดูกันครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไข้หวัดใหญ่ 2009 นั้น สามารถแพร่เชื้อได้ 1 วันก่อนที่จะมีอาการป่วย และหลังจากหายป่วยแล้ว ก็ยังสามารถแพร่เชื้อได้อีกประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้ง่ายขึ้น เรามีภาพมาให้ดูกันครับ</p>
<p style="text-align: center"><span id="more-546"></span><img class="aligncenter" src="http://lh3.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/SrXuaDpVQII/AAAAAAAAAo8/DwsSRsFsouE/s800/timetospread.gif" alt="Flu-2009 Infection Time" width="619" height="370" />ระยะเวลาการติดต่อ ของไข้หวัด 2009</p>
<p>หากต้องการดูอาการของคนใกล้ชิดผู้ป่วยด้วย ก็ให้เขาเหล่านั้น พักอยู่บ้านประมาณ 2 วันว่าจะมีอาการหรือไม่</p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.flu2009thailand.com" target="_blank">flu2009thailand.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://medicarezine.com/2009/09/flu-2009-infection-time/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ระดับการระบาด หมายความว่าอย่างไร?</title>
		<link>http://medicarezine.com/2009/09/who-spread-level/</link>
		<comments>http://medicarezine.com/2009/09/who-spread-level/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 20 Sep 2009 08:47:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dr.Zine</dc:creator>
				<category><![CDATA[โรคระบาด (Plague)]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้หวัดใหญ่ 2009]]></category>
		<category><![CDATA[Flu]]></category>
		<category><![CDATA[H1N1]]></category>
		<category><![CDATA[WHO]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การอนามัยโลก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=543</guid>
		<description><![CDATA[เรามักจะได้ยินการประกาศจากทางองค์การอนามัยโลก (WHO: World Health Organization) อยู่เสมอว่า มีการระบาดเท่านั้น เท่านี้ เคยสงสัยหรือไม่ว่า มันมีความหมายอย่างไรกัน หลายคนอาจเข้าใจผิด คิดว่า "ระดับขั้น" (Level) เป็นระดับความรุนแรงของโรค หรือความใกล้ไกลของการระบาด]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เรามักจะได้ยินการประกาศจากทาง<strong>องค์การอนามัยโลก</strong> (<a title="WHO" href="http://www.who.int/" target="_blank">WHO: World Health Organization</a>) อยู่เสมอว่า มีการระบาดเท่านั้น เท่านี้ เคยสงสัยหรือไม่ว่า มันมีความหมายอย่างไรกัน หลายคนอาจเข้าใจผิด คิดว่า &#8220;<strong>ระดับขั้น</strong>&#8221; (<strong>Level</strong>) เป็นระดับความรุนแรงของโรค หรือความใกล้ไกลของการระบาด แต่ความจริงแล้ว</p>
<blockquote><p><span id="more-543"></span>ระดับการแพร่ระบาด หมายถึงลักษณะการแพร่กระจาย จากสัตว์สู่คน ไปจนถึงระดับ การแพร่กระจายอย่างกว้างขวางจากคนสู่คน</p></blockquote>
<h2>ความหมายของระดับการแพร่ระบาดต่างๆ</h2>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 352px"><img src="http://lh6.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/SrXpXGDIRgI/AAAAAAAAAo4/QOLhVgic5aA/s800/spreadlevel.jpg" alt="WHO Pandemic Spread Level" width="342" height="371" /><p class="wp-caption-text">ระดับการแพร่ระบาด ที่กำหนดโดย WHO</p></div>
<ol>
<li> <strong>ระดับที่ยังไม่พบเชื้อโรคในมนุษย์</strong> หรืออาจมีเชื้อโรคดังกล่าวในสัตว์บางตัว ระดับความเสี่ยงที่จะระบาดอยู่ในระดับต่ำ</li>
<li> <strong>มีการระบาดอย่างชัดเจนในสัตว์</strong> ยังไม่มีการระบาดในมนุษย์ แต่ความเสี่ยงที่จะระบาดสู่คนสูงขึ้น</li>
<li> <strong>พบการระบาดจากสัตว์สู่คน</strong> แต่ยังไม่พบการระบาดจากคนสู่คน หรือพบการระบาดจากคนสู่คน แต่เชื้อโรคยังไม่สามารถรับมือกับระบบภูมิต้านทานในร่างกายได้ดีนัก ดังนั้น การระบาดในระดับนี้สามารถจำกัดไว้ในวงแคบได้</li>
<li> <strong>มีการติดต่อจากคนสู่คนในวงแคบ</strong> เป็นช่วงเริ่มต้นของการระบาดจากคนสู่คน</li>
<li> <strong>มีการระบาดจากคนสู่คนในวงกว้างขึ้น</strong> เริ่มกระจายได้รวดเร็ว และต่อเนื่องเป็นทวีคูณ</li>
<li> เกิดการระบาดของเชื้อโรคชนิดนั้นๆ <strong>ทั่วโลก</strong></li>
</ol>
<p><strong>หมายเหตุ</strong>: ในขณะนี้ไข้หวัดใหญ่ 2009 มีระดับการแพร่กระจายอยู่ที่ระดับ 6</p>
<p>ที่มา: <a title="WHO" href="http://www.who.int/" target="_blank">WHO</a>, <a href="http://www.flu2009thailand.com" target="_blank">flu2009thailand.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://medicarezine.com/2009/09/who-spread-level/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>CBC (Complete Blood Count) แลบส์พื้นฐานที่ไม่ควรมองข้าม</title>
		<link>http://medicarezine.com/2009/09/cbc-complete-blood-count/</link>
		<comments>http://medicarezine.com/2009/09/cbc-complete-blood-count/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Sep 2009 07:56:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dr.Dragon</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีการแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[Bacterial Infection]]></category>
		<category><![CDATA[CBC]]></category>
		<category><![CDATA[Flu]]></category>
		<category><![CDATA[Viral Infection]]></category>
		<category><![CDATA[Virus]]></category>
		<category><![CDATA[White Blood Cell]]></category>
		<category><![CDATA[เม็ดเลือดขาว]]></category>
		<category><![CDATA[แบคทีเรีย]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้หวัดใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[ไวรัส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=462</guid>
		<description><![CDATA[ในสถานการณ์ที่มีการระบาดของไข้หวัด 2009 อยู่นี้ การทำเวชปฏิบัติในการดูแลคนไข้ที่มาด้วยเรื่องไข้ บางครั้งมีความยากลำบากในการตัดสินใจจะรักษาไปทางใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานพยาบาล โรงพยาบาลที่ไม่มีความพร้อมทางด้านการตรวจแลปส์ต่างๆ หรือความพร้อมของคนไข้ในการที่จะควักกระเป๋าจ่ายค่าตรวจที่แสนแพง (เช่นค่าตรวจพิสูจน์เชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ) วันนี้ผมจึงขอนำเสนอการตรวจพื้นฐานที่ราคาไม่แพงแต่ได้ผลประโยชน์มากพอสมควรในการช่วยในการตัดสินใจที่จะรักษาคนไข้ไปทางใด แบบมีการติดเชื้อไวรัส หรือ แบบมีการติดเชื้อ แบคทีเรีย 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><img class="aligncenter" style="border: 1px solid black" src="http://lh4.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/SqYMZb5M29I/AAAAAAAAAf8/wKl33gB3l24/s800/bloodsmear.jpg" alt="blood smear" /></p>
<p style="text-align: justify">ในสถานการณ์ที่มีการระบาดของไข้หวัด 2009 อยู่นี้ การทำเวชปฏิบัติในการดูแลคนไข้ที่มาด้วยเรื่องไข้ บางครั้งมีความยากลำบากในการตัดสินใจจะรักษาไปทางใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานพยาบาล โรงพยาบาลที่ไม่มีความพร้อมทางด้านการตรวจแลบส์ต่างๆ หรือความพร้อมของคนไข้ในการที่จะควักกระเป๋าจ่ายค่าตรวจที่แพงแสนแพง (เช่นค่าตรวจพิสูจน์เชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009) วันนี้ผมจึงขอนำเสนอการตรวจพื้นฐานที่ราคาไม่แพง แต่ได้ผลประโยชน์มากพอสมควร ในการช่วยในการตัดสินใจที่จะรักษาคนไข้ไปทางใด แบบมีการติดเชื้อไวรัสหรือ แบบมีการติดเชื้อแบคทีเรีย</p>
<p>ในการที่จะแยกว่าคนไข้ติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสนั้นใน <strong>CBC (Complete Blood Count)</strong> เราดู 2 อย่างคือ</p>
<ol>
<li>จำนวนเม็ดเลือดขาว</li>
<li>เปอร์เซ็นการจำแนกของเม็ดเลือดขาว</li>
</ol>
<p><span style="font-size: small"><span style="text-decoration: underline">จำนวนเม็ดเลือดขาว</span></span></p>
<p style="text-align: justify">ในคนไข้ที่ไม่ได้รับยาหรือสารกดภูมิคุ้มกันอยู่นั้น ถ้ามีการติดเชื้อแบคทีเรีย (ที่ไม่ใช่การติดเชื้อที่ถูกจำกัดวงอยู่เฉพาะที่) จะมีจำนวนของเม็ดเลือดขาวทั้งหมดเพิ่มขึ้น และถ้าเป็นการติดเชื้อไวรัส จำนวนเม็ดเลือดขาวทั้งหมดมักจะลดลง</p>
<p style="text-align: justify"><span style="font-size: small"><span style="text-decoration: underline">เปอร์เซ็นการจำแนกชนิดของเม็ดเลือดขาว</span></span></p>
<p style="text-align: justify">ในการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น ปอดอักเสบ การติดเชื้อในกระแสเลือด จะพบมีเม็ดเลือดขาวชนิด Polymorphonuclear Nutrophil เพิ่มจำนวนมากขึ้น และมักจะพบตัวอ่อนของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดนี้เพิ่มจำนวนขึ้นด้วย (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่มีการติดเชื้อแบบเฉียบพลัน) เซลล์ตัวอ่อนนี้มีชื่อเรียกว่า  <strong>Band Form</strong> และปรากฏการณ์ที่มีเม็ดเลือดขาวตัวอ่อน Band Form นี้มากขึ้น เราเรียกว่า ปรากฏการ <strong>Shift to The Left</strong></p>
<p style="text-align: justify">ในการติดเชื้อไวรัส (ที่เป็นการติดเชื้อแบบเชื้อแพร่กระจายไปทั้งร่างกาย, Systemic Infection) เช่น เป็นไข้หวัดใหญ่ หัด ไข้เลือดออก จะพบเม็ดเลือดขาวชนิด <strong>Lymphocyte </strong>เพิ่มจำนวนสูงขึ้น และจะพบเม็ดเลือดขาว Lymphocyte ชนิดพิเศษ คือ Atypical (Reactive) Lymphocyte เพิ่มจำนวนขึ้น</p>
<p><span style="font-size: small"><span style="text-decoration: underline">สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติมคือ</span></span></p>
<ul>
<li>ในการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดเรื้อรัง อาจจะพบเม็ดเลือดขาวชนิด Lymphocyte ขึ้นสูงก็ได้</li>
<li>ในการติดเชื้อวัณโรค เราจะพบ เม็ดเลือดขาวชนิด Lymphocyte  และ Monocyte เพิ่มจำนวนสูงขึ้น</li>
<li>ถ้าการติดเชื้อนั้นเป็นการติดเชื้อแบบจำเพาะที่ การเปลี่ยนแปลงของเม็ดเลือดขาวจะไม่จำเป็นต้องเป็นแบบหลักการข้างบน</li>
<li>ในการอักเสบที่มีสาเหตุมาจากอย่างอื่น ที่ไม่ใช่การติดเชื้อ อาจจะพบว่ามีจำนวนเม็ดเลือดขาวขึ้นสูงได้ เช่น การเป็น มะเร็งเม็ดเลือดขาว การประสบอุบัติเหตุ เป็นต้น</li>
<li>ในการแปลผล CBC ในเด็ก อย่าลืมความจริงที่ว่า ในเด็กนั้นมี เม็ดเลือดขาวชนิด Lymphocyte มากกว่าผู้ใหญ่</li>
</ul>
<p style="text-align: justify">สุดท้ายของเรื่องนี้คงทำให้เรารู้จักการตรวจ CBC มากขึ้นกันบ้างแล้ว สำหรับแพทย์ที่อยู่ในถิ่นกันดารไม่สามารถส่งตรวจหาเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้นั้น แค่เรามีการซักประวัติ ตรวจร่างกาย คนไข้อย่างละเอียดรอบคอบ บวกกับการทำ CBC มาช่วยในการตัดสินใจ แค่นี้ก็สบายแล้วครับสำหรับการเผชิญหน้ากับไข้หวัดใหญ่ทั้งหลาย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://medicarezine.com/2009/09/cbc-complete-blood-count/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รวบรวมแนวทางในการรักษา ไข้หวัดใหญ่ 2009 จากที่ต่างๆ</title>
		<link>http://medicarezine.com/2009/08/flu2009-guideline/</link>
		<comments>http://medicarezine.com/2009/08/flu2009-guideline/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 25 Aug 2009 19:53:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dr.Dragon</dc:creator>
				<category><![CDATA[โรคระบาด (Plague)]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้หวัดใหญ่ 2009]]></category>
		<category><![CDATA[Flu]]></category>
		<category><![CDATA[การรักษา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=326</guid>
		<description><![CDATA[จากการระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 ในประเทศไทยอย่างมาก ในขณะนี้และมีคนตายจากการระบาดครั้งนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการลดอัตราการตายของคนไข้ลง คือแนวทางการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมของแพทย์ วันนี้ผมจึงขอรวบรวมแนวทางในการรักษา โรคไข้หวัดใหญ่2009 นี้จากที่ต่างๆมานำเสนอ ดังนี้ครับ

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><img style="border: black 1px solid" src="http://lh4.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/SpRAUVAKWJI/AAAAAAAAAaE/eQRo36Q77Lk/s288/flu2009.jpg" alt="flu2009 guideline" width="204" height="288" /></p>
<p style="text-align: justify">จากการระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 ในประเทศไทยอย่างมาก ในขณะนี้และมีคนตายจากการระบาดครั้งนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการลดอัตราการตายของคนไข้ลง คือแนวทางการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมของแพทย์ วันนี้ผมจึงขอรวบรวมแนวทางในการรักษา โรคไข้หวัดใหญ่2009 นี้จากที่ต่างๆ มานำเสนอ ดังนี้ครับ</p>
<ol>
<li> <a href="http://beid.ddc.moph.go.th/th/images/CPG%20pan%20flu%2021%20jun%2009.pdf">แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009 ของกระทรวงสาธารณสุขไทย</a></li>
<li> <a href="http://www.who.int/csr/disease/swineflu/notes/h1n1_use_antivirals_20090820/en/index.html" target="_blank">แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009 ของ WHO</a></li>
<li><a href="http://thaidocscandal.com/flu2009update.htm" target="_blank">แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009  ของ Thaidocscandal guideline for flu symptom in OPD</a></li>
</ol>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://medicarezine.com/2009/08/flu2009-guideline/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประวัติการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่ ทำให้เราเบาใจ (ได้บ้าง)</title>
		<link>http://medicarezine.com/2009/08/history-offers-hope-swine-flu-wont-gain-strength/</link>
		<comments>http://medicarezine.com/2009/08/history-offers-hope-swine-flu-wont-gain-strength/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 22 Aug 2009 00:18:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dr.Zine</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว (News)]]></category>
		<category><![CDATA[โรคระบาด (Plague)]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้หวัดใหญ่ 2009]]></category>
		<category><![CDATA[Flu]]></category>
		<category><![CDATA[H1N1]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=246</guid>
		<description><![CDATA[ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดวิทยาจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (National Institutes of Health) ได้ตั้งคำถามในแนวคิดที่ว่า "ก่อนการระบาดอย่างรุนแรง มักจะมีการระบาดอย่างค่อยเป็นค่อยไปก่อนเสมอ"]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จนถึงขณะนี้ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ <strong>H1N1</strong> ยังไม่มีความ สามารถในการทำลายมาก อย่างที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกลัวกัน บางคนกล่าวว่า ที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากเราเพิ่งจะอยู่ในช่วงเริ่มต้น ของการระบาดไข้หวัดใหญ่ชนิดติดต่อทางลมหายใจเท่านั้น และสิ่งนั้นก็เป็นลางบอกเหตุของการแพร่รระบาดอย่างรุนแรงของไวรัสในโอกาสต่อไป</p>
<p style="text-align: justify">ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดวิทยาจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (National Institutes of Health) ได้ตั้งคำถามในแนวคิดที่ว่า</p>
<blockquote><p>ก่อนการระบาดอย่างรุนแรง มักจะมีการระบาดอย่างค่อยเป็นค่อยไปก่อนเสมอ</p></blockquote>
<p style="text-align: justify">แต่จากการวิเคราะห์การระบาดในช่วง 500 ปีที่ผ่านมา (รวมทั้งการระบาดที่รุนแรงมากในปี 1918) <strong>พวกเขายังไม่พบว่าเคยมีรูปแบบการระบาดดังกล่าวเกิดขึ้นมาก่อน</strong> (การระบาดรุนแรง จะมีการระบาดแบบค่อยเป็นค่อยไป นำมาก่อน)</p>
<p style="text-align: justify">ถึงแม้ว่าจะเคยมีการแพร่กระจายของไข้หวัดใหญ่อย่างค่อยเป็นค่อยไปที่เกิดขึ้นในปลายปี 1917 และต้นปี 1918 นักวิจัยกล่าวว่า ไม่มีหลักฐานที่ยืนยันได้ว่า การแพร่กระจายในช่วงฤดูใบไม้ผลิ นั้นจะมีสาเหตุมาจากไวรัสที่แพร่ระบาด ในช่วงท้ายปีดังกล่าว พวกเขายังไม่พบเหตุผลใด ที่จะทำให้เชื่อได้ว่า การระบาดของไข้หวัดใหญ่ในปี 1918 นั้น มีการระบาดรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p style="text-align: justify">การแพร่กระจายของไข้หวัดใหญ่นั้น จะแพร่ตามฤดูกาล พวกนักวิจัยมีความเห็นพ้องกันว่า อากาศในหน้าร้อนอาจเป็นสาเหตุ ให้การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ในแถบภูมิอากาศแถบเหนือเส้นศูนย์สูตรช้าลงได้ พวกเขายังกล่าวอีกว่า ถึงแม้ว่าไวรัสจะแพร่กระจายอีกครั้งในฤดูไม้ผลิและฤดูหนาวนี้ ก็ยังไม่มีเหตุผลใดที่จะเชื่อได้ว่า ไวรัสจะมีอันตรายหรือแพร่ระบาดได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม</p>
<p style="text-align: justify">เนื่องจากไข้หวัดใหญ่มิได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และเนื่องจากขณะนี้อากาศแถบเส้นศูนย์สูตรเริ่มจะอบอุ่นขึ้น นักวิจัยกล่าวว่า มีความเป็นไปได้อย่างสูงที่การระบาดจะไม่รุนแรงเหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นมา แล้วในอดีต</p>
<p style="text-align: justify">ที่มา: <a title="History Offers Hope Swine Flu Won’t Gain Strength in Fall" href="http://www.wired.com/wiredscience/2009/08/fluseason" target="_blank">wired.com</a></p>
<p style="text-align: justify">นี่ขนาดประเทศไทยอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตร ไข้หวัดใหญ่ 2009 ยังแพร่ระบาดขนาดนี้ หวังว่าสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญพบจากประวัติการแพร่ระบาดที่ผ่านมาจะเป็นความจริงที่ว่า <strong>มันไม่ใช่ลางร้ายของการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ในอนาคต</strong></p>
<p style="text-align: justify">
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://medicarezine.com/2009/08/history-offers-hope-swine-flu-wont-gain-strength/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รายงานการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่ 2009 ในประเทศไทย</title>
		<link>http://medicarezine.com/2009/08/flu-2009-pandemic-report-in-thailand/</link>
		<comments>http://medicarezine.com/2009/08/flu-2009-pandemic-report-in-thailand/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2009 13:25:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dr.Zine</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[โรคระบาด (Plague)]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้หวัดใหญ่ 2009]]></category>
		<category><![CDATA[Flu]]></category>
		<category><![CDATA[H1N1]]></category>
		<category><![CDATA[Statistic]]></category>
		<category><![CDATA[สถิติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=95</guid>
		<description><![CDATA[รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 21 พฤศจิกายน 2552 (Sat. 2009-11-21)
ตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุด 187 ราย
ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขในวันพุธ 25 พฤศจิกายน 2552 (Wed. 2009-11-25)
 




ขออภัยที่แสดงเฉพาะตัวเลขผู้เสียชีวิต สาเหตุที่ไม่นำตัวเลขผู้ติดเชื้อมาแสดงนั้น เพราะหลายท่านเชื่อว่ามีเป็นแสนๆ ไปแล้ว ซึ่งห่างไกลจากตัวเลขที่แถลงเป็นทางการมากนัก



วันที่
 (Date)
จำนวนผู้เสียชีวิตรวม (Total Death Count)




2009-06-06
1


2009-06-20
2


2009-06-29
3


2009-07-01
5


2009-07-06
7


2009-07-07
8


2009-07-08
11


2009-07-09
13


2009-07-10
15


2009-07-12
18


2009-07-13
21


2009-07-14
24


2009-07-22
44


2009-07-29
65


2009-08-02
81


2009-08-08
97


2009-08-15

111



2009-08-22
119


2009-08-29
130


2009-09-05
142


2009-09-12
153


2009-09-19
160


2009-09-26
165


2009-10-03
168


2009-10-10
170


2009-10-17
173


2009-10-24
176


2009-10-31
178


2009-11-07
184


2009-11-14
185


2009-11-21
187



รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 14 พฤศจิกายน 2552 (Sat. 2009-11-14)
ตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุด 185 ราย
ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขในวันพุธ 18 พฤศจิกายน 2552 (Wed. 2009-11-18)
รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 07 พฤศจิกายน 2552 (Sat. 2009-11-07)
ตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุด 184 ราย
ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขในวันพุธ 11 พฤศจิกายน 2552 (Wed. 2009-11-11)
รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 31 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 21 พฤศจิกายน 2552 (Sat. 2009-11-21)</h3>
<p style="text-align: justify">ตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุด 187 ราย</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขในวันพุธ 25 พฤศจิกายน 2552 (Wed. 2009-11-25)</p>
<p><strong> </strong></p>
<p style="text-align: justify">
<p><span id="more-95"></span></p>
<p style="text-align: center"><img class="  aligncenter" src="http://lh6.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/Sw1b2IGEuXI/AAAAAAAABQc/JXG23o_CRB0/s800/H1N1-Death-Count-2009-11-21.jpg" alt="Flu 2009 padamic report in Thailand" width="600" height="476" /></p>
<p style="text-align: center">
<p>ขออภัยที่แสดงเฉพาะตัวเลขผู้เสียชีวิต สาเหตุที่ไม่นำตัวเลขผู้ติดเชื้อมาแสดงนั้น เพราะหลายท่านเชื่อว่ามีเป็นแสนๆ ไปแล้ว ซึ่งห่างไกลจากตัวเลขที่แถลงเป็นทางการมากนัก</p>
<table style="border: 0pt solid #015e83;width: 409px;height: 567px" border="0" cellpadding="4">
<thead>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center"><strong>วันที่</strong></p>
<p><strong> (Date)</strong></td>
<td style="text-align: center"><strong>จำนวนผู้เสียชีวิตรวม (Total Death Count)</strong></td>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-06-06</td>
<td style="text-align: right">1</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-06-20</td>
<td style="text-align: right">2</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-06-29</td>
<td style="text-align: right">3</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-07-01</td>
<td style="text-align: right">5</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-07-06</td>
<td style="text-align: right">7</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-07-07</td>
<td style="text-align: right">8</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-07-08</td>
<td style="text-align: right">11</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-07-09</td>
<td style="text-align: right">13</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-07-10</td>
<td style="text-align: right">15</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-07-12</td>
<td style="text-align: right">18</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-07-13</td>
<td style="text-align: right">21</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-07-14</td>
<td style="text-align: right">24</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-07-22</td>
<td style="text-align: right">44</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-07-29</td>
<td style="text-align: right">65</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-08-02</td>
<td style="text-align: right">81</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-08-08</td>
<td style="text-align: right">97</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-08-15</td>
<td>
<p style="text-align: right">111</p>
</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-08-22</td>
<td style="text-align: right">119</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-08-29</td>
<td style="text-align: right">130</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-09-05</td>
<td style="text-align: right">142</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-09-12</td>
<td style="text-align: right">153</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-09-19</td>
<td style="text-align: right">160</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-09-26</td>
<td style="text-align: right">165</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-10-03</td>
<td style="text-align: right">168</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-10-10</td>
<td style="text-align: right">170</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-10-17</td>
<td style="text-align: right">173</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-10-24</td>
<td style="text-align: right">176</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-10-31</td>
<td style="text-align: right">178</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-11-07</td>
<td style="text-align: right">184</td>
</tr>
<tr style="background-color: #a6d5e7">
<td style="text-align: center">2009-11-14</td>
<td style="text-align: right">185</td>
</tr>
<tr style="background-color: #e3e3e3">
<td style="text-align: center">2009-11-21</td>
<td style="text-align: right">187</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 14 พฤศจิกายน 2552 (Sat. 2009-11-14)</h3>
<p style="text-align: justify">ตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุด 185 ราย</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขในวันพุธ 18 พฤศจิกายน 2552 (Wed. 2009-11-18)</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 07 พฤศจิกายน 2552 (Sat. 2009-11-07)</h3>
<p style="text-align: justify">ตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุด 184 ราย</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขในวันพุธ 11 พฤศจิกายน 2552 (Wed. 2009-11-11)</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 31 ตุลาคม 2552 (Sat. 2009-10-31)</h3>
<p style="text-align: justify">ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 178 เพิ่มขึ้น 2 คนจากสัปดาห์ที่แล้ว</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขในวันพุธ 4 พฤศจิกายน 2552 (Wed. 2009-11-04)</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 24 ตุลาคม 2552 (Sat. 2009-10-24)</h3>
<p style="text-align: justify">ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 176 เพิ่มขึ้น 3 คนจากสัปดาห์ที่แล้ว</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขในวันพุธ 28 ตุลาคม 2552 (Wed. 2009-10-28)</p>
<p style="text-align: justify">นพ.วิชัย โชควัฒนา ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม(อภ.) กล่าวถึงการผลิตวัคซีนป้องกันโรคหวัด 2009 ว่า ยังมีปัญหาเรื่องความเสถียรของวัคซีน และการกระตุ้นภูมิ ซึ่งคาดว่ารู้ผลภายใน 1 เดือน ดังนั้น ขณะนี้จึงยังไม่กำหนดเวลาที่จะทดลองวัคซีนในคน แต่ถือว่าคืบหน้าไปกว่า 90% แล้ว และเชื่อว่าการผลิตวัคซีนน่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ได้</p>
<p style="text-align: justify">ส่วนการ จัดสร้างโรงงานผลิตวัคซีนหวัด 2009 นั้น นพ.วิชัย กล่าวว่า ขณะนี้ได้ยกเลิกการเจรจาขอใช้สถานที่จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)แล้วหลังได้ประเมินความคุ้มค่าในการลงทุน เพราะสามารถเช่าพื้นที่ผลิตได้เพียงแค่ 5 ปี และต้องเจรจาต่อสัญญาอีก 10 ปี</p>
<p style="text-align: justify">&#8220;หากลง ทุนก่อสร้างผลิตโรงงานวัคซีนเองจะคุ้มค่ามากกว่า เพราะจะเป็นขององค์การเภสัชกรรมเอง ซึ่งอยู่ระหว่างการนำเสนอ ครม. โดยจะก่อสร้างเพิ่มเติมที่ ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี โดยจะใช้งบประมาณในการลงทุนก่อสร้างจำนวน 300 ล้านบาท&#8221;</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 17 ตุลาคม 2552 (Sat. 2009-10-17)</h3>
<p style="text-align: justify">ตัวเลข ผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 173 เพิ่มขึ้น 3 คนจากสัปดาห์ที่แล้ว และพบว่าโรคยังมีการกระจายตัวทุกภาค ไม่มีการระบาดของโรคเป็นกลุ่มก้อน โดยมี 7 จังหวัดที่มีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่หรือมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่หนาแน่น ได้แก่ พะเยา แพร่ ร้อยเอ็ด ภูเก็ต สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา และลพบุรี</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขในวันพุธ 21 ตุลาคม 2552 (Wed. 2009-10-21)</p>
<p>มันแปลกๆ นะครับ ที่เปลี่ยนไปแถลงที่เว็บไซท์อย่างเดียว แล้วคนที่ไม่มีอินเตอร์เน็ทล่ะ จะทำอย่างไรกัน ต้องรอฟังจากคนที่มีอินเตอร์เน็ทหรืออย่างไร งงกับพฤติกรรมประหลาดของคนรับผิดชอบจริงๆ</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 10 ตุลาคม 2552 (Sat. 2009-10-10)</h3>
<p>ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 170 เพิ่มขึ้น 2 คนจากสัปดาห์ที่แล้ว เป็นชาวพิษณุโลก 1 คน และเชียงราย 1 คน</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขในวันพุธ 14 ตุลาคม 2552 (Wed. 2009-10-14)</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 3 ตุลาคม 2552 (Sat. 2009-10-03)</h3>
<p>ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 168 เพิ่มขึ้น 3 คนจากสัปดาห์ที่แล้ว (แก้ไขล่าสุด 2009-10-15) และกระทรวงสาธารณสุขได้แจ้งเพิ่มเติมว่า จะยุติการแถลงการณ์ประจำสัปดาห์ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยจะเปลี่ยนไปเป็นการแจ้งที่เว็บไซท์แทน</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของรัฐบาลในวันพุธ 7 ตุลาคม 2552 (Wed. 2009-10-07)</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 26 กันยายน 2552 (Sat. 2009-09-26)</h3>
<p>ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 165  เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว 5 ราย เป็นผู้ที่อยู่จังหวัด สกลนคร 2 ราย, มหาสารคาม อุดรธานี และสุรินทร์ จังหวัดละ 1 ราย</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของรัฐบาลในวันพุธ 30 กันยายน 2552 (Wed. 2009-09-30)</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 19 กันยายน 2552 (Sat. 2009-09-19)</h3>
<p>ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 160  เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว 7 ราย โดยเป็นชาย 5 ราย เป็นหญิง 2 ราย</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของรัฐบาลในวันพุธ 23 กันยายน 2552 (Wed. 2009-09-23)</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 12 กันยายน 2552 (Sat. 2009-09-12)</h3>
<p>ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 153  เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว 11 ราย โดยเป็นชาย 6 ราย เป็นหญิง 5 ราย</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานย้อนหลังอย่างเป็นทางการของรัฐบาลในวันพุธ 16 กันยายน 2552 (Wed. 2009-09-16)</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 5 กันยายน 2552 (Sat. 2009-09-05)</h3>
<p>ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 142  ราย</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานเป็นทางการของรัฐบาลในวันพุธ 9 กันยายน 2552 (Wed. 2009-09-09)</p>
<p style="text-align: justify">ขณะเดียวกันองค์อนามันโลก (<a href="http://www.who.int/en/" target="_blank">WHO</a>) ได้เตือนให้หลายประเทศในแถบใกล้เส้นศูนย์สูตร รวมทั้งประเทศไทย ให้ระวังการระบาดไข้หวัด 2009 อย่างหนักอีกครั้ง ในฤดูหนาวที่ใกล้จะถึงนี้ด้วย</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 29 สิงหาคม 2552 (Sat. 2009-08-29)</h3>
<p>ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 130  รายแล้ว เพิ่มมา 11  รายจากสัปดาห์ที่แล้ว</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานเป็นทางการของรัฐบาลในวันพุธ 2 กันยายน 2552 (Wed. 2009-09-02)</p>
<p style="text-align: justify">ส่วนการ ทดลองวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยองค์การเภสัชกรรม ถือว่าขณะนี้การทดลองประสบความสำเร็จ โดยพบปริมาณเชื้อไวรัสได้ 8.32-9.33 (ใกล้เคียงกับการทดลองวัคซีนในรัสเซีย)</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 22 สิงหาคม 2552 (Sat. 2009-08-22)</h3>
<p>ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 119  รายแล้ว เพิ่มมา 8  รายจากสัปดาห์ที่แล้ว เป็นชาย 4 หญิง 4 ส่วนใหญ่อายุระหว่าง 31 &#8211; 40 ปี</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานเป็นทางการของรัฐบาลในวันพุธ 26 สิงหาคม 2552 (Wed. 2009-08-26)</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 15 สิงหาคม 2552 (Sat. 2009-08-15)</h3>
<p>ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 111  รายแล้ว เพิ่มมา 14 รายจากสัปดาห์ที่แล้ว</p>
<p>ตัวเลขนี้จากรายงานเป็นทางการของรัฐบาลในวันพุธ 19 สิงหาคม 2552 (Wed. 2009-08-19)</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันเสาร์ 8 สิงหาคม 2552 (Sat. 2009-08-08)</h3>
<p>ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 97 รายแล้ว เพิ่มมา 16 รายจากสัปดาห์ที่แล้ว</p>
<h3>รายงานล่าสุด ณ. วันอาทิตย์ 5 สิงหาคม 2552 (Sun. 2009-08-05)</h3>
<p>ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 81 รายแล้ว เพิ่มมา 16 รายจากสัปดาห์ที่แล้ว (เป็นชาย 9 ราย และหญิง 7 ราย)</p>
<h3>รายงาน ณ. วันพุธ 29 กรกฎาคม 2552 (Wed. 2009-07-29)</h3>
<p>ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 65 รายแล้ว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://medicarezine.com/2009/08/flu-2009-pandemic-report-in-thailand/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มารู้จักเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Flu) กันเถอะ</title>
		<link>http://medicarezine.com/2009/07/let-learn-flu/</link>
		<comments>http://medicarezine.com/2009/07/let-learn-flu/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 29 Jul 2009 07:43:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dr.Dragon</dc:creator>
				<category><![CDATA[โรคระบาด (Plague)]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้หวัดใหญ่ 2009]]></category>
		<category><![CDATA[Flu]]></category>
		<category><![CDATA[Vaccine]]></category>
		<category><![CDATA[วัคซีน]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้หวัดใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[ไวรัส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=45</guid>
		<description><![CDATA[ไข้หวัดใหญ่ หรือที่เรารู้จักกันในภาษาอังกฤษว่า Influenza หรือ Flu ชื่อนี้มาจากภาษาอิตาเลี่ยน ซึ่งมีความหมายเป็นภาษาอังกฤษว่า Influence คือแปลเป็นไทยว่า มีอิทธิพลต่อ เชื้อไข้หวัดใหญ่เป็นเชื้อที่มีการติดต่อง่ายมาก เป็นเชื้อไวรัสกลุ่ม RNA virus อยู่ใน Family Orthomyxoviridae]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><img style="border: black 1px solid" src="http://lh3.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/SnHZ1-IyJeI/AAAAAAAAAEI/T-XVphqRgao/s288/flu_virus_diag.gif.jpg" alt="virus structure" width="288" height="269" /></p>
<p style="text-align: justify">ไข้หวัดใหญ่ หรือที่เรารู้จักกันในภาษาอังกฤษว่า <strong>Influenza</strong> หรือ <strong>Flu</strong> ชื่อนี้มาจากภาษาอิตาเลี่ยน ซึ่งมีความหมายเป็นภาษาอังกฤษว่า Influence คือแปลเป็นไทยว่า มีอิทธิพลต่อ เชื้อไข้หวัดใหญ่เป็นเชื้อที่มีการติดต่อง่ายมาก เป็นเชื้อไวรัสกลุ่ม RNA Virus อยู่ใน Family Orthomyxoviridae เชื้อนี้มักมีการติดต่ออยู่ในสัตว์พวกนก และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อาการที่พบบ่อยๆของโรคนี้ก็คือ อาการไข้ หนาวสั่น เจ็บคอ ปวดตามกล้ามเนื้อ ปวดหัวอย่างรุนแรง ไอ อ่อนเพลียมาก และไม่สบายเนื้อสบายตัว แต่อาการไข้และไอเป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด ในรายที่มีอาการรุนแรงที่สุด ไข้หวัดใหญ่สามารถทำให้เกิดการปอดอักเสบจากเชื้อนี้ได้ และภาวะนี้มีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนไข้ที่เป็นเด็กและคนสูงอายุ ยังมีโรคอื่นๆ ที่มีอาการคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ แต่อาการความรุนแรงน้อยกว่ามาก ยกตัวอย่างเช่น ไข้หวัดทั่วไป (Common Cold) โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสตัวอื่นที่ไม่ใช่เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ โรคไข้หวัดใหญ่บางรายก็มีอาการ คลื่นไส้อาเจียนมากได้ เราเรียกกลุ่มนี้ว่า โรคหวัดใหญ่ลงกระเพาะ (Stomach Flu) หรือ (24-Hour Flu)</p>
<p style="text-align: justify">เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ส่วนใหญ่ติดต่อกันโดยการกระจายทางอากาศ เช่นการไอ จาม ของคนที่เป็นโรค จะกระจายเชื้อไปสู่คนอื่นๆ การติดต่อทางอื่นก็มีเช่นก ารติดต่อผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งต่างๆ ของร่างกาย เช่นทาง น้ำลาย น้ำมูก เสมหะ เลือด อุจจาร ะ(เช่นนกมีเชื้อ อุจจาระลงมาใส่) แต่การติดต่อโดยการกระจายผ่านทางอากาศเชื่อว่าเป็นสาเหตุของการติดต่อที่มากที่สุดของคนไข้ส่วนใหญ่ เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สามารถถูกทำลายได้โดยง่ายเมื่อโดนแสงแดด การทำลายด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อชนิดต่างๆ แม้กระทั่งสบู่หรือผงซักฟอกก็สามารถทำลายมันได้ เพราะฉะนั้นการล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ ก็ช่วยป้องกันการติดต่อของโรคได้ไม่มากก็น้อย</p>
<p style="text-align: justify">โรคไข้หวัดใหญ่มีการระบาดเป็นประจำทุกปีตามฤดูกาล ทำให้มีคนเสียชีวิตทุกปีเป็นจำนวนหลักร้อยถึงหลักพันคน แต่ถ้าปีไหนมีการระบาดเป็นวงกว้างที่เรียกว่า <strong>Pandemic</strong> สามารถทำให้มีคนตายได้ถึงกว่าล้านคนเลยทีเดียว ในศตวรรษที่ 20 มีการระบาดแบบวงกว้าง (Pandemic)ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่แล้วถึง 3 ครั้งคือ</p>
<ol>
<li>ครั้งที่ 1 เมื่อปี ค.ศ. 1918 การระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ เอ มีคนตายถึง 20-40 ล้านคน</li>
<li>ครั้งที่ 2 (ในปี คศ.1990) คือการระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดนก (H5N1) เป็นการระบาดที่เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งไม่เคยมีระบาดในมนุษย์มาก่อนเลย ไวรัสเข้ามาสู่มนุษย์ผ่านทางการได้รับเชื้อจากนกและสัตว์ปีกต่างๆ แต่โชคดีที่ครั้งนี้มีคนตายน้อย เนื่องจากว่าเชื้อนี้ยังไม่สามารถติดต่อจากมนุษย์สู่มนุษย์ได้อย่างง่ายดายนัก ส่วนใหญ่การติดต่อจะเป็นการติดต่อจากสัตว์ปีกสู่คนเสียมากกว่า</li>
<li>ครั้งที่ 3 เกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายน ปี ค.ศ. 2009 นี้เอง ครั้งนี้เกิดจากการที่เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่เดิมของคน ได้รับยีนส์ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ของ หมู และไข้หวัดนก ทำให้เกิดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ขึ้นมา เกิดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศเม็กซิโก ได้รับการขนานนามครั้งแรกว่า เชื้อไวรัสไข้หวัดหมู ต่อมาได้รับการขนานนามใหม่ว่า <strong>เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ 2009</strong> เชื้อนี้มีการระบาดแพร่ระบาดออกไปเรื่อยๆ จากประเทศเม็กซิโก สู่อเมริกา สู่ยุโรป และสู่เอเชีย จนมาถึงประเทศไทย และเนื่องจากการบริหารจัดการที่ไม่ดีพอของภาครัฐ ทำให้เชื้อนี้แพร่ระบาดไปในวงกว้างทั่วประเทศไทย ทำให้มีประชาชนเจ็บป่วยและล้มตายกันเป็นจำนวนมาก จนมียอดการตายของคนในประเทศมากกว่าประเทศใดๆ ในทวีปเอเชียเลยทีเดียว เชื้อนี้ได้รับการประกาศจากองค์การอนามัยโรคว่า เป็นการระบาดเป็นวงกว้าง (Pandemic) เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ. 2009 นี้เอง</li>
</ol>
<p style="text-align: justify">เรื่องของการให้วัคซีนป้องกันเชื้อไข้หวัดใหญ่ โดยส่วนมากคนที่จะได้รับวัคซีนนี้มักเป็นคนในประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือคนที่ทำงานในฟาร์มสัตว์ปีก วัคซีนไข้หวัดใหญ่ส่วนใหญ่เป็นวัคซีนที่เรียกว่า <strong>Trivalent Influenza Vaccine</strong> คือ ใน 1 เข็ม ของวัคซีนจะประกอบไปด้วย สารบริสุทธิที่นำมาจากเชื้อไวรัส แล้วนำมาทำให้หมดฤทธิ์ของการติดต่อและก่อโรค จากเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>สายพันธุ์ เอ 2 สายพันธุ์</li>
<li>สายพันธุ์ บี 1 สายพันธุ์</li>
</ul>
<p style="text-align: justify">รวมเป็นสามสายพันธุ์ จึงเรียกว่า <strong>Trivalent</strong> นั่นเอง วัคซีนป้องกันไวรัสไข้หวัดใหญ่มักจะมีผลข้างเคียงต่ำ ส่วนใหญ่มักจะมีอาการแค่ปวดๆเล็กน้อยหลังจากฉีดเท่านั้น เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เร็วมาก การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่จึงมีการฉีดกันปีต่อปี เพราะสายพันธุ์ที่ระบาดมีการเปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง สำหรับเรื่องยาที่ใช้ในการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ นั้นที่ยังได้ผลดีอยู่มากก็คือยาในกลุ่ม <strong>Neuraminidase Inhibitor</strong> (เช่น <strong>Tamiflu</strong>, <strong>GPO-A Flu</strong>) คือตัวยาจะไปทำการจัดการกับ <strong>Neuraminidase</strong> (ที่เรารู้จักกันทั่วไปว่า <strong>N</strong> นั่นเอง) บนผิวของไวรัส ทำให้ไวรัสหมดฤทธิ์เมื่อเจอยาตัวนี้</p>
<h2>ชนิดของไวรัสไข้หวัดใหญ่</h2>
<p style="text-align: justify">แบ่งออกเป็น 3 สายพันธุ์คือ</p>
<h3>1. เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ เอ</h3>
<p style="text-align: justify">แหล่งใหญ่ของเชื้อนี้มีอยู่มากในพวกนกน้ำป่า และบางครั้งบางคราวก็ติดต่อแพร่กระจายมาสู่สัตว์ปีกสายพันธุ์อื่นๆ ที่ใกล้ชิดมนุษย์ แล้วแพร่กระจายจากสัตว์ปีกนั้นมาสู่คน ทำให้เกิดโรคติดต่อร้ายแรงอย่างมากหลายครั้งในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ เอ เป็นสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรคที่รุนแรงในมนุษย์ มากกว่าอีกสองสายพันธุ์ เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ เอ ยังแบ่งออกได้เป็นมากมายหลากหลาย <strong>Serotype</strong> โดยแยกตาม <strong>Antigen</strong> ที่เปลือกผิวของไวรัส</p>
<p style="text-align: justify">Antigen นั้นก็คือ <strong>H (Haemagglutinin)</strong> และ <strong>N (Neuraminidase)</strong> ยกตัวอย่างเช่น H1N1, H2N2, H3N2, H5N1, H7N7, H1N2 เป็นต้น</p>
<h3>2. เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ บี</h3>
<p style="text-align: justify">เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์นี้พบในสัตว์น้อยชนิด ส่วนใหญ่พบในคน สัตว์ที่พบว่าติดเชื้อนี้ได้ เช่น แมวน้ำ และตัว Ferret (สัตว์คล้ายพังพอน มีสีขาว ตาแดง) เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์นี้พบน้อยกว่าสายพันธุ์ เอ มากและความรุนแรงของโรคก็น้อยกว่า เชื้อสายพันธุ์นี้มีอัตราการกลายพันธุ์ได้น้อยกว่า สายพันธุ์เอ ถึง 2-3 เท่า และเชื้อสายพันธุ์นี้แทบจะไม่มีโอกาสที่จะติดต่อแพร่กระจายเป็นวงกว้าง (Pandemic) เหมือนเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ เอ เลย</p>
<h3 style="text-align: justify">3. เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ซี</h3>
<p style="text-align: justify">เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์นี้ พบได้น้อยมากเมื่อเทียบกับอีกสองสายพันธุ์ พบได้ใน มนุษย์ หมู สุนัข แต่บางครั้งอาจทำให้เกิดโรคที่รุนแรงได้ และสามารถเกิดการระบาดเฉพาะถิ่นได้ แต่ส่วนใหญ่เชื้อนี้มักพบไม่บ่อยและถ้าเป็นก็มักเกิดในเด็กแต่อาการมักจะไม่รุนแรง</p>
<p style="text-align: justify">อ่านบทความอื่นๆ ในชุดนี้ได้ที่<code> <a href="http://medicarezine.com/series/pandemic-of-flu/" rel="tag">Pandemic-Of-Flu</a></code></p>
<p style="text-align: justify">
<p style="text-align: justify">
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://medicarezine.com/2009/07/let-learn-flu/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
