<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>medicareZine.comโรคไข้เลือดออก</title>
	<atom:link href="http://medicarezine.com/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://medicarezine.com</link>
	<description>The destiny we care...</description>
	<lastBuildDate>Wed, 21 Jul 2010 05:55:04 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>อย่ากลัวไข้หวัดใหญ่จนลืม&#8230;.โรคไข้เด็งกิ่ว และไข้เลือดออกเด็งกิ่ว</title>
		<link>http://medicarezine.com/2009/08/dengue-fever/</link>
		<comments>http://medicarezine.com/2009/08/dengue-fever/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 Aug 2009 19:48:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dr.Dragon</dc:creator>
				<category><![CDATA[โรคระบาด (Plague)]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้เลือดออก]]></category>
		<category><![CDATA[Aedes]]></category>
		<category><![CDATA[Dengue Fever]]></category>
		<category><![CDATA[โรคไข้เด็งกิ่ว]]></category>
		<category><![CDATA[โรคไข้เลือดออก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=205</guid>
		<description><![CDATA[ จากกระแสการระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 ในตอนนี้ ทำให้คนบางกลุ่มลืมนึกถึงโรค โรคหนึ่งที่คร่าชีวิตคนไทยอยู่ทุกๆปี และมีการระบาดเป็นหย่อมๆทั่วทั้งประเทศทั้งปี โรคนั้นคือ โรคไข้เด็งกิ่ว และไข้เลือดออกเด็งกิ่ว โรคนี้ก็จัดเป็นโรคระบาดที่สำคัญโรคหนึ่งในประเทศของเรา โรคระบาดนั้นหัวใจในการลดความรุนแรงของการระบาดและลดอัตราการตายของประชากรก็คือ การเรียนรู้ทำความเข้าใจในโรคนั้นๆ วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องโรคนี้ให้ฟังกันครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><img style="border: black 1px solid" src="http://lh5.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/SoRpT7A5e0I/AAAAAAAAAQc/xfMepSLY32o/s288/dengu21.jpg" alt="Dengue haemorhagic fever" width="288" height="214" /></p>
<p style="text-align: justify">จากกระแสการระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 ในตอนนี้ ทำให้คนบางกลุ่มลืมนึกถึงโรค โรคหนึ่งที่คร่าชีวิตคนไทยอยู่ทุกๆ ปี และมีการระบาดเป็นหย่อมๆ ทั่วทั้งประเทศทั้งปี โรคนั้นคือ <strong>โรคไข้เด็งกิ่ว</strong> และไข้เลือดออกเด็งกิ่ว โรคนี้ก็จัดเป็นโรคระบาดที่สำคัญโรคหนึ่งในประเทศของเรา โรคระบาดนั้นหัวใจในการลดความรุนแรงของการระบาดและลดอัตราการตายของประชากรก็คือ การเรียนรู้ทำความเข้าใจในโรคนั้นๆ วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องโรคนี้ให้ฟังกันครับ</p>
<h2><span style="font-size: medium">โรคไข้เด็งกิ่วและโรคไข้เลือดออกเด็งกิ่ว</span></h2>
<p style="text-align: center"><span style="font-size: medium"> </span><img class="aligncenter" style="border: black 1px solid" src="http://lh3.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/SoRpRe8ZXcI/AAAAAAAAAQU/zjalKuzU0lY/s288/Aedes_aegypti.jpg" alt="Aedes" width="288" height="228" /></p>
<h2><span style="font-size: medium"> </span></h2>
<p style="text-align: justify">เป็นโรคไข้เฉียบพลันที่พบมากในประเทศแถบเส้นศูนย์สูตร เกิดจากเชื้อไวรัส ใน <strong>Genus Flavivirus family Flaviviridae</strong> มี 4 serotype และในแต่ละ serotype นั้นไวรัสมีความแตกต่างกันมากพอ จนภูมิต้านทานของร่างกายของเราที่มีต่อในแต่ละ serotype นั้น ไม่สามารถป้องกันเชื้อใน serotype อื่นๆ ได้ และในการระบาดแต่ละครั้ง สามารถระบาดโดยเชื้อหลายๆ serotype ได้  โรคนี้แพร่ระบาดสู่มนุษย์โดยมียุงเป็นตัวกลาง คือ<strong>ยุงชนิด Aedes aegypti</strong> (พบมากกว่า) และ <strong>Aedes albopictus</strong> (พบน้อยกว่า) ยุงทั้งสองชนิดนี้ออกหากินกลางวัน การระบาดของโรคนี้<strong>ไม่เหมือนโรคมาเลเรีย</strong>ตรงที่ว่าโรคนี้ระบาดทั้งในเมืองและในชนบท แต่มาเลเรีย ระบาดเฉพาะในป่าและชนบทที่ห่างไกล</p>
<p style="text-align: center"><img style="border: black 1px solid" src="http://lh4.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/SoRpTpKNuiI/AAAAAAAAAQY/3N5m_VopzCY/s288/dengue_virus.jpg" alt="dengue virus" width="288" height="288" /></p>
<h2><span style="font-size: medium">อาการของโรค</span></h2>
<h2><span style="font-size: medium"> </span></h2>
<p style="text-align: justify"><span style="font-size: medium"> </span>มีอาการดังนี้</p>
<ul>
<li>อาการไข้สูงมากอย่างเฉียบพลัน</li>
<li>มีอาการปวดหัว ปวดกระดูก ปวดตามข้อ อย่างมาก ( Break bone fever )</li>
<li>ระยะหลังๆ จะเริ่มมีผื่นขึ้น ลักษณะผื่นคือจุดเลือดออกเล็กๆ ใต้ผิวหนัง ( Pethichiae ) มักเกิดขึ้นที่ขาส่วนล่าง และหน้าอก ก่อน ในบางคนก็มีผื่นกระจายทั้งตัวเลยก็ได้</li>
<li>บางรายมีอาการแบบกระเพาะอาหารอักเสบร่วมด้วยได้ เช่นมีอาการ ปวดท้อง อาเจียน คลื่นไส้ หรือแม้แต่ท้องเสีย บางรายมีอาการปวดท้องเพราะมีการบวมที่ตับ</li>
</ul>
<p style="text-align: justify">คนไข้บางรายมีอาการน้อยมากและไม่มีผื่นขึ้นทำให้ไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคนี้ แต่สามารถแพร่เชื้อให้แก่ผู้อื่นได้โดยการผ่านทางยุง หรือให้เลือดแก่ผู้อื่น แต่ระยะแพร่โรคได้คือระยะที่คนไข้ยังมีไข้อยู่เท่านั้น</p>
<p style="text-align: justify">ตามปกติโรคนี้จะมีไข้ประมาณ 6-7 วัน โดยระยะท้ายของไข้อาจมีไข้สูงขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง และยอดของไข้จะไม่สูงมากเหมือนยอดแรกที่เป็นไข้ เราเรียกรูปแบบของไข้แบบนี้ว่า <strong>ไข้สองยอด </strong>( Biphasic Pattern ) และคนไข้จะมีเกล็ดเลือดลดต่ำลงเรื่อยๆ จนถึงระยะที่พ้นระยะไข้เกล็ดเลือดจึงหยุดลด ในรายที่เป็นโรคไข้เลือดออกเด็งกิ่ว จะมีไข้สูงมาก และเกล็ดเลือดจะลดต่ำมาก จนเลือดออกได้เองโดยไม่มีบาดแผล เช่น เลือดกำเดาไหล อาเจียนเป็นเลือด เลือดออกตามไรฟัน เป็นต้น และจะมีเลือดเข้มข้นขึ้นเรียกว่า <strong>ภาวะ Haemoconcentration</strong> มีคนไข้จำนวนไม่มากนัก ที่เกิดภาวะที่รุนแรงคือมีอาการ <strong>ช็อค </strong>เรียกว่า Dengue Shock syndrome</p>
<p>สรุปก็คืออาการของโรคอาจจะเป็นไปได้ 3 รูปแบบ คือ</p>
<ol>
<li><strong>ไข้เด็งกิ่ว ( Dengue fever )</strong> คนไข้พวกนี้มีอาการไม่รุนแรงและหายได้เอง มักไม่ต้องนอน รพ.</li>
<li><strong>ไข้เลือดออกเด็งกิ่ว ( Dengue haemorragic fever )</strong> พวกนี้มีอาการรุนแรงขึ้น มีลักษณะที่จะมีเลือดออกเนื่องจากเกล็ดเลือดต่ำลงมาก</li>
<li><strong>Dengue shock Syndrome</strong> คนไข้พวกนี้อาการรุนแรงมาก มีอาการช็อค (ความดันต่ำมาก) เนื่องจากมีการสูญเสียสารน้ำในหลอดเลือด ไปสู่ส่วนของร่างกายที่เรียกว่า 3 rd space</li>
</ol>
<h2><span style="font-size: medium">การวินิจฉัย</span></h2>
<h2><span style="font-size: medium"> </span></h2>
<p style="text-align: justify"><span style="font-size: medium"> </span>การวินิจฉัยโรคนี้ ใช้อาการและข้อมูลทางคลินิก เป็นหลักในการวินิจฉัย คือ การมีไข้ โดยที่ไม่พบแหล่งของการติดเชื้อที่เป็นต้นเหตุให้เห็นอย่างชัดเจน การมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง การมีเกล็ดเลือดต่ำ การมีเม็ดเลือดขาวต่ำ</p>
<p style="text-align: justify"><strong>สิ่งที่ต้องระวังก็คือ</strong></p>
<p style="text-align: justify">โรคตับระยะสุดท้ายอาจบดบังโรคไข้เลือดออกเด็งกิ่ว หรือโรคไข้เลือดออกเด็งกิ่วอาจจะบดบังโรคตับระยะสุดท้าย เพราะอาการและข้อมูลทางคลินิกจะคล้ายกัน</p>
<h2><span style="font-size: medium">อาการที่สำคัญของ โรคไข้เลือดออกเด็งกิ่ว</span></h2>
<ul>
<li><span style="font-size: medium"> </span>มีไข้ ปวดหัวมาก มึนหัวมาก เบื่ออาหาร</li>
<li>มีลักษณะบ่งชี้แนวโน้มที่จะมีเลือดออก เช่น มี Touniquet Test เป็นบวก, มีรอยฟกช้ำได้ง่าย มีเลือดออกที่บริเวณเซลล์เยื่อบุ เหงือก จุดที่ได้รับการฉีดยา หรืออาจจะมีอาการอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายเป็นเลือดได้</li>
<li>มีเกล็ดเลือดต่ำ โดยต่ำกว่า 100,000 /ml หรือ เกล็ดเลือดน้อยกว่า 3 ตัวใน 1 High Power Field</li>
<li>มีลักษณะบ่งชี้ว่ามี พลาสมา รั่วออกจากหลอดเลือด เช่น Hct. มากกว่า 20% ของค่าที่คาดเอาไว้ หรือค่า Hct ลดลง มากกว่า 20% หลังจากให้สารน้ำทางเส้นเลือด, การมีสารน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด, การมีสารน้ำในช่องท้อง, การมีโปรตีนในเลือดต่ำ</li>
<li>มีอาการแบบไข้สมองอักเสบ</li>
</ul>
<h2><span style="font-size: medium">อาการที่บ่งชี้ภาวะ Dengue Shock Syndrome</span></h2>
<h2><span style="font-size: medium"> </span></h2>
<ol>
<li>มีชีพจรเต้นเบาและเร็ว</li>
<li> มี Pulse Pressure แคบ</li>
<li> มีผิวหนังเย็น และกระวนกระวาย</li>
</ol>
<h2><span style="font-size: medium">การตรวจทางห้องปฏิบัติการ</span></h2>
<p>การตรวจที่ช่วยยืนยันการวินิจฉัยได้คือ</p>
<ol>
<li>Rapid diagnostic test kit การตรวจชนิดนี้มีความแม่นยำน้อย, สามารถแยกได้ว่า เป็น Primary or Secondary Infection ได้</li>
<li>Serology and PCR ( Polymerase Chain Reaction ) ผลแน่นอนกว่า แต่ค่าใช้จ่ายสูงกว่า</li>
</ol>
<h2><span style="font-size: medium">การรักษา</span></h2>
<h2></h2>
<p style="text-align: justify"><span style="font-size: medium"> </span>การรักษาหลักๆ คือการรักษาตามอาการประคับประคองอย่างใกล้ชิด และพยายามทำให้ร่างกายไม่ขาดสารน้ำ โดยการทานน้ำให้มากเพียงพอ (ถ้าทานได้ ) ถ้าทานไม่ได้ ก็ควรให้สารน้ำทางเส้นเลือด เพื่อแก้ไขภาวะขาดน้ำ ภาวะเลือดเข้มข้น  และภาวะช็อค น้อยรายที่มีความจำเป็นในการที่จะต้องให้เกล็ดเลือดทดแทน (มักให้ถ้าเกล็ดเลือดต่ำกว่า 20,000/ml หรือมีภาวะถ่ายอุจจาระดำที่บ่งชี้ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร )<br />
<strong>ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาลดไข้ในกลุ่ม Aspirin หรือ NSAIDS</strong> ในคนไข้ที่สงสัยจะเป็นโรคนี้ เพราะอาจจะทำให้เกิด ภาวะเลือดออกง่ายได้มากขึ้น</p>
<h2><span style="font-size: medium">การป้องกันการแพร่ระบาดของโรค</span></h2>
<h2></h2>
<ol>
<li>กำจัดตัวกลางของโรค เช่นการทำลายยุงและลูกน้ำยุง และแหล่งเพาะพันธุ์ของมัน</li>
<li>ป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด</li>
<li>เมื่อพบผู้ป่วยในชุมชนต้องรีบประชาสัมพันธ์ ให้คนในชุมชนได้รับทราบและร่วมมือกันป้องกันการแพร่กระจายของโรค</li>
</ol>
<p style="text-align: center"><img style="border: black 1px solid" src="http://lh3.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/SoRpUbDhD6I/AAAAAAAAAQg/bhLyPizss1A/s800/Dengue-s.jpg" alt="prevent dengue" width="231" height="241" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://medicarezine.com/2009/08/dengue-fever/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
