0

อินเดีย: ฟาร์ม (กักขัง) มนุษย์ เพื่อสูบเลือด ขายให้โรงพยาบาล

-

Gorakpur อินเดีย (ใกล้ชายแดนกับเนปาล) สองสามวันก่อนถึงวันเทศกาล Holi (เทศกาลเพื่อฉลองความดีชนะความไม่ดี โดยการสาดฝุ่นสีหรือน้ำสี คล้ายสาดน้ำในเทศกาลสงกรานต์ของไทย) ชายผู้มีร่างกายผอมโซ ผิวหนังเป็นสีเทาคล้ำ ตาปิด มีรอยเข็มฉีดยาเป็นแถวสีม่วงๆ อยู่บนแขนทั้งสองข้าง ได้สะดุดลงที่หน้าของชาวนากลุ่มหนึ่ง ชายผู้นั้นร้องขอค่ารถเมล์แต่ได้ถูกปฏิเสธไป เนื่องจากพวกเขาคิดว่าชายผู้นั้นเป็นผู้อพยพจากเนปาล ซึ่งมีอยู่เนื่องๆ แต่ชายผู้นั้นยืนยันว่าเขาไม่ใช่ผู้อพยพ ตรงกันข้าม เขาเป็นชาวอินเดียที่หนีจากที่กักขังแห่งหนึ่ง ซึ่งได้จับเขาไปสูบเลือดเพื่อขายเอาเงิน ชาวนากลุ่มนั้นจึงเรียกตำรวจทันที

ชายผู้นั้นนำเจ้าหน้าที่ไปยังที่ที่ใช้กัก ขังเขามา 3 ปีแล้ว ที่นั่น เจ้าหน้าที่ได้พบชายผอมโซลักษณะเดียวกันถูกรัดอยู่บนเตียง 5 คน โดยมีเข็มเจาะเลือดให้ไหลลงถุงอยู่ข้างๆ เจ้าหน้าที่เร่งค้นยังห้องอื่นต่อไป จนพบชายลักษณะเดียวกันทั้งหมด 17 คน และช่วยออกมาได้ทั้งหมด เหยื่อเหล่านี้ให้การว่าจะมีคนมาดูดเลือดพวกเขาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง บางคนถูกขังไว้ 2 ปีครึ่งมาแล้ว พวกเขายังกล่าวเพิ่มว่า เดิมทีจำนวนคนทั้งหมดที่ถูกขัง มีมากจำนวนมากกว่านี้มาก แต่ได้ถูกนำออกไปนอกเมืองเมื่อพวกเขาใกล้เสียชีวิตแล้ว

(more…)

0

เรื่องเล่าจากห้องตรวจ “เกลื้อน โรคที่ไม่อันตรายแต่น่าอาย”

-

โรคเกลื้อนเป็นโรคที่พบบ่อยในห้องตรวจ แม้ว่าเป็นภาวะที่ไม่มีอันตรายใดๆ มากนักแต่เป็นสิ่งที่สร้างความอับอาย และทำให้คนไข้เสียความมั่นใจในตนเองไปได้อย่างมากจริงๆ ผมเคยไปเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง พบเห็นฝรั่งคนหนึ่งน่าตาดี หุ่นดีมาก แต่ใส่เสื้อโชว์หลัง ปรากฏว่ามีรอยเกลื้อนจำนวนมากเต็มหลังไปหมด ทำให้เสียความสวยไปอย่างมาก นี่คือตัวอย่างหนึ่งของผลเสียของโรคนี้ ผลเสียอีกข้อก็คือในบางรายก็มีอาการคัน เท่าที่ผมสังเกต การคันนั้นไม่เท่ากันในทุกคน บางคนคันมากโดยเฉพาะเวลาเหงื่อออก บางคนคันน้อย บางคนไม่คันเลยก็มี

(more…)

0

คำแนะนำ สิ่งที่ควรรู้ เมื่อจะพาลูกน้อยไปฉีดวัคซีน

-

vaccination

การพาลูกน้อยไปฉีดวัคซีนนั้น อันที่จริงแล้วไม่ใช่เพียงการพาลูกไปฉีดวัคซีนเท่านั้น แต่เป็นการพาลูกไปตรวจเช็คสุขภาพ การเจริญเติบโต (น้ำหนัก,ส่วนสูง,เส้นรอบศรีษะ) และตรวจพัฒนาการด้วย ถ้าคุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยไปพบคุณหมอ แล้วคุณหมอไม่ทำอะไรอื่นเลยนอกจากการฉีดวัคซีน คุณพ่อคุณแม่ควรท้วงติงคุณหมอให้ทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ให้ครบ ดังที่ระบุเป็นข้อๆ ข้างล่างนี้ (more…)

0

ความเห็นล่าสุดขององค์การอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) เกี่ยวกับวัคซีนโรตาริก,โรตาเทค

-

จากข่าวที่ผ่านมาถึงคำสั่งระงับการใช้วัคซีโรตาริกซ์ ขณะนี้มีความเห็นล่าสุดขององค์การอาหารและยาของสหรัฐ  (FDA) เกี่ยวกับวัคซีนโรตาริกซ์ (Rotarix Vaccine), โรตาเทค (Rotateq Vaccine) ซึ่งเป็นวัคซีนป้องกันโรคจากเซื้อไวรัสโรตา ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เด็กเล็กเกิดอาการท้องเสีย สรุปความคือ FDA เห็นว่าให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ของสหรัฐอเมริกา กลับไปเริ่มใช้วัคซีนโรตาริกใหม่ได้ หลังจากมีการประกาศให้ระงับการใช้ไประยะหนึ่ง รวมทั้งให้ใช้วัคซีนโรตาเทคต่อไปได้ด้วย โดยไม่มีการระงับใช้แต่อย่างใด

โดย FDA ได้อาศัยการพิจารณาอย่างระมัดระวังถี่ถ้วนของผลแลปส์ ทั้งจากของบริษัทผู้ผลิตและของ FDA เอง และจากการพิจารณาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และจากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญทางด้านสาธารณสุข

ในการตัดสินใจครั้งนี้   FDA ได้พิจารณาว่า วัคซีนทั้งสองชนิดนั้น มีประวัติความปลอดภัยในการถูกใช้ค่อนข้างสูงในอดีตที่ผ่านมา ทั้งจากการทดลอง (Clinical Trial) และจากการที่มีคนได้รับวัคซีนนี้ไปแล้วเป็นล้านๆ คน และ FDA ก็ไม่มีหลักฐานที่แสดงถึงอันตรายที่จะเกิดจากเชื้อไวรัส PCV1 และ PCV2 ที่ปนเปื้อนในวัคซีน ที่มีต่อสุขภาพและร่างกายมนุษย์ แต่ประโยชน์ของวัคซีนทั้งสองนี้มีค่อนข้างมาก คือสามารถช่วยป้องกันโรคท้องเสียรุนแรงที่เกิดจากเชื้อไวรัสโรต้าได้มากทั้ง ในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก

เมื่อประโยชน์ของวัคซีนยังมีเหนือต่อความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น FDA จึงแนะนำให้ใช้วัคซีนทั้งสองชนิดนี้ต่อไปได้

0

มีคำสั่งระงับใช้วัคซีนโรตาริกซ์

-

Rotarix

เมื่อวานนี้ (26 เมษายน 2553) ผมได้รับโทรศัพท์จากผู้แทนยาของบริษัท Glaxo Smith Kline ว่าให้ระงับการใช้วัคซีนโรตาริกซ์ ไว้ก่อนเนื่องจากว่าทางบริษัทได้รับการติดต่อจากองค์การอาหารและยา ว่าให้ระงับการใช้และการจัดจำหน่ายวัคซีนชนิดนี้ไว้ก่อน วันนี้ผมจึงนำข้อมูลที่มาที่ไปของการระงับใช้วัคซีนในครั้งนี้ มาเล่าสู่กันฟัง ที่มาที่ไปมาจากรายงานของ WHO ฉบับนี้ครับ

รายงานของ Global Advisory Committee ของ องค์การอนามัยโลก ต่อความปลอดภัยของวัคซีน Rotarix

ในวันที่ 25 มีนาคม 2553 Global Advisory Committee ขององค์การอนามัยโลก ได้ประชุมผ่านทาง เทเลคอนเฟอเร้น ประเมินเกี่ยวกับข้อมูลใหม่ของความปลอดภัยของวัคซีนโรตาริกซ์ ซึ่งเป็นวัคซีนที่ใช้ในการป้องกันเชื้อไวรัสโรต้า ที่เป็นเชื้อที่ก่อโรคกระเพาะลำไส้อักเสบในเด็ก หลังจากสถาบันวิชาการทางการแพทย์ได้แจ้งไปยังบริษัทที่ผลิตวัคซีนชนิดนี้ คือ Glaxo Smith Kline ว่าวัคซีนชนิดนี้ปนเปื้อน DNA ของเชื้อ Porcine Circovirus Type 1 (PCV1>)

(more…)

0

มารู้จักธรรมชาติของการนอนหลับกันดีกว่าครับ

-

Jul 21

hypnogram

ธรรมชาติของการนอนหลับ

ในปัจจุบันยังมีคนจำนวนมากที่เข้าใจว่าการ นอนหลับนั้น คือขบวนการที่ร่างกายของเรา ดับเครื่อง หรือพักระบบต่างๆ ในร่างกายชั่วคราว แล้วเมื่อตื่นขึ้นมาก็เพียงเปิดเครื่องของระบบของร่างกายขึ้นมาใหม่ ความเชื่อและความคิดเช่นนั้นเป็นความคิดที่เข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิง เพราะในความเป็นจริงแล้วนั้น การนอนหลับของเรา เป็นขบวนการที่มีระบบขั้นตอน และลำดับของขบวนการซับซ้อนไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าขณะที่เราตื่นเลย

ขบวนการของการนอนหลับนั้นได้ถูกศึกษาวิเคราะห์โดยเครื่องมือทางการแพทย์ สามชนิดก็คือ

  1. เครื่องตรวจคลื่นสมอง (Electro Encephalogram)
  2. เครื่องตรวจการกลอกของลูกตา (Electro Oculogram)
  3. เครื่องตรวจการตึงตัวของกล้ามเนื้อ (Electromyogram)

จากการตรวจด้วยเครื่องดังกล่าวข้างต้นนั้น เราสามารถแบ่งระยะของการหลับออกได้เป็น 2 ระยะคือ

  1. Non Rapid Eye Movement Sleep (NREM Sleep)
  2. Rapid Eye Movement Sleep (REM Sleep)

การตรวจคลื่นสมองนั้น ทำให้เราได้พบกับธรรมชาติของสมอง ที่มีคลื่นสมองในความถี่ต่างๆ กันไปในแต่ละภาวะของร่างกาย เช่น

  • คลื่นสมองเบต้า (Beta) จะมีคลื่นความถี่อยู่ที่ 13-30 Hz คลื่นสมองชนิดนี้จะพบในขณะที่เรายังตื่นอยู่ และมีความรู้สึกทั่วตัวพร้อมดี
  • คลื่นสมองแอลฟ่า (Alpha) จะมีคลื่นความถี่อยู่ที่ 8-12 Hz  คลื่นสมองชนิดนี้พบในภาวะที่ เราปิดตาของเรา และปล่อยสมองว่างๆ ไม่ครุ่นคิดใดๆ เช่น ภาวะการนอนหลับ ขณะนั่งสมาธิ หรือได้รับการดมยาสลบ เป็นต้น
  • คลื่นสมองธีต้า (Theta) จะมีคลื่นสมองอยู่ระหว่าง 4-7 Hz คลื่นสมองชนิดนี้ พบในภาวะที่จะเลื่อนไหลจากการรู้สึกตัว ไปสู่การง่วงเหงาหาวนอน และจะพบได้ในขณะที่คนคนนั้นทำสมาธิอยู่ในระดับสูงๆ
  • คลื่นสมองเดลต้า (Delta) จะมีคลื่นความถี่อยู่ที่ 0.5-4 Hz คลื่นสมองชนิดนี้จะพบในขณะที่เราหลับอยู่ในระดับลึกๆ

Rapid Eye Movement Sleep (REM Sleep)

ระยะของการนอนชนิดนี้ กินระยะเวลาประมาณ 20-25 % ของเวลาการนอนทั้งหมด ในช่วงระยะนี้จะมีลักษณะคือ

  • มีการทำงานของสมองแบบสูงมาก และกระจายไปทั่วทั้งสมอง (Generalized Heightened Brain Activity)
  • มีการกรอกของลูกตาโดยกล้ามเนื้อตาอย่างแรงเป็นระยะๆ (Periodic Intense Eye Movement)
  • ความฝันจะเกิดในระยะนี้
  • ในระยะนี้จะเกิดความปรวนแปรของระบบการหายใจ และระบบหัวใจ และหลอดเลือดได้อย่างมาก (ภาวะนี้อาจจะเกิดจากการที่ ระยะการนอนชนิดนี้มีการทำงานของสมองอย่างมาก หรืออาจะเกิดเพราะกำลังฝันก็ได้)
  • ระยะการนอนนี้ในบางครั้งเราเรียกว่า Active Sleep หรือ Paradoxical Sleep
  • ในระยะนี้การตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกเช่น เสียงดัง หรือสิ่งเร้าภายใน เช่น ภาวะการขาดออกซิเจน จะน้อยมากเมื่อเทียบกับระยะ NREM
  • กำลังและการตึงตัวของกล้ามเนื้อลายทั่วทั้งตัวจะลดลงอย่างมาก คล้ายภาวะที่เรียกว่าการเป็น Paralysis
  • ก้านสมองตำแหน่งที่เรียกว่า Pons ก่อให้เกิดการ ลดการตึงตัวของกล้ามเนื้อลายในระยะการนอนชนิดนี้

Non rapid eye movement sleep (NREM Sleep)

ระยะการนอนชนิดนี้ค่อนข้างมีความราบเรียบสม่ำเสมอ แบ่งระยะความลึกเป็น สี่ระดับความลึกคือ

  • ระยะที่ 1
  • ระยะที่ 2
  • ระยะที่ 3, 4 ระยะนี้เรียกว่า ระยะหลับลึก หรือ ระยะ Slow Wave Sleep
  • ระยะนี้แม้ว่าจะมีความถี่ของคลื่นสมองที่ค่อนข้างต่ำ แต่มีควาสูง (Amplitude) ของคลื่นสูงที่สุดคือประมาณ 75 microvolt ในขณะที่  amplitude ของคลื่นขณะตื่นอยู่ในระหว่าง 20-40 microvolt
  • ในระยะนี้ร่างกายจะอยู่ในความเงียบสงบ
  • ความตึงตัวของกล้ามเนื้อทั่วร่างกายจะลดลงๆ
  • ระบบการหายใจ ระบบหลอดเลือด หัวใจ ความดันโลหิต จะอยู่ในภาวะที่เสถียร
  • การตอบสนองต่อสิ่งเร้าทั้งภายนอกและภายในจะค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ ตามระยะความลึกของการหลับ

วัฏจักรของระยะของการหลับ

ในขณะที่เรานอนนั้น เมื่อเราเริ่มหลับ เราจะเข้าสู่ระยะ NREM ระยะที่ 1 และเลื่อนไหลไปสู่ระยะที่ 2, 3, 4 ตามลำดับ แล้วจึงถอยกลับมาเข้าสู่ระยะ NREM ระยะที่ 4, 3, 2, 1 จากนั้นจึงเข้าสู่ ระยะ REM แล้วจึงเริ่มกลับมาเข้าสู่ระยะ NREM ระยะที่ 1, 2, 3, 4 ใหม่ เป็นการเริ่มรอบใหม่ของวงกลมของการนอนหลับ จากจุดเริ่มต้นของ REM ไปสู่จุดเริ่มต้นของ REM รอบใหม่ เราเรียกว่า หนึ่งรอบการนอน (1 Sleep Cycle) ใน 1 รอบ นั้นกินเวลาประมาณ 90 นาที คือ เป็น NREM ประมาณ 80 นาที และ REM ประมาณ 10 นาที ในหนึ่งคืนของการนอน จะมีจำนวนรอบการนอนประมาณ 3-6 รอบ

ยิ่งรอบของการนอนดำเนินไปมากเท่าไร ระยะเวลาในช่วงของการหลับลึก คือ Slow Wave Sleep ก็ยิ่งสั้นลงเท่านั้น ตรงกันข้ามกับ REM Sleep ที่จะยิ่งนานขึ้นเรื่อย เช่นกัน

กลไกของการตื่นและการหลับ

ทางวิทยาศาสตร์เราทราบกันมานานแล้วว่า สมองส่วนที่ควบคุมการรู้สึกตัวหรือการตื่นของเรานั้น ถูกควบคุมโดยก้านสมอง คือส่วนที่เรียกว่า Reticular Activating System โดยระบบนี้จะรับกระแสประสาทมาจาก อวัยวะต่างๆ ผิวกาย กล้ามเนื้อ ฯลฯ แล้วมันจะส่งกระแสประสาทไปสู่ส่วนต่างๆ ของสมองทั้งหมด เพื่อกระตุ้นให้มีการรู้สึกทั่วตัวพร้อมกัน

การนอนหลับนั้นไม่ใช่ภาวะที่เกิดขึ้นมา อย่างบังเอิญ แต่มันเป็นภาวะที่เกิดจากขบวนการต่างๆ ของร่างกายทำขึ้นมาอย่างจงใจ  ปัจจุบันเรายังไม่ทราบแน่ชัดว่า NREM Sleep นั้น ถูกก่อให้เกิดมาจากขบวนการของสมองส่วนไหน แต่เชื่อว่าเกิดจากสมองหลายๆ ส่วนทำงานร่วมกัน แต่สำหรับ REM Sleep นั้น ปัจจุบันพบว่า ก้านสมองส่วนที่เรียกว่า Pons นั้นมีบทบาทสำคัญในการก่อให้เกิดการนอนหลับขึ้นมา

สรุปก็คือ การนอนหลับนั้นเป็นสิ่งที่ร่างกายก่อให้เกิดขึ้นมาอย่างตั้งใจ เพื่อวัตถุประสงค์ที่เชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเราแน่ๆ เพราะเราพบว่าการนอนหลับที่ไม่เพียงพอนั้น ก่อให้เกิดภาวะความผิดปกติของร่างกายมากมาย เช่น ทำให้อารมณ์ไม่ดี ขี้หงุดหงิด เครียด เหนื่อยง่าย เวียนหัว ภูมิต้านทานต่ำลง ฯลฯ แต่ก็มีการวิจัยที่พบเช่นกันว่าคนที่นอนมากจนเกินไปนั้น มีอัตราอายุที่สั้นกว่าคนที่มีนอนอย่าง

0

คนขี้เกียจมักจะไม่เจริญ แต่ตาขี้เกียจปล่อยไว้อาจจะถึงขั้น…ตาบอด

-

โรคตาขี้เกียจ (Amblyopia)

โรคตาขี้เกียจ คือภาวะการเสียสมรรถภาพการมองเห็นของตาข้างใดข้างหนึ่ง ที่เกิดจากการขาดการใช้งานอย่างเพียงพอของตาข้างนั้นในระยะแรกๆ ของวัยเด็ก

อะไรทำให้เกิดโรคตาขี้เกียจ ?

ภาวะนี้เกิดจากหลายสาเหตุ ที่พบบ่อยที่สุดคือ การมีการเอียงของลูกตาเด็ก เช่น ตาเข ตาเหร่ หรืออาจจะเกิดจากการที่ ตา 2 ข้างมีการมองเห็นภาพที่มีคุณภาพของภาพไม่เท่ากัน (คือตาหนึ่งมองเห็นภาพคมชัดกว่าอีกตาหนึ่ง)

ในทั้งสองกรณีนั้นก่อให้เกิด สภาพที่ตาลูกหนึ่งแข็งแรงกว่าตาอีกลูกหนึ่ง และทำให้ภาพของตาที่อ่อนแอกว่าด้อยลงหรือไม่มีค่า ถ้าสภาวะนี้ดำเนินไปเรื่อยๆ จะทำให้ตาข้างที่ด้อยค่าลงนี้ จะไม่มีประโยชน์อีกต่อไป

(more…)

0

โรคเยื่อบุตาอักเสบ ระบาด

-

เนื่องจากช่วงนี้ได้พบว่ามีคนไข้ที่ติดเชื้อตาแดงกัน มาก และติดต่อกันอย่างรวดเร็ว เด็กๆ ไปโรงเรียนไปติดมาจากเพื่อนๆ ที่โรงเรียน แล้วนำมาติดสมาชิกในครอบครัวคนอื่นอีกเป็นทอดๆ บางครอบครัวเป็นกันทั้งครอบครัว วันนี้ผมจึงขอนำความรู้เรื่องเยื่อบุตาอักเสบมาเล่าสู่กันฟังครับ

เยื่อบุตาอักเสบ (Conjunctivitis)

เป็นภาวะที่ทำให้เกิดอาการปวดตา ตาแดง เหนียวเยิ้มในลูกตา  ภาวะนี้มักจะไม่รุนแรง แต่มักก่อให้เกิดความรำคาญ ไม่สบายในตา แต่เยื่อบุตาอักเสบบางชนิดก็สามารถทำลายลูกตาได้

ข้อควรระวัง

  • การบาดเจ็บที่ตาทั้ง หลายไม่ว่าจะเป็นการกระทบกระแทก การขยี้ แรงๆ ควรได้รับการตรวจจาก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้แน่ใจว่าการบาดเจ็บนั้นไม่รุนแรงจนถึงขั้นเป็น อันตรายต่อลูกตาและการมองเห็น
  • ถ้าพบว่ามีเนื้อเยื่อที่อยู่รอบๆตาเช่น เปลือกตา ผิวหนังรอบดวงตา มีการบวมแดง ร้อน นั่นบ่งชี้ว่าไม่ได้มีแต่ภาวะเยื่อบุตาอักเสบอย่างเดียว ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาที่ถูกต้องต่อไป

(more…)

0

วิตามินซี และ ไข้หวัด (Vitamin C and Common Cold)

-

Nov 26

common cold

วิตามินซี และ ไข้หวัด  (Vitamin C and Common Cold)

ในปัจจุบันมีการกล่าวขวัญกันถึงเรื่องประโยชน์ของวิตามินซี ต่อการรักษาและป้องกันไข้หวัดกันมาก จนบางคนหันไปกินวิตามินซีขนาดสูงทันทีที่เริ่มมีอาการไข้หวัด หรือบางคนถึงขนาดที่ว่ากินวิตามินซีขนาดสูงคือประมาณ 1000 mg ทุกวันเพื่อป้องกันไข้หวัด หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์ทางสุขภาพหลายชนิด นำเอาวิตามินซีเข้าไปผสมและอ้างสรรพคุณเพื่อป้องกันไข้หวัดได้

วิตามินซี มีการถูกนำมาโฆษณาชวนเชื่อเรื่องสรรพคุณในการรักษาไข้หวัดหรือป้องกันไข้ หวัดครั้งแรกเมื่อปี คศ.1970 และมีการใช้กันมากในเวลาต่อมาแม้ว่า ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายกล่าวว่า มีหลักฐานน้อยมากที่พิสูจน์ว่าวิตามินซี มีผลดีต่อผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัด

(more…)

0

สารแอนตี้ออกซิแด้นท์ ได้ยินกันบ่อย รู้จักกันหรือไม่ครับ?

-

antioxidant

ทุกวันนี้เวลาเราเปิดทีวีดู เราจะพบการโฆษณาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่อ้างสรรพคุณ แอนตี้ออกซิแด้นท์ กัน อยู่บ่อยๆ และชี้ชวนชวนเชื่อกันว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้มากมาย จนจำยี่ห้อกันไม่ไหว วันนี้ผมจึงอยากจะมาแนะนำความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างสังเขป ให้ท่านได้เรียนรู้และรู้จักกันครับ

สารแอนตี้ออกซิแดนท์ (Antioxidant)

เป็น โมเลกุลที่สามารถทำให้ปฏิกริยา ออกซิเดชั่น ช้าลงหรือป้องกันการเกิดปฏิกริยา ออกซิเดชั่น ของโมเลกุลอื่น ออกซิเดชั่น เป็นปฏิกิริยาทางเคมีที่มีการย้ายอิเลคตรอนจากสารหนึ่ง ไปยังสารที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ปฏิกิริยาออกซิเดชั่นก่อให้เกิด อนุมูลอิสระ (Free Radical) ที่จะสามารถก่อให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ ที่สามารถทำลายเซลล์ได้

(more…)