<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>medicareZine.comอุบัติเหตุ</title>
	<atom:link href="http://medicarezine.com/category/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://medicarezine.com</link>
	<description>The destiny we care...</description>
	<lastBuildDate>Wed, 21 Jul 2010 05:55:04 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>โรคพิษสุนัขบ้า&#8230;มหันตภัยที่อยู่ใกล้ตัว</title>
		<link>http://medicarezine.com/2009/10/rabies/</link>
		<comments>http://medicarezine.com/2009/10/rabies/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Oct 2009 17:31:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dr.Dragon</dc:creator>
				<category><![CDATA[อุบัติเหตุ]]></category>
		<category><![CDATA[Human Rabies Immunoglobulin]]></category>
		<category><![CDATA[Rabies]]></category>
		<category><![CDATA[Rabies Vaccine]]></category>
		<category><![CDATA[Verorab]]></category>
		<category><![CDATA[โรคกลัวน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคพิษสุนัขบ้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=735</guid>
		<description><![CDATA[เชื้อไวรัส Rabies แพร่กระจายโดยการกัดของสัตว์ที่ติดเชื้อ ทั้งสัตว์ป่าและสัตว์ที่เราเลี้ยงดูที่บ้านเรือน เคยมีรายงานการติดเชื้อ Rabies ในนักสำรวจถ้ำที่สูดลมหายใจเอาเชื้อไวรัส Rabies เข้าไปโดยเชื้อนี้กระจายอยู่ในอากาศในถ้ำจากพวกค้างคาว (ที่ติดเชื้อ) ที่อยู่ กันเป็นจำนวนมากในถ้ำ สัตว์พวกกินซากบางชนิดติดเชื้อ Rabies จากการกินซากสัตว์ที่ติดเชื้อ Rabies, มีรายงานในคนคือหญิงตั้งครรภ์คนหนึ่งที่ติดเชื้อ Rabies แล้วเสียชีวิต ได้ส่งต่อเชื้อ Rabies ให้แก่ลูกที่ยังไม่คลอดของเธอก่อนที่จะคลอดออกมา]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><img class="aligncenter" style="border: 1px solid black" src="http://lh6.ggpht.com/_U0hZMEOjqQQ/SuM5Uo_gY-I/AAAAAAAABAs/SvfV4qX493A/s800/rabies2.gif" alt="rabies" /></p>
<h1>โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies)</h1>
<p style="text-align: justify">ประวัติศาสตร์ของโรค Rabies นั้นย้อนหลังไปได้ถึง 2000 ปี ก่อนคริสตกาล คือ อริสโตเติล ได้สังเกตเห็นว่า สุนัขสามารถแพร่การติดเชื้อโรคชนิดหนึ่งไปสู่สุนัขตัวอื่น ได้ผ่านทางการกัด</p>
<p style="text-align: justify">เมื่อปี คศ.1885 <strong>หลุยส์ปาสเตอร์</strong> สามารถรักษาเด็กชายวัย 9 ขวบให้รอดตายจากการติดโรคพิษสุนัขบ้าได้โดยการให้วัคซีนโรค Rabies ที่ทำมาจากไขสันหลังของสัตว์ที่เป็นโรค Rabies เป็นผลสำเร็จครั้งแรกในโลก ซึ่งทำให้เด็กชายคนนั้นไม่เป็นโรค Rabies</p>
<p style="text-align: justify">โรค Rabies ในปัจจุบันยังเป็นสาเหตุการตายของคนในโลกจำนวนมากต่อปี โดยเฉพาะในประเทศด้อยพัฒนา</p>
<h2 style="text-align: justify">เชื้อไวรัส Rabies</h2>
<p style="text-align: justify"><strong>เชื้อไวรัส </strong><strong>Rabies</strong> แพร่กระจายโดยการกัดของสัตว์ที่ติดเชื้อ ทั้งสัตว์ป่าและสัตว์ที่เราเลี้ยงดูที่บ้านเรือน เคยมีรายงานการติดเชื้อ Rabies ในนักสำรวจถ้ำที่สูดลมหายใจเอาเชื้อไวรัส Rabies เข้าไปโดยเชื้อนี้กระจายอยู่ในอากาศในถ้ำจากพวกค้างคาว (ที่ติดเชื้อ) ที่อยู่ กันเป็นจำนวนมากในถ้ำ <strong>สัตว์พวกกินซาก</strong>บางชนิดติดเชื้อ Rabies จากการกินซากสัตว์ที่ติดเชื้อ Rabies, มีรายงานในคนคือ หญิงตั้งครรภ์คนหนึ่งที่ติดเชื้อ Rabies แล้วเสียชีวิต ได้ส่งต่อเชื้อ Rabies ให้แก่ลูกที่ยังไม่คลอดของเธอก่อนที่จะคลอดออกมา</p>
<p style="text-align: justify">เชื้อไวรัส Rabies จะมีการแพร่ระบาดอยู่ในหมู่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม บางประเทศมีมากใน<strong>สุนัข</strong> บางประเทศมีมากใน <strong>ตัวแรคคูน ตัวสกั๊งค์ หนู หรือสัตว์ป่าอื่นๆ</strong></p>
<p style="text-align: justify">โรค Rabies เป็นโรคที่เป็นแล้ว อัตราตาย 100 % (มีคนไข้ที่เป็นแล้วหายเองรายงานไว้บ้างแต่พบน้อยมากๆๆ)</p>
<h2 style="text-align: justify">อาการของโรค rabies</h2>
<p style="text-align: justify">เมื่อคนโดนสัตว์ที่ติดเชื้อ Rabies กัด เชื้อไวรัสจะเคลื่อนที่เพื่อเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง คือสมอง โดยการเดินทางไปตามเส้นประสาทส่วนปลาย ระยะเวลาในการที่เชื้อจะขึ้นถึงสมองนั้นไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ถูกกัด จำนวนน้ำลายที่มีเชื้อที่ถูกฝังเข้าไปในบาดแผล ระยะเวลาตั้งแต่ถูกกัดจนเกิดอาการทางสมอง อยู่ระหว่าง 9 วัน ถึง 1 ปี แต่โดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 2 สัปดาห์ ถึง 3 เดือน</p>
<p style="text-align: justify">อาการที่แสดงออกเมื่อเป็นโรคก็คือ อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ วิตกกังวล หวาดผวา ถูกกระตุ้นได้ง่าย กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และอาการอันหนึ่งที่พบได้บ่อยในช่วงแรกๆ ก็คือ อาการปวด คัน ชา บริเวณที่เป็นแผลที่ถูกกัด คนไข้จำนวนไม่น้อยมีอาการค่อนข้างก้าวร้าวและเอะอะโวยวาย บางครั้งมีการจะทำร้ายผู้คน บางครั้งมีอาการชักเกร็งได้ บางคนมี อาการกล้ามเนื้อเล็กๆ ภายในคอเกร็งตัว  (Phalyngeal Spasm) และมีอาการกระหายน้ำมาก บ้างก็มีน้ำลายออกมากและน้ำลายไหลย้อย</p>
<p style="text-align: justify">ถ้าไม่ได้รับการรักษาคนไข้จะเสียชีวิตภายใน 8 วัน ถ้าได้รับการรักษาแบบประคับประคองอาจจะมีชีวิตอยู่ได้ถึง 1 เดือน</p>
<h2 style="text-align: justify">การให้วัคซีนป้องกันโรค rabies</h2>
<h3 style="text-align: justify">1. การให้แบบก่อนการได้รับเชื้อ (Pre-exposure)</h3>
<p style="text-align: justify">การให้แบบนี้เหมาะกับคนที่มีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อไวรัส Rabies อยู่บ่อยๆ เช่น ทำงานอาชีพที่ต้องเกี่ยวข้องกับสัตว์ เช่น เป็น สัตวแพทย์ เป็นช่างตัดขนสุนัข ทำฟาร์มสุนัข, นักวิจัยที่เกี่ยวกับเชื้อ Rabies, พนักงานจับสุนัขหรือสัตว์จรจัด ฯลฯ</p>
<p style="text-align: justify">ตัวอย่างสูตรในการให้วัคซีนแบบ คือ (Pre-exposure) คือ<br />
Verorab Vaccine 0.5 ml im วันที่ 0, 7,  28 (วันที่ 0 คือวันที่ฉีดเป็นเข็มแรก)</p>
<h3 style="text-align: justify">2. การให้แบบให้หลังการสัมผัสเชื้อ (Post-exposure)</h3>
<p style="text-align: justify">เป็นการให้วัคซีนเป็นชุดหลังการได้รับเชื้อ หรือคาดว่าได้รับเชื้อแล้ว วิธีนี้ให้ในคนทั่วไป ที่โดนสัตว์ที่มีความเสี่ยงในการที่จะมีเชื้อ Rabies กัด หรือสัมผัสน้ำลายของสัตว์ที่มีความเสี่ยงเข้าสู่แผล</p>
<p style="text-align: justify">บาดแผลที่เราจะพิจารณาว่าควรฉีดวัคซีนคือ บาดแผลที่มีรอยเปิดของผิวหนัง แม้จะเป็นแค่ชั้นผิวหนังตื้นๆ เช่น แผลถลอก หรือแผลที่มีความลึกของแผลมากกว่านั้น สำหรับแผลประเภทฟกช้ำไม่มีรอยฉีกขาดของผิวหนัง ไม่มีความเสี่ยงจนถึงขนาดที่ต้องฉีดวัคซีน</p>
<p style="text-align: justify">ตัวอย่างสูตรในการให้วัคซีน แบบ ( Post-exposure ) เช่น<br />
Verorab vaccine 0.5 ml im วันที่ 0, 3, 7, 14, 28 (วันที่ 0 คือวันที่ฉีดเป็นเข็มแรก)</p>
<p style="text-align: justify">ในรายที่สัตว์มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเป็นสัตว์ที่มีเชื้อ Rabies หลังจากถูกกัด คนไข้ควรจะได้รับ Human Rabies Immunoglobulin (ภูมิต้านทานสำเร็จรูปต่อเชื้อ Rabies) ด้วย และควรให้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังถูกกัด โดยการฉีดเข้าที่รอบๆ แผลที่ถูกกัด และแบ่งฉีดเข้าที่ต้นแขนด้วย แต่ต้องฉีดเข้าคนละตำแหน่งกับตำแหน่งที่ฉีดวัคซีน</p>
<h2>โดยสรุปเราควรทำอย่างไรเมื่อถูกสัตว์กัด</h2>
<ol>
<li>รีบล้างน้ำฟอกสบู่ที่แผลให้สะอาด (ใช้น้ำประปาก็ได้)</li>
<li>ใช้ผ้าสะอาดหรือผ้าก็อส กดปิดบนแผลเพื่อทำการหยุดเลือด</li>
<li>รีบไปพบแพทย์ที่สถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน</li>
</ol>
<h2 style="text-align: justify">เมื่อไปพบแพทย์แล้วสิ่งที่แพทย์จะทำให้ก็คือ</h2>
<ol>
<li>ทำความสะอาดและดูแล บาดแผลตามหลักการที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์</li>
<li>แพทย์จะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันแผลอักเสบติดเชื้อตามความเหมาะสม</li>
<li>แพทย์จะพิจารณาให้ยาแก้ปวดตามความเหมาะสม</li>
<li>แพทย์จะพิจารณาให้วัคซีนป้องกันบาดทะยัก ตามแต่ประวัติที่คนไข้มี ในการได้รับวัคซีนชนิดนี้ในอดีต</li>
<li>แพทย์จะพิจารณาให้ Human Rimmunoglobulin (ภูมิต้านทานสำเร็จรูปต่อเชื้อ Rabies) หรือไม่ แพทย์จะพิจารณาตามความเสี่ยงของสัตว์ที่กัดผู้ป่วย (ยาชนิดนี้ราคาแพงมากพอสมควร)</li>
<li>แพทย์จะพิจารณาการให้วัคซีนป้องกันโรค Rabies (นัดจนครบคอร์ส) ในรายที่สัตว์มีความเสี่ยงที่จะมีเชื้อหรือไม่น่าไว้วางใจ โดยสัตว์ที่มีความเสี่ยงต่ำ คือสัตว์ที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีและได้รับวัคซีนป้องกันโรค Rabies มาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง ต่อเนื่องกัน ในรายที่ที่มีความสี่ยงต่ำแบบนี้อาจจะใช้วิธีดูอาการสัตว์ได้โดยไม่ต้องฉีดวัคซีน โดยดูอาการประมาณ 10 วัน ถ้าสัตว์ไม่เสียชีวิตภายใน 10 วัน ก็ถือว่าค่อนข้างจะปลอดภัย</li>
</ol>
<p style="text-align: justify">ในกรณีที่เคยได้รับวัคซีน Rabies จนครบคอร์สแล้ว โดนสัตว์กัดอีก การให้วัคซีนมีหลักการพิจารณาดังนี้</p>
<ul>
<li>ถ้าโดนกัดอีก แต่ระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน หลังจากฉีดเข็มสุดท้าย ให้ฉีดวัคซีนกระตุ้น อีกเพียง 1 เข็ม</li>
<li>ถ้าโดนกัดอีก และระยะเวลาเกิน 6 เดือน หลังจากฉีดเข็มสุดท้าย ให้ฉีดวัคซีนกระตุ้น อีก 2 เข็ม ( คือ 0, 3 )</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://medicarezine.com/2009/10/rabies/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิดีโอ กรุณาอย่าดื่มแล้วขับรถ</title>
		<link>http://medicarezine.com/2009/09/video-do-not-drink-and-drive/</link>
		<comments>http://medicarezine.com/2009/09/video-do-not-drink-and-drive/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 19 Sep 2009 00:17:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dr.Zine</dc:creator>
				<category><![CDATA[อุบัติเหตุ]]></category>
		<category><![CDATA[Accident]]></category>
		<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[วิดีโอ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=539</guid>
		<description><![CDATA[เอาตัวอย่างอุบัติเหตุที่เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์แล้วขับรถมา ให้ดูกันครับ เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น มิได้มีเพียงผู้ดื่มเท่านั้น แต่ยังทำความเสียหายให้ครับทรัพย์สินและชีวิตของผู้อื่นอีกด้วย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify">เอาตัวอย่างอุบัติเหตุที่เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์แล้วขับรถมาให้ดูกันครับ เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น มิได้มีเพียงผู้ดื่มเท่านั้น แต่ยังทำความเสียหายให้กับทรัพย์สินและชีวิตของผู้อื่นอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center"><object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/TghB2I9XYCI&#038;fs=1" /><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><embed src="http://www.youtube.com/v/TghB2I9XYCI&#038;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>
<p style="text-align: justify">
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://medicarezine.com/2009/09/video-do-not-drink-and-drive/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิดีโอ อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้หากโทรศัพท์ระหว่างขับรถ</title>
		<link>http://medicarezine.com/2009/09/video-accident-talk-phone-while-driving/</link>
		<comments>http://medicarezine.com/2009/09/video-accident-talk-phone-while-driving/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 Sep 2009 15:00:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dr.Zine</dc:creator>
				<category><![CDATA[อุบัติเหตุ]]></category>
		<category><![CDATA[Accident]]></category>
		<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[วิดีโอ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=534</guid>
		<description><![CDATA[ที่จะเห็นต่อไปนี้เป็นวิดีโอ โฆษณาแสดงถึุงผลของความประมาทจากการโทรศัพท์ระหว่างขับรถ ทำได้น่าเหมือนจริงสุดๆ ดูแล้วก็อย่าประมาทอย่างในวิดีโอเลยนะครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify">ที่จะเห็นต่อไปนี้เป็นวิดีโอ โฆษณาแสดงถึุงผลของความประมาทจากการโทรศัพท์ระหว่างขับรถ ทำได้น่าเหมือนจริงสุดๆ ดูแล้วก็อย่าประมาทอย่างในวิดีโอเลยนะครับ</p>
<p style="text-align: center"><object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/2X2XwCiBfzY&#038;fs=1" /><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><embed src="http://www.youtube.com/v/2X2XwCiBfzY&#038;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>
<p style="text-align: justify">
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://medicarezine.com/2009/09/video-accident-talk-phone-while-driving/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
