เอาแนวทางการรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาฝากกันครับ

Jul 22

ตามนี้เลยครับ

http://stithai.uranasystem.com/files/std.treatment.guildeline.2553.pdf

 

เห็นว่าน่าสนใจมากเลยเอามาฝากให้อ่านกันครับ

31 comments

  1. xmen /

    สวัสดีครับ คุณหมอ

    ผมอายุ 36 ปี ยังโสดอยู่ เริ่มมีอาการผิดปกติบางอย่างที่อวัยวะเพศน่ะครับ

    คือ อยู่ ๆ ผมก็รู้สึกปวดที่ท่อปัสสาวะบริเวณปลายอวัยวะเพศ พื้นที่การปวดนั้นจะเป็นบริเวณด้านซ้ายล่างของท่อปัสสาวะ ระยะการปวดนั้นประมาณ 1 เซนติเมตรครับ

    อาการปวดนั้น ปวดไม่มาก ปวดพอรู้สึกว่าปวด ปวดแบบแปร็บ ๆ หน่วง ๆ เล็กน้อยน่ะครับ

    ครั้งแรกที่มีอาการเลย คือ มันจะปวดขึ้นมาวันละ 1-2 ครั้ง ปวดแปร็บ ๆ 2-3 ทีก็หายไป เป็นอย่างนี้อยู่ประมาณ 3-4 วันครับ และก็จะมาเริ่มปวดตลอด คือ ไม่ปวด 2-3 ทีหายแล้ว แต่จะปวดเป็น 10-20 นาที แล้วก็จะหายไปสักพัก แล้วก็จะมาปวดใหม่อีก เป็นอยู่แบบนี้ตลอดวัน ผมเลยใช้วิธีกินยาแก้ปวดครับ ประมาณ 2-3 วันก็หาย อาการปวดก็อย่างที่บอกไปครับ คือ มันปวดไม่มาก แต่ก็สร้างความรำคาญหงุดหงิดในการทำกิจกรรมต่างๆระหว่างวัน

    ตอนแรกผมก็นึกว่าอาการหายเป็นปกติแล้ว หลังจากไม่รู้สึกปวดอีกเลยมาประมาณ 5-6 เดือน แต่มาช่วงนี้ผมรู้สึกเหมือนเริ่มจะมีความรู้สึกอีกแล้วครับ ครั้งนี้ยังไม่ปวดครับ แค่รู้สึกเสียววูบ ๆ ที่เดิม 3-4 วันจะรู้สึกเสียวสักครั้งหนึ่ง รู้สึกเสียววูบ ๆ มา 2-3 ครั้งได้แล้วครับ

    ก็เลยอยากถามคุณหมอว่า อาการของผมเป็นอาการเริ่มต้นของโรคอะไรเหรอครับ

    • Dr.Dragon /

      สวัสดีครับคุณ xmen

      อาการปวดที่เกิดขึ้นที่อวัยวะเพศนั้น เกิดได้จากหลายสาเหตุครับ ผมจะสรุปคร่าวๆตามอวัยวะที่เป็องค์ประกอบของอวัยวะเพศนะครับดังต่อไปนี้ครับ
      -อาการปวดที่เกิดจากท่อปัสสาวะ เช่นมีการอักเสบของท่อปัสสาวะ เช่นมีการติดเชื้อ เช่นการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การติดเชื้อจากการอักเสบของทางเดินปัสสาวะธรรมดา ,การมีนิ่วในท่อปัสสาวะ เป็นต้น
      -อาการปวดที่เกิดจากเนื้อเยื่ออ่อนในอวัยวะเพศ เช่น มีการบาดเจ็บกระทบกระแทกที่บริเวณเนื้อเยื่ออ่อนดังกล่าว หรือการประสบอุบัติเหตุกระทบกระแทกบริเวณดังกล่าว
      -อาการปวดที่เกิดจากหลอดเลือดในอวัยวะเพศ เช่นมีภาวะหลอดเลือดอักเสบหรือหลอดเลือดอุดตัน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่ เป็นเบาหวาน หรือสูบบุหรี่)
      -อาการปวดที่เกิดจากเส้นประสาทของอวัยวะเพศ เช่น มีเส้นประสาทอักเสบหรือเส้นประสาทถูกกดทับ

      ดังนั้นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดที่อวัยวะเพศนั้น เราจะนึกถึงว่าน่าจะเกิดจากสาเหตุอะไรนั้น ขึ้นอยู่กับว่ามีอาการร่วมที่บ่งชี้ต้นตอของการปวดนั้นหรือไม่เช่น ถ้ามีอาการปัสสาวะแสบขัด เสียวตอนสุด จะนึกถึงทางเดินปัสสาวะอักเสบติดเชื้อ ถ้ามีประวัติการกระทบกระแทกใดๆมาก่อน เช่นมีการอุบัติเหตุ หรือมีเพศสัมพันธ์รุนแรงนำมาก่อน จะนึกถึงการบาดเจ็บที่เนื้อเยื่ออ่อนของอวัยวะเพศ ถ้าอาการปวดนั้นร่วมกับการมีปัสสาวะปนเลือดด้วยและมีปัสสาวะติดขัดอาจจะนึกถึงสาเหตุที่เกิดจากการมีนิ่วในท่อปัสสาวะลงมาติดที่ท่อปัสสาวะในอวัยวะเพศส่วนปลาย ถ้ามีอาการปวดหลังปวดก้นกบเรื้อรังมานานอาจจะนึกถึงกระดูกหลังทับเส้นประสาทแล้วมีผลต่อเส้นประสาทที่มาเลี้ยงอวัยวะเพศ ฯลฯ

      สำหรับปัญหาที่คุณเป็นอยู่นั้น ผมแนะนำให้คุณไปสถานพยาบาลใกล้บ้านแล้วตรวจเบื้องต้นก่อนสักสองสามอย่างครับ
      1.ตรวจปัสสาวะ Urinalysis เพื่อดูว่ามีการอักเสบของทางเดินปัสสาวะแอบแฝงหรือไม่ และจะช่วยบอกได้ด้วยว่าน่าจะมีนิ่วแอบแฝงหรือไม่ (ถ้ามีเม็ดเลือดแดงแอบแฝงในปัสสาวะมากกว่าปกติ)
      2.ให้แพทย์ตรวจร่างกายดูอวัยวะเพศภายนอกว่ามีลักษณะที่ผิดปกติใดๆหรือไม่
      3.ตรวจเอกซเรย์กระดูกหลังดู ถ้ามีประวัติการปวดหลังหรือปวดก้นกบหรือปวดสะโพกเรื้อรังมาก่อน

      อย่างไรก็ตามถ้าท่านมีข้อมูลเพิ่มเติมใดๆมากกว่านี้ก็เขียนมาคุยกันได้อีกครับ ยินดีช่วยวิเคราะห์อาการให้ครับ

  2. คุณหมอครับ.. คือผมมีเพศสัมพันธ์กับแฟนแล้วอวัยวะเพศมีเสียงดังป๊อก. หลังจากนั้นก้อ่อนตัวลง… และตอนนี้มีอาการเสียว แล้วก้อเจ็บ แต่ว่าไม่มีเลือดและไม่บวม แต่มีปัญหาว่ามันไ่ม่ยอมแข็งตัว ช่วยวิเคราะห์อาการให้หน่อยนะครับ

    • Dr.Dragon /

      สวัสดีครับ คุณ aa

      จากอาการที่คุณเล่ามานั้น เข้าได้กับภาวะที่เรียกว่า penile fracture หรือถ้าแปลตรงๆตัว เรียกว่า กระจู๋หัก คือภาวะที่เกิดจากขณะที่เลือดกำลังคั่งอยู่ในเนื้อเยื่อชนิดหนึ่งที่เป็นลำอยู่ในอวัยวะเพศชาย(corpus carvernosum) ซึ่งเป็นกลไกตามปกติของการแข็งตัวของอวัยวะเพศ แล้วมีแรงมากระแทกในทิศทางที่ทำให้ลำเนื้อเยื่อนี้หัก(อาจจะเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรง หรือท่าพิสดารหรือแม้แต่การช่วยตนเองที่รุนแรง) จะเกิดการอ่อนตัวของอวัยวะเพศอย่างกระทันหัน และปวด บางครั้งมีช้ำบวมด้วย เมื่อมีภาวะนี้เกิดขึ้นต้องรีบไปพบแพทย์ครับ

  3. ฤานี /

    ดิฉันมีข้อสงสัยคือ ดิฉันมีปื้นแดงและมีอาการคันที่แก้มก้น ตอนแรกนึกว่าถูกยุงกัด เป็นมา 2 วันไม่ได้เอะใจ และวันที่3 นั้นดิฉันได้อบอินฟาเรด และสังเกตว่าปื้นแดงนั้น มีตุ่มใสเล็กๆขึ้นหลายจุดมาก และมีอาการคันมาก ดิฉันไม่เคยเป็นเริมมาก่อน แต่คาดว่าน่าจะเป็นเริม จึงได้กินยา acyclovir 400 mg 1*5 และทำ wet dressing ด้วยน้ำเกลือ เบตาดีนเจือจาง และทาไวโรกอนครีม หลังจากกินยาได้หนึ่งวัน พบว่าตุ่มใสๆเริ่มมีสีขุ่นๆ และดิฉันทำขั้นตอนเช่นนี้ต่อไปอีก 1 วันพบว่าตุ่มได้ยุบลงไปหมดเลย และออกเป็นสีแดงจ้ำๆ ตรงที่เคยมีตุ่มน้ำอยู่ ตอนนี้ไม่มีอาการคัน ไม่มีอาการเจ็บใดๆ จึงอยากสอบถามคุณหมอว่าอาการผื่นแบบนี้เป็นอาการของโรคเริมหรือเปล่าคะ เพราะดิฉันไม่ได้สำส่อน และแฟนดิฉันกับดิฉันไม่เคยเป็นเริมมาก่อนเลย ลืมบอกอีกอย่างค่ะ คือดิฉันได้ซื้อวิตามินซีในวันที่ 2 ที่กินยาacyclovir โดยกินวิตามินซี ในขนาดสูงถึง 6000 mg ค่ะ ขอขอบคุณคุณหมอล่วงหน้าค่ะ

    • Dr.Dragon /

      สวัสดีครับคุณ ฤานี

      อาการของคุณมีส่วนที่สนับสนุนว่าอาจจะเป็นเริมอยู่ตรงที่
      1.อาการเริ่มที่มีจุดแดงๆแล้วตามมาด้วยตุ่มน้ำใสเป็นกลุ่มๆ
      2.ทานยารักษาที่จำเพาะต่อโรคในกลุ่มเริมเพียงสองวันก็ดีขึ้น

      อาการของคุณมีส่วนที่ไม่ค่อยสนับสนุนว่าอาจจะเป็นเริมอยู่ตรงที่
      1.มีอาการคันมาก เพราะโรคเริมจะไม่ค่อยคันมากนักและมักจะเจ็บๆหรือแสบๆร้อนๆมากกว่า

      แต่อย่างไรก็ตามทางการแพทย์เรามีคำว่า การวินิจฉัยจากการรักษา (Therapeutic diagnosis) ในเมื่อคุณรักษาด้วยวิธีการของการรักษาของเริมแล้วหายก็น่าจะเป็นเริมครับ จะยิ่งชัดเจนว่ามันน่าจะเป็นเริมถ้ามันกลับมาเป็นซ้ำอีกในจุดเดิม เมื่อคุณร่างกายอ่อนแอ

      สำหรับวิตามินซีนั้นผมว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆครับ

  4. คุณหมอครับ.. คือตอนนี้กระจู๋ของผมมันแข็งตัวปกติแล้วครับ.. แต่ในบางครั้งยังคงมีอาการเสียวแปล๊บๆๆ .. อยู่บ้าง. ไม่ทราบว่าแบบนี้จะเปนอันตรายหรือเปล่าครับ… รบกวนขอความคิดเห็นหน่อยครับ ขอบคุณครับ

    • Dr.Dragon /

      สวัสดีครับคุณ aa

      ยินดีด้วยครับที่อาการดีขึ้นแล้ว อาการเจ็บแปล๊บๆน่าจะเกิดจากเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บนั้นยังไม่หายสนิทดีครับ ควรจะหยุดมีเพสสัมพันธ์หรือช่วยตนเองไปก่อนสักอีก 2 สัปดาห์ เพื่อให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวอย่างเต็มที่ก่อนครับ จะได้ไม่มีการบาดเจ็บเพิ่มเติมอีกครับ

  5. ฤานี /

    ขอบพระคุณคุณหมอมากนะคะ ที่ให้ความกระจ่าง
    ขอให้คุณหมอพบแต่ความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไปค่ะ

    • Dr.Dragon /

      สวัสดีครับคุณ ฤานี

      ขอบคุณสำหรับคำอวยพรครับ ถ้ามีอะไรให้ผมรับใช้อีกก็เชิญได้เลยนะครับไม่ต้องเกรงใจครับ

  6. ขอรบกวนเรียนถามคุณหมอครับ
    ผมมีแผลที่บริเวณอวัยวะเพศ โดยรายละเอียดคือ
    1. ลักษณะของแผล รี เล็ก

    2. ขนาดของแผล เล็ก

    3. ตำแหน่งของแผล บริเวณเส้นสองสลึง 1 แผล และ องคชาติ2 แผล

    4. ขอบของแผล เริ่มต้นเป็นเหมือนแผลถลอกทั่วไป แต่ลักษณะกลม ไม่มียกขอบชัดเจน

    5. ภายในแผลสีอะไร สีแดงชมพู ขอบๆแดงกว่าเล็กน้อย เริ่มต้นดูสะอาดดี หลังจากผ่านไป 3 วันมีหนองเล็กน้อย

    6. จำนวนของแผล 3 แผล

    7. มีรอยโรคใดๆ นำมาก่อนการเป็นแผลหรือไม่ มีจุดที่แดง ไม่ใช่ตุ่มน้ำใส ภายในไม่มีน้ำ เหมือนเป็น ผื่นแดง จุดกระจายทั่วๆ ห่างกัน พอสมควร บริเวณหัวองคชาติ
    8. มีการแกะเกาก่อนการเกิดแผลหรือไม่  มีการอาบน้ำล้างสบู่(Lactacid)

    9. มีอุบัติเหตุกระทบกระแทกใดๆ มาก่อนหรือไม่ มีเพศสัมพันธ์

    10. มีต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงโตหรือไม่ ไม่

    11. มีอาการทั่วไปอื่นๆ ร่วมด้วยหรือไม่ ไม่

    12. ประวัติการมีเพศสัมพันธ์ เช่น
    ครั้งสุดท้ายที่มีเพศสัมพันธ์ วันที่ 31 ก.ค.
    มีการใช้ถุงยางอนามัยหรือไม่  ไม่
    มีเพศสัมพันธ์รุนแรงหรือมีท่าพิสดารหรือไม่ ไม่
    มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักหรือไม่ ไม่
    มีเพศสัมพันธ์กับหลายๆคู่นอนหรือไม่ ไม่
    มีเพศสัมพันธ์โดยการมีการใช้อุปกรณ์เสริมอื่นๆหรือไม่เช่น ไม่
    13. มีประวัติเคยเป็นแบบนี้มาก่อนหรือไม่ ไม่

    14. มีประวัติการรักษาหรือใช้ยาใดๆ มาก่อนหรือไม่ ไม่ และไม่มีโรคประจำตัว
    15.

    ก่อนหน้านี้ใช้ทิชูเปียก ยี่ห้อ pureen เป็นตัว baby wipes ซึ่งมี น้ำหอม และ สารกันเสียพวกพาราเบน ซึ่งอาการแพ้ที่ว่าไม่ได้เกิดในครั้งแรกที่ใช้ผมใช้เพื่อทำความสะอาดหลังมี เพศสัมพันธ์เท่านั้นครับ และก่อนหน้านี้เคยใช้ของJohnson’s  แต่ไม่เคยมีอาการ  อาการที่ว่าแพ้คือ มีผื่นเล็กๆ สีแดง เป็นจุดๆ กระจายอยู่ที่หัวองคชาติเท่านั้นและ อาการคันเล็กน้อย แฟนผมก็มีอาการคันบริเวณภายนอกและลักษณะมีเพียงแดงบวมเล็กน้อย แต่ไม่มีผื่น มีตกขาวสีเหลืองเล็กน้อยและมีกลิ่นเล็กน้อย ประมาณ 2 วันก็หายไป 

    อีกวันหนึ่งผมจึงไม่กล้าล้างและทำความสะอาดเพราะกลัวอาการระคายเคือง เมื่อเปิดออกมาอีกครั้งพบว่าผื่นจุดแดงๆได้หายไปแล้ว แต่มีปื้นขาว smecma ขึ้นมาแทน และมีกลิ่นมาก ผมจึงไปล้างทำความสะอาด หลังจากนั้นผมไม่ได้สนใจอะไร จนผ่านไป 1-2 วันผมกำลังจะมีเพศสัมพันธ์(วันที่ 31 ก.ค.) และรู้สึกแสบบริเวณเส้นสองสลึงเล็กน้อย แต่ไม่ได้คิดอะไร จึงมีตามปกติ หลังจากนั้นผมได้ล้างทำความสะอาดทันที พบว่ามีแผลเล็กๆ คล้ายเป็นแผลถลอก2 จุด ซึ่งเล็กมาก และดูเหมือนแค่โดนขูดเล็กน้อยเท่านั้น แต่แฟนผมกังวลว่าผมจะเป็นแผลริมอ่อน จึงซื้อยา Erythromyccin 500 mg ให้ กินวันละ 4 ครั้ง ครับ วันที่่ 1 กินตามปกติ วันที่ 2 ผมลืมครับ และ วันต่่อๆมาผมกินปกติครับ ผมได้ทำ wet dressing โดยใช้ NSS 0.9% ล้างแผลด้วยสำลีปลอดเชื้อ และพันผ้าก็อซ  1 วัน เพราะต้องไปทำงานไม่อยากให้แผลอับชื้นครับ

    จนวันนี้ เป็นแผลมา 8 วัน และ กินยามา 6 วันแล้วครับ แผลใกล้จะหาย แต่แฟนผมยังกังวล จึงให้ผมไปตรวจที่คลินิกเมื่อวานครับ(7 ส.ค.) ซึ่งวันนั้นคลินิกคนเยอะและใกล้ปิดแล้ว ผมเป็นคนไข้คนสุดท้าย หมอถามผมเล็กน้อย เอาแว่นขยายส่องและใช้ไฟฉายส่อง แล้วบอกว่าผมเป็นเริม ให้ยา Acyclovir กินและทา และบอกให้ผมหยุดยา Erythromycin 

    ขอรบกวนคุณหมอไขข้อข้องใจมา ณ ที่นี้ ครับ

    • Dr.Dragon /

      สวัสดีครับคุณ Kas

      ผมขอวิเคราะห์ดังนี้นะครับ
      1.ผมคิดว่าไม่น่าจะใช่แผลริมอ่อนอย่างที่คุณกังวล ถ้าคุณยืนยันและมั่นใจว่าคุณและภรรยาของคุณไม่ได้มีหลายคู่นอน เพราะแผลริมอ่อนเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จะต้องมีที่มาที่ไปครับ
      2.ผมคิดว่าคุณอาจจะเป็นแผลที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียธรรมดา เพราะประวัติเล่าว่ามีประวัติเหมือนว่ามีการอักเสบเล็กน้อยมาก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้าย2-3 วัน จากที่บอกว่า กำลังจะมีเพศสัมพันธ์(วันที่ 31 ก.ค.) และรู้สึกแสบบริเวณเส้นสองสลึงเล็กน้อย แต่ไม่ได้คิดอะไร จึงมีตามปกติ นั่นแสดงว่าการอักเสบเล็กน้อยน่าจะเริ่มมาก่อนแล้วเพราะผลพวงจากการแพ้ทิชูเปียก ยี่ห้อ pureen เมื่อมามีเพศสัมพันธ์อีกจึงมีอาการอักเสบจนเกิดเป็นแผลขึ้น นี่เป็นเหตุที่เมื่อคุณกินแค่ erythromycin แผลถึงดีขึ้นจนเกือบหาย
      3.ความเป็นไปได้ว่าจะเป็น เริมหรือไม่ มีความเป็นไปได้ครับ แต่คิดถึงน้อยกว่าครับเพราะว่าคุณไม่เคยเป็นมาก่อนและภรรยาคุณก็ไม่เคยเป็นมาก่อนและคุณทั้งสองก็ไม่ได้มีหลายคู่นอน (ใช่ไหมครับ?) ถ้าหายครั้งนี้แล้วคุณมีแผลแบบเดิมอีกในกาลข้างหน้า โดยไม่มีการแพ้ใดๆนำมาก่อนและไม่มีการหมักหมมนำมาก่อน ก็น่าจะเป็นเริมครับ

      ปล.ผมขอชมการถามปัญหาของคุณนะครับละเอียดดีมากๆ ถ้าผมเดาไม่ผิดคุณคงทำงานในสายการแพทย์เช่นกัน

  7. ขอขอบคุณ คุณมอมากครับที่กรุณาให้ความกระจ่าง ตอนนี้แผลหายดีแล้วครับ อย่างไรก้อตามผมจะคอยสังเกตว่าผมจะเป็นอีกตอนไหน แล้วจะมารายงานนะครับ

    • Dr.Dragon /

      สวัสดีครับคุณ Kas

      ยินดีด้วยครับ

  8. ขอรบกวนเรียนถามคุณหมอครับ
    ขอรบกวนสอบถามเรื่องเกี่ยวกับอวัยวะเพศชายครับ อวัยวะเพศ(ชาย)ของผมเกิดอาการบวมที่บริเวณรอบๆหนังหุ้มปลายอวัยวะครับ หลังจากผมช่วยตัวเองครับ ผมเคยขลิปหนังหุ้มปลายมาแล้วตั้งแต่เด็ก ส่วนที่บวมคือหนังหุ้มปลายที่ต่อจากคอหยักครับ ไม่มีอาการเจ็บหรือคันแต่อย่างใด ตอนแรกมันบวมขึ้นมาเล็กน้อยครับ ผ่านมาสองวันมันยุบลงมาแล้ว แต่ในส่วนที่เคยบวมอะครับรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งอยู่ข้างใน เป็นลักษณะเส้นแข็งๆอยู่รอบคอหยักครับ ไม่มีอาการเจ็บหรือแสบครับ และพบว่ามันยังมีบางส่วนที่ไม่ยุบลงเท่าไหร่ครับ ผมไม่ได้มีเพศสัมพันธุ์มาประมาณหกเดือนแล้ว อายุ 27 ปีครับ ส่วนการปัสสาวะยังเป็นปรกติครับ กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ ลักษณะคล้ายๆกับในเวปนี้เลยครับ (http://www.medhelp.org/posts/Urology/Lymphocele-on-the-Penis/show/1269064)

    • Dr.Dragon /

      สวัสดีครับคุณ Ton

      ดูจากอาการที่คุณเล่ามานั้นน่าจะไม่ใช่ภาวะที่ต้องวิตกกังวลอะไรนัก เพราะ ไม่เจ็บ ไม่คัน ปัสสาวะปกติ อาการที่บวมขึ้นนั้นไม่มากมีอาการเฉพาะเวลาไปมีการเสียดสีเช่นการช่วยตนเองและยุบลงได้เองเมื่อไม่เสียดสี ภาวะนี้อาจจะเกิดจากการคั่งค้างของเลือดที่หลอดเลือดดำที่บริเวณผิวหนังที่หนังหุ้มปลาย และมักจะเป็นเมื่อทำกิจกรรมที่อาจจะทำให้เลือดดำคั่งค้างที่บริเวณอวัยวะเพศ เช่นหลังมีเพศสัมพันธ์ การช่วยตนเอง ผมคิดว่าน่าจะไม่ต้องทำอะไรในการรักษาเพียงแต่เฝ้าสังเกตดูการเปลี่ยนแปลง เช่น ถ้ามีขนาดใหญ่มากขึ้น ไม่ยอมยุบลงหลังจากพัก หรือมีอาการอื่นๆเพิ่มเติม เช่น เจ็บ ปวด คัน ฯลฯ ถ้ามีอาการดังต่อไปนี้คงต้งไปหาหมอระบบทางเดินปัสสาวะ( Urologist )ครับ

  9. สวัสดีครับคุณหมอ
    ขอรบกวนเรียนถามคุณหมอหน่อยนะครับ คือผมมีอาการคันและบวมบริเวณหนังหุ้มอวัยวะเพศครับ เป็นๆหายๆมาประมาณ 2-3 ครั้ง ในรอบไม่เกิน 3 เดือนครับ ช่วงแรกของอาการจะมีอาการคันยิบๆอยู่ตลอดเวลา หลังจากนั้นจะเริ่มมีอาการบวมครับ พอเป็นได้ประมาณวันที่ 3 จะเริ่มเป็นแผลอักเสบมีน้ำหนองไหลบ้างบางครั้งครับซึ่งช่วงนี้เวลาโดนน้ำจะแสบมากครับ ผมสังเกตดูจากแผลแล้วจะเป็นคล้ายๆกับแผลร้อนในที่ปากน่ะครับ
    ช่วงที่เป็นครั้ง-สองครั้งแรก ผมสังเกตว่าแผลจะหายเร็วเมื่อผมกินยา Ciprofloxacin ครับเนื่องจากตอนนี้ผมทานยานี้ในการรักษาสิวอยู่ด้วยครับ แต่ครั้งล่าสุดมันเกิดขึ้นในขณะที่ผมยังทานยานี้อยู่เลยครับ แต่อาการมันจะไม่อักเสบเร็วเท่า 2 ครั้งแรกครับ อยากเรียนถามคุณหมอว่าพอจะวินิจฉัยได้หรือไม่ครับว่าอาการแบบนี้คือโรคอะไรครับ
    ปล.ผมไม่ได้มีเพศสัมพันธ์ตลอดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาเลยครับ ผมได้ลองอ่านบทความเกี่ยวกับโรคต่างๆดู สังเกตว่าที่แผลก็ไม่ได้เป็นตุ่มน้ำใสๆเลยครับ รบกวนคุณหมอช่วยตอบด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ

    • Dr.Dragon /

      สวัสดีครับคุณ Vin

      ภาวะที่คุณเป็นนั้นเข้าได้กับการอักเสบที่หัวของอวัยวะเพศ Balanitis ภาวะนี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุเช่น
      -การติดเชื้อแบคทีเรีย
      -การติดเชื้อรา
      -การติดเชื้อไวรัส
      -การแพ้สัมผัส
      -กรณีของคุณต้องนึกถึงการแพ้ยาที่กินอยู่ด้วยครับ ตามปกติเราไม่ควรทาน Ciprofloxacin เป็นเวลานานๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรักษาสิวถ้าจะใช้ยานานๆไม่น่าจะใช้ตัวนี้นะครับ เพราะยาค่อนข้างแรงและครอบคลุมเชื้อกว้างมาก ใช้ตัวนี้นานๆในการรักษาสิวผมว่าเหมือนขี่ช้างจับตั๊กแตนนะครับ

      การตรวจว่าการอักเสบของคุณนั้นเป็นจากอะไรนั้นคงต้องใช้แลปส์(ตรวจได้ที่โรงพยาบาลได้ทุกที่)ช่วยครับเพื่อที่จะได้สาเหตุของการเป็นที่แน่นอน จะได้ทำการรักษาที่ตรงจุดจะได้หายขาดครับ

  10. สวัดดีครับ ผมพึ่งได้มีเพศสัมพันเป็นครั้งแรกครับ และขอพูดตามตรงเลยนะครับ กลัวมากเลยครับ เพราะ เผลอตัวไม่ได้ใส่ถุงครับ ควรตรวจร่างการหรืออะไรยังไงบ้างครับ ช่วยบอกที ครับ

    • Dr.Dragon /

      สวัสดีครับคุณ Faith

      สิ่งที่คุณควรทำคือ
      -ทำใจให้สบายๆอย่าเครียดอย่ากังวลใดๆให้มาก
      -เฝ้าดูอาการผิดปกติที่จะเกิดขึ้น ถ้ามีอาการใดๆให้ปรึกษาแพทย์ เพื่อทำการรักษา
      -รอ 3 เดือน ทำการตรวจเลือดหา เอดส์ (Anti HIV) ,ตรวจหาเชื้อไวรัสตับบี (HbsAg) ,ตรวจหาเชื้อซิฟิลิส (VDRL)

  11. ผมอายุ 23 ปีครับ
    เมื่อประมาณเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา ระหว่างที่อวัยวะเพศของผมแข็งตัว
    เผลอเอามือกดลงที่โคน มีเสียงดัง “กึ๊ก” ตกใจมากครับ หลังจากนั้น ไม่มีอารมณ์ทางเพศ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว รู้สึกว่าส่วนหัว เหี่ยวและไม่รู้สึกเสียว

    ช่วง แรกๆ ยังพอแข็งตัวได้จากการกระตุ้น และสามารถ หลั่งได้ แต่ช่วงหลัง ไม่สามารถแข็งตัวจากการกระตุ้นได้เหมือนก่อนครับ อ่อนปวกเปียก

    เคยไปปรึกษาคุณหมอคลินิกมา คุณหมอบอกว่าน่าจะเกิดจากความเครียด แต่ความรู้สึกของผมคิดว่าระบบ ภายในเกิดการกระทบกระเทือน หลอดเลือด หรือเส้นประสาท

    เคยไป รพ หมอเจาะเลือดตรวจฮอร์โมน ก็ ปกติครับ ลองทดสอบระบบประสาท หมอก็บอกปกติ หมอเลยให้ความเห็นว่า ผมกังวลเกินไป

    ส่งผลกับชีวิตประจำวัน การทำงาน ไม่ร่าเริงเหมือนเก่าครับ

    อยากรู้ว่ามือที่กดโคนเนี่ย สามารถทำให้ระบบภายในของร่างกายกระทบกระเทือนได้หรือไม่ครับ เพราะสังเกต เวลากระตุ้นให้อวัยวะเพศแข็งตัว จะรู้สึกคล้ายปวดเมื่อยเส้นบริเวณหลังหัวเหน่า และ ใต้อัณฑะ ข้างซ้าย ครับ

    • Dr.Dragon /

      สวัสดีครับคุณ โอ

      จากที่คุณเล่ามานั้นผมขอวิเคราะห์ให้ดังนี้นะครับ
      1.ในครั้งแรกที่เกิดเหตุที่คุณกดที่โคนของอวัยวะเพศแล้วดังกึ๊ก แล้วหลังจากนั้นก็ มีอาการ “ไม่มีอารมณ์ทางเพศ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว รู้สึกว่าส่วนหัว เหี่ยวและไม่รู้สึกเสียว” สิ่งที่เป็นสาเหตุได้ก็คือ
      -เกิดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อที่บริเวณโคนของอวัยวะเพศ โดยเฉพาะเส้นประสาทที่มาเลี้ยงอวัยวะเพศที่มาตามโคนและด้านบนของอวัยวะเพศ ถ้าเกิดจากสาเหตุนี้ หลังจากนั้นน่าจะมีอาการ “ไม่มีอารมณ์ทางเพศ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว รู้สึกว่าส่วนหัว เหี่ยวและไม่รู้สึกเสียว”ต่อเนื่องไปอีกสักระยะหนึ่ง ไม่น่าจะกระตุ้นได้บ้างไม่ได้บ้างเพราะเนื้อเยื่อและเส้นประสาทต้องการเวลาในการพื้นตัว
      -เกิดจากการที่คุณตกใจในขณะนั้น ขณะที่มีเสียงกึ๊ก จึงทำให้คุณมีอาการ “ไม่มีอารมณ์ทางเพศ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว รู้สึกว่าส่วนหัว เหี่ยวและไม่รู้สึกเสียว” ดังกล่าว แต่เนื่องจากสาเหตุนี้ไม่ได้มีการบาดเจ็บจากเนื้อเยื่ออย่างรุนแรงใดๆ จึงทำให้อวัยวะเพศของคุณยังคงสามารถกลับมาแข็งตัวได้อีกเมื่อสภาพทางกายและใจและอารมณ์เหมาะสม และไม่สามารถแข็งตัวได้เมื่อภาวะทางจิตและอารมณ์ไม่เหมาะสม

      2.จากการที่คุณบอกว่าคุณได้ไปพบแพทย์ถึงสองครั้งสองที่ ได้ทำการตรวจ ร่างกาย ระบบประสาท และโฮโมนแล้วพบว่าหมอบอกว่าผลการตรวจเป็นปกติ ผมคิดว่าถ้าไปตรวจแล้วถึงขนาดนี้ ทำให้ผมเชื่อมั่นในระดับหนึ่งยิ่งขึ้นว่าน่าจะเป็นอย่างที่ผมวิเคราะห์ในข้อ 1 ครับ

      อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณยังมีปัญหาแบบนี้ต่อเนื่อง หลังจากที่ได้ทำตามที่คุณหมอแนะนำแล้วคือ พยายาม อย่าเครียด หรือกังวลใจใดๆ พยายามพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายบ้างอย่างไม่หักโหม แล้วอาการดังกล่าวยังไม่ดีขึ้น (ซึ่งอาการนี้มักจะไม่ค่อยพบว่าเกิดขึ้นในเด็กวัยรุ่นอย่างคุณ) ควรกลับไปพบหมออีกรอบครับไปหาหมอผู้เชี่ยวชาญระบบทางเดินปัสสาวะ ( Urologist ) เพื่อทำการตรวจให้ละเอียดยิ่งขึ้นครับ หรือเข้ามาสอบถามปรึกษาที่เวบนี้ใหม่ก็ได้ครับ

      ขอให้โชคดีครับ

      • ขอแก้ไขตำพูดหน่อยนะครับ

        อวัยวะเพศของเรานั้นไม่มีกล้ามเนื้ออยู่เลยนะครับ มีเพียงเนื้อเยื่อที่พิเศษและมีความยืดหยุ่นสูง และบรรดาเส้นเลือดเส้นประสาทที่มีความพิเศษและออกแบบมาอย่างดีตามธรรมชาติครับ

        ตามนี้นะครับผม

        • Dr.Dragon /

          สวัสดีครับน้อง TOON

          ครับ ตามนั้นครับ

      • ผมพยายามกระตุ้นอยู่ทุกวันแต่เหมือนไม่ดีขึ้นเลยครับ อ่อนปวกเปียกเลยคับ

        • = =” สุดความสามารถให้คำแนะนำผมละครับ แต่ผมก็ว่าน่าจะเป็นที่จิตใจคุณมากที่สุดครับ ควรพักผ่อนตัวเองให้ดีครับ

          ลองเอานิ่วไปลูบ ๆ เล่นที่หัวดูครับ ถ้ามันยังมีคตวามรู้สึกอยู่ก็ไม่น่าห่วงครับ และถ้าเป็นแบบนี้คงจะเป็นที่จิตใจจริง ๆ ที่หดหู่ครับ

          ผมก็พูดได้แค่นี้นะครับ ขอโทษที่ให้คำปรึกษาดีกว่านี้ไม่ได้ รอหมอมาตอบละกันนะครับ ^___^

        • Dr.Dragon /

          สวัสดีครับคุณ โอ

          อย่างนี้ต้องไปตรวจซ้ำอีกทีแล้วละครับ ไปหาหมอแผนก ทางเดินปัสสาวะนะครับพบหมอ Urologist ครับ โชคดีครับ

  12. สวัสดีครับ คุณโอ

    ผมว่าไม่น่าเป็นไรมากนะครับ
    เพราะตรงอวัยวะจะประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อ
    ซึ่งมีมากยิืดหยืนอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะเป็นไรมาก

    แต่ที่ผมคิดน่าจะเป็นเรื่อง การวิตก ของคุณมากกว่า
    ซึ่งตอนที่ผมวิตก หรือคิดทำงานอะไรอยู่ ผมก็กระตุ้นไม่ค่อย
    ขึ้นเหมือนกันครับ ซึ่งน่าจะแก้ไขที่จิตใจของคุณที่ยึดติดกับ
    การที่คิดว่า อวัยวะ มีปัญหาที่ไม่แข็งตัวดูนะครับ หรือบางทีอาจ
    เกิดจากการเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ก็เป็นไปได้ครับ นี่คือคำ
    แนะนำ จากตัวผมเองนะครับ ไม่เกี่ยวกับหมอ ^__^ ขอให้หายไว ๆ นะครับ

    • Dr.Dragon /

      สวัสดีครับน้อง TOON

      สบายดีหรือเปล่าครับ ขอบคุณมากนะครับที่เข้ามาช่วยออกความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆที่เข้ามาถามในเวบ แล้วเข้ามาบ่อยๆนะครับ

      • ผมมีเรื่องมาสอบถามคุณหมอครับ

        เรื่องบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อนผมมันซื้อบุหรี่ไฟฟ้ามันครับ
        แต่ผมเคยอ่านและตอนนี้ก็อ่านอยุ่ เขาบอกกันว่า
        บุฟรี่ไฟฟ้าไม่เกิดให้เกิด มะเร็ง จึงเป็นผลดี
        แต่ผลเสียมันก็ยิ่งกว่า คือ ได้ นิโคติน มากกว่าปกติ
        หลายประเทศจึงห้ามขายกัน ผมอยากรูั้ว่า ถ้าได้รับ นิโคติน
        เยอะเกินไปจะเป็นยังไงครับ

        เพื่อนผมคนนี้ไม่เคยสูบบุหรี่ แต่มันอยากสูบตามเพื่อนใน
        กลุ่มแหละครับ แต่ผมอ่านในเว็บแล้วเป็นห่วง เลยมา
        สอบถามหมอก่อน ^__^

        ช่วงนี้ผมงานเยอะนะครับ ใกล้สอบแล้ว เลยไม่ได้แวะ
        เข้ามาเลย เมื่อวานว่าง ๆ เลย แวะมาช่วยหน่อยนะครับ

        • Dr.Dragon /

          สวัสดีครับน้อง TOON

          สำหรับกรณีบุหรี่ไฟฟ้านั้น ผมขอสรุปดังต่อไปนี้นะครับ
          1.ขึ้นชื่อว่าบุหรี่นั้นไม่ว่าชนิดไหนยี่ห้ออะไรย่อมไม่ดีทั้งนั้นแหละครับ ทางที่ดีที่สุดคือการไม่สูบหรือไม่ตกเป็นทาสของสิ่งใดๆนั้นดีกว่าแน่ๆครับ
          2.สารนิโคตินนั้นจัดเป็นสารเสพติดชนิดหนึ่ง คนที่ติดบุหรี่นั้นก็ติดไอ้สารนิโคตินนี้แหละครับ พอเราสูบบุหรี่สูดเข้าไปหนึ่งครั้ง สารนิโคตินนี้ก็จะเข้าไปสู่กระแสเลือดของเราและขึ้นไปสู่สมองของเราภายใน 10 วินาที ไปหลอกให้สมองเราเข้าใจว่ามีความสุข แต่มันเป็นเพียงสิ่งหลอกๆครับ แต่ทำให้คนที่สูบบุหรี่เลิกสูบไม่ได้ ถ้าจิตใจไม่เข้มแข็งพอ และขึ้นชื่อว่ายาหรือสารเสพติดนั้นย่อมไม่ดีทั้งนั้นแหละครับ
          3.จริงอยู่ที่ว่าบุหรี่ไฟฟ้านั้นไม่มีสารทาร์ หรือฝุ่นควัน ที่จะทำให้เกิดมะเร็งเหมือนบุหรี่แบบเก่า แต่เราจะทราบได้อย่างไรว่าไฟฟ้า หรือวงจรทางไฟฟ้าที่เราคาบมันอยู่ในปากทุกๆวันทุกๆชั่วโมงที่สูบจะไม่มีผลกระตุ้นให้เกิดมะเร็งขึ้นที่ปาก ไม่แน่นะครับอีกสัก 5-10 ปีอาจจะมีผลงานวิจัยใหม่ๆออกมาก็ได้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าก่อให้เกิดมะเร็งที่ปากได้ ทางที่ดีอย่าเป็นหนูทดลองรุ่นแรกๆให้บริษัทขายบุหรี่ไฟฟ้าดีกว่าครับ

          ในความเห็นของผมนั้น การเป็นวัยรุ่นควรติดสิ่งที่ดีๆและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ให้สมกับที่เป็นคนชั้นปัญญาชนครับ เช่นติดการเล่นกีฬา ติดการส่งเสริมสุขภาพ ติดการเรียนรู้ ฯลฯ ติดอะไรที่ไม่มีสาระแบบนี้เอาเวลาไปนอนดีกว่าครับ

Leave a Reply

*