มีคำสั่งระงับใช้วัคซีนโรตาริกซ์

Apr 27

มีคำสั่งระงับใช้วัคซีนโรตาริกซ์

Rotarix

เมื่อวานนี้ (26 เมษายน 2553) ผมได้รับโทรศัพท์จากผู้แทนยาของบริษัท Glaxo Smith Kline ว่าให้ระงับการใช้วัคซีนโรตาริกซ์ ไว้ก่อนเนื่องจากว่าทางบริษัทได้รับการติดต่อจากองค์การอาหารและยา ว่าให้ระงับการใช้และการจัดจำหน่ายวัคซีนชนิดนี้ไว้ก่อน วันนี้ผมจึงนำข้อมูลที่มาที่ไปของการระงับใช้วัคซีนในครั้งนี้ มาเล่าสู่กันฟัง ที่มาที่ไปมาจากรายงานของ WHO ฉบับนี้ครับ

รายงานของ Global Advisory Committee ของ องค์การอนามัยโลก ต่อความปลอดภัยของวัคซีน Rotarix

ในวันที่ 25 มีนาคม 2553 Global Advisory Committee ขององค์การอนามัยโลก ได้ประชุมผ่านทาง เทเลคอนเฟอเร้น ประเมินเกี่ยวกับข้อมูลใหม่ของความปลอดภัยของวัคซีนโรตาริกซ์ ซึ่งเป็นวัคซีนที่ใช้ในการป้องกันเชื้อไวรัสโรต้า ที่เป็นเชื้อที่ก่อโรคกระเพาะลำไส้อักเสบในเด็ก หลังจากสถาบันวิชาการทางการแพทย์ได้แจ้งไปยังบริษัทที่ผลิตวัคซีนชนิดนี้ คือ Glaxo Smith Kline ว่าวัคซีนชนิดนี้ปนเปื้อน DNA ของเชื้อ Porcine Circovirus Type 1 (PCV1>)

เชื้อ PCV1 นี้ยังไม่มีการรายงานว่ามีการก่อให้เกิดโรคในคนหรือในสัตว์ และจากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่ามี DNA ของเชื้อนี้ปนเปื้อนอยู่ในขั้นตอนการผลิตขั้นต้นของวัคซีน และเมื่อพิจารณาย้อนกลับไปพบว่า DNA ของเชื้อนี้ ได้ปนเปื้อนมาตั้งแต่ต้นก่อนการได้รับใบอนุญาต และขั้นตอนของ Clinical Trial และขณะนี้กำลังดำเนินการในการศึกษา เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่มากขึ้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อไป

ก่อนหน้าที่จะมีข้อมูลนี้ ความปลอดภัยของวัคซีนโรตาริกซ์ นั้นได้รับการยืนยันจาก การทำ Clinical Trial ขนาดใหญ่ ก่อนได้รับอนุญาตใช้วัคซีน และข้อมูลที่ยืนยันความปลอดภัยหลังการได้รับอนุญาตใช้วัคซีน ซึ่งเป็นข้อมูลขนาดใหญ่ คือมากกว่า หกสิบล้านโดส ซึ่งทั้งสองข้อมูลนี้ช่วยยืนยันความปลอดภัยของวัคซีนโรตาริก

เชื้อโรต้าไวรัส นั้นเป็นเชื้อที่พบบ่อยที่สุด ในการก่อโรคกระเพาะลำไส้อักเสบชนิดรุนแรงในเด็กทั่วโลก เป็นโรคที่ก่อให้เกิดอัตราการเสียชีวิตของเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี ประมาณ 527,000 คนต่อปี

แต่อย่างไรก็ตามในขณะนี้ GACVS ของ WHO ยังคงเห็นว่าประโยชน์ของวัคซีนโรตาริกซ์ ยังมีมากกว่าความเสี่ยงในด้านร้ายที่อาาจจะได้รับจากวัคซีน แต่อย่างไรก็ตาม GACVS ของ WHO จะยังคงดำเนินการติดตามศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อไป และจะทำการประกาศแนวทางให้ประชาชนทั่วโลกรับทราบต่อไป

ที่มา: WHO

Leave a Reply

Blog WebMastered by All in One Webmaster.