ผู้ที่ทำงานในอุตสหกรรมเกี่ยวกับศพ เสี่ยงที่จะได้รับสารฟอร์มาลีน (Formaldehyde) และเป็นโรคลูคีเมียมายอีลอยด์
Nov 23
ผู้ที่ทำงานในอุตสหกรรมเกี่ยวกับศพ มีโอกาสที่จะได้รับสารฟอร์มาลีน (Formaldehyde) และเสี่ยงที่จะเป็นโรคลูคีเมียมายอีลอยด์ (ลูคีเมียมายอีลอยด์ เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง หรือ Leukemia)
จากขึ้นการวิจัยที่ตีพิมพ์ในนิตยสารสถาบันมะเร็งแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (Journal of the National Cancer Institute) ล่าสุดเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2009 กล่าวว่าการได้รับสารฟอร์มาลีน (ซึ่งใช้ในการรักษาสภาพศพ หรือดองศพ) ในระยะยาว มีความเกี่ยวข้องกับการเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจาก โรคลูคิเมียมายอีลอยด์ (Myeloid Leukemia: ลูคีเมียมายอีลอยด์ เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง) ที่เพิ่มขึ้น
ในการศึกษาที่ผ่านมา แสดงให้เห็นอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น จากมะเร็งเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซท์ (Lymphohematopoietic Malignancies: มะเร็งที่เกิดจากความผิดปกติในการสร้างเม็ดเลือดขาวชนืด ลิมโฟไซท์) และมะเร็งสมอง (Brain Cancer) ในนักกายวิภาควิทยา (Anatomists), นักพยาธิวิทยา (Pathologists) และผู้ที่ทำงานในภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับศพ ซึ่งทั้งหมดนี้อาจจะเคยทำงานที่เกี่ยวข้องกับฟอร์มาลีน (Formaldehyde) ด้วย
สำหรับงานการศึกษาชิ้นนี้ นักวิจัยที่ฝ่ายมะเร็งระบาดวิทยาและพันธุกรรมแห่งสถาบันมะเร็งแห่งชาติในเบเธสดา และทีมงาน ได้ทำการสอบหาความสัมพันธ์ของอัตราการตายระหว่าง การปฏิบัติงานและระดับการได้สัมผัสสารฟอร์มาลีนของคนในอาชีพเหล่านั้น โดยจำกัดกรณีศึกษาเฉพาะของผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับศพที่เสียชีวิตในระหว่างปี 1960 ถึง 1986 ให้นักวิจัยได้ทำการเปรียบเทียบผู้ที่เสียชีวิตด้วยมะเร็งลิมโฟไซท์ และเนื้องอกในสมอง กับผู้เสียชีวิตจากสาเหตุอื่น โดยระยะเวลาการปฏิบัติงานและการสัมผัสสารฟอร์มาลีนจะถูกบันทึกโดยการสัมภาษณ์ผู้ใกล้ชิดและผู้ร่วมงานของคนเหล่านั้น
งานการศึกษานี้ เท่าที่ทราบอาจจะเป็นการสอบสวนด้านระบาดวิทยาเป็นครั้งแรก ที่เชื่อมโยงความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง เข้ากับระยะเวลาในการทำงาน, การปฏิบัติงาน และระดับคร่าวๆ ของปริมาณสารฟอร์มาลีนที่ได้สัมผัส ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับศพ
จำนวนปีของปฏิบัติงานการดองศพ กับการสัมผัสสารฟอร์มมาลีน มีความเกี่ยวข้องกันอย่างมีนัยสำคัญ ต่อการอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นจากมะเร็งลูคิเมียมายอีลอยด์ พร้อมความเสี่ยงเป็นอย่างสูงของผู้ที่ปฏิบัติงานการดองศพมากว่า 20 ปี
ที่มา: esciencenews.com

คลิกที่นี่ เพื่อสมัครรับข่าวจากเรา