ภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis)

Nov 01

atopic dermatitis

ภูมิแพ้ผิวหนัง Atopic dermatitis

เป็นโรคผิวหนังอักเสบที่ก่อให้เกิดอาการคันที่ผิวหนัง ที่เกิดจากขบวนการการอักเสบ (Inflammation) ที่ไม่ใช่การติดเชื้อ (Infection) มีทั้ง แบบเฉียบพลัน กึ่งเฉียบพลัน แต่ส่วนใหญ่จะเรื้อรัง

  • 60% มักมีอาการระหว่างอายุ 2 เดือน ถึง 1 ปี   -30% มักเกิดอาการภายในอายุไม่เกิน 5 ปี
  • 75% มักมีอาการดีขึ้นเองภายในอายุไม่เกิน 10-14 ปี (ส่วนใหญ่ก่อนวัยเข้าโรงเรียน)
  • พบได้ ประมาณ 10-15% ของประชากรเด็ก
  • พบได้มากในเด็กที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหอบ ภูมิแพ้หวัด หรือภูมิแพ้ผิวหนัง
  • 50% ของเด็กที่เป็นโรคนี้จะ มีภาวะโรคภูมิแพ้หอบหืด หรือภูมิแพ้หวัด ในช่วงต่อมาของชีวิต
  • สาเหตุ ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากขบวนการของการแพ้

อาการของโรค

  • ลักษณะที่สำคัญคือมีผื่นผิวหนังซึ่งเป็นลักษณะของ “ผิวหนังอักเสบ”   ผิวหนังโดยทั่วไปจะค่อนข้างแห้งหรือ แห้งมาก และมีอาการคันเป็นอย่างมากคันเรื้อรัง ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของโรคนี้ โดยอาการคันก่อให้เกิดความรำคาญอย่างมาก
  • ถ้าผิวหนังอักเสบในลักษณะแบบเฉียบพลันจะมีรอยโรคเห่อแดงคัน อาจมีตุ่มน้ำใสๆ เล็กๆ มีน้ำเหลืองเยิ้มซึม และอาจจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียที่ ผิวหนังร่วมด้วยได้,  ผู้ป่วยบางรายอาจจะมีผื่นในระยะรองเฉียบพลัน ซึ่งมีขุยแห้งหรือสะเก็ด หรือ เกิดมีผื่นแบบเรื้อรังซึ่งเป็นปื้นนูนหนา คันและมีขุย ร่วมด้วยการหนาตัวของผิวหนังเกิดจากการถูไถ หรือเกา
  • วัยทารก จะพบผื่นแดงบริเวณแก้ม ด้านนอกของแขนขา ข้อมือและข้อเท้า
  • วัยเด็กโต และผู้ใหญ่ ผื่นจะพบบริเวณข้อพับต่างๆ เช่น ข้อพับแขนและขาทั้งสองข้าง ที่คอ บางครั้งเกาจนเป็นปื้นมีขุยดำ หรือแห้งหนา บางครั้งถ้าเป็นมากผื่นอาจลามขึ้นได้ทั่วร่างกาย
  • การดำเนินโรคจะเป็นๆ หายๆ

ปัจจัยกระตุ้น

ในเด็กแต่ละคนปัจจัยกระตุ้นจะแตกต่างกัน ผู้ปกครองควรสังเกตปัจจัยกระตุ้นของเด็กที่ท่านดูแล แล้วหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นนั้นๆ เช่น

  1. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำบ่อย หรือ อาบน้ำนานเกินไป
  2. หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีความชื้นสูง หรือการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิกระทันหัน
  3. หลีกเลี่ยงผ้า ขนสัตว์ ขนแกะ อะครีลิก ในการที่จะนำมาใช้ทำเสื้อผ้าสวมใส่ เป็นพรม หรือเฟอร์นิเจอร์
  4. หลีกเลี่ยงหมอน หมอนข้าง เบาะนั่ง ที่ภายในบุด้วย ขนนก ขนอ่อนของนก
  5. หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับ แมว สุนัข กระต่าย ฝุ่นในอากาศ หรือละอองเกสรดอกไม้
  6. หลีกเลี่ยงการทาน นมวัว ไข่  ข้าวสาลี ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ปลา
  7. หลีกเลี่ยงไม่ให้ผิวหนังสัมผัสกับ มะเขือเทศ หรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว
  8. หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ หรือครีมทาผิว ที่ผสม แอลกอฮอล์ หรือ น้ำหอม
  9. หลีกเลี่ยงภาวะที่จะทำให้เหงื่อออกมาก เช่นการออกกำลังกายมากๆ หรืออยู่ในที่ร้อนๆ
  10. หลีกเลี่ยงการเล่นกองทราย หรือ สระว่ายน้ำที่มีสารคลอรีน
  11. หลีกเลี่ยงภาวะที่จะทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า เจ็บป่วย หรือความเครียด

2 comments

  1. Toon /

    สวัสดีครับหมอDragon มาขอคำปรึกษาครับ

    ผมไปหาหมอที่ รพ. มาคับ เรื่องสิวที่ใบหน้า ผมจัดยามาให้ผมดังนี้
    BENZOYL PEROXIDE (ทาทั่วหน้า ก่อนล้างหน้า)
    CLINDAMYCIN (แต้มหัวสิว หลังล้างหน้า)
    PT-40 CREAM 10 G (ทาทั่วหน้า หลังล้างหน้า)
    TRETINOIN (ทาทั่วหน้า ก่อนนอน)

    ปัญหา คือ ตอนนี้ หน้าผมแห้งและผิวลอก แสบหน่อยๆหลังล้างหน้าเสร็จ
    ผมคิดว่าเกี่ยวกับยาที่แรงเกินกว่าที่หน้าผมจะรับไหวในปริมาณต่อวัน
    จึงมารับคำปรึกษาว่า ควรลดหรืองด ตัวไหนบ้างครับ เพราะผมยังไม่อยาก
    งดทาทุกตัวไป เพราะ หมอที่ รพ. บอกมาว่า ให้ทาทุกตัว มันเป็น กฎ ที่
    หมอ รพ. บอกมานะครับ แต่ตอนนี้มีปัญหาในการทายา ผมจึงต้องการ
    ลดปริมาณในการทาต่อวันหรืองดการทาไปก่อนแล้วรออะไรดีขึ้นค่อยกลับ
    ไปทาอีกรอบ

    อาการที่ชัดเจนตอนนี้ ตอนทายา BENZOYL PEROXIDE จะมีอาการแสบ
    หน้ามาก ๆ แทบร้องออกมาเลยครับ ผมจึงคิดว่าจะ ลดตัวนี้ไปทา 1ครั้ง/วัน
    หรือ 1ครั้ง/2วัน หรือจะงดไปเลยจนกว่าหน้าจะหายแห้ง

    ส่วนยาตัวอื่นก็ไม่มีปัญหานะครับ แต่ TRETINOIN เป็น กรดผลไม้ แต่ช่วย
    เรื่องลดรอย แต่จะมีส่วนเกี่ยวกับทำให้หน้าแห้งไหมครับ ควรจะลดไหม
    แต่ตอนทาก็ไม่มีปัญหาอะไรนะครับ หรือ ต้องลดการใช้ลงไปด้วยหรือไม่ครับ

    ต้องขอขอบคุณที่ให้คำปรึกษาล่วงหน้ด้วยนะครับ
    ต้องขอโทษด้วยที่มาปรึกษาผิดหัวข้อ แต่ผมหาเรื่องสิวไม่เจอครับ

    • Dr.Dragon /

      สวัสดีครับ คุณ Toon

      ผมขออธิบายยาที่คุณได้มา ทีละตัวเลยนะครับ
      -Benzoyl peroxide ยาชนิดนี้มีขนาด 2.5%,5% หรือ 10% ยาตัวนี้มีคุณสมบัติที่เป็นยาฆ่าเชื้อได้ก็คือฆ่าเชื้อ P acne ที่เป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว และสามารถเป็น peeling agent คือเรียกง่ายๆว่าปอกผิว ทำให้เซลล์ผิวมีการผลัดผิวเร็วขึ้น ดังนั้นจึงมีผลข้างเคียงก็คือ หน้าแห้ง คัน ลอก แสบร้อนที่หน้าได้ ถ้ามีภาวะดังกล่าวให้ลดการทาลงได้ เช่นอาจจะทาเป็นวันเว้นวัน หรือเว้นสองวัน หรือมากกว่านั้น จนกว่าอาการจะดีขึ้นในระดับที่จะพอทนได้ ตามปกติเมื่อทาไปเรื่อยๆ ผิวหน้าจะปรับตัวได้เองและทนได้มากขึ้นครับ

      -Clindamycin เป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ตามปกติยาแต้มชนิดนี้มักไม่มีผลระคายเคืองใดๆนัก นอกจากกรณีที่แพ้ยา ที่อาจจะมีบวมแดงคันได้ครับ

      -PT 40 cream เป็น ครีมที่ทำจากสารสกัดธรรมชาติ ช่วยให้ผิวขาว สดใส ไม่มีผลต่อการกัดผิวหน้าครับ

      -Tretrinoic acid cream มี 0.025% 0.05% 0.1% ยาตัวนี้ก็คือ วิตามินเอ นั่นเอง ช่วยรักษาสิวได้ทั้งฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวและปอกผิวหน้า กำจัดสิ่งอุดตันที่รูขุมขน ลดการอักเสบ ยาตัวนี้ก็มีผลทำ หน้าแห้ง คัน ลอก แสบร้อนที่หน้าได้ ถ้ามีภาวะดังกล่าวให้ลดการทาลงได้ เช่นอาจจะทาเป็นวันเว้นวัน หรือเว้นสองวัน หรือมากกว่านั้น จนกว่าอาการจะดีขึ้น

Leave a Reply

*