<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
		>
<channel>
	<title>Comments on: LGV ใส่ในรถ…ประหยัดเงิน แต่ LGV ใส่ในคน…เสียเงินค่ารักษา</title>
	<atom:link href="http://medicarezine.com/blog/2009/10/16/lymphogranuloma-venereum/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://medicarezine.com/blog/2009/10/16/lymphogranuloma-venereum/</link>
	<description>Take care your health</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Feb 2012 05:07:42 +0000</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
	<item>
		<title>By: Dr.Dragon</title>
		<link>http://medicarezine.com/blog/2009/10/16/lymphogranuloma-venereum/comment-page-1/#comment-94</link>
		<dc:creator>Dr.Dragon</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Jan 2011 18:25:23 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=668#comment-94</guid>
		<description>เมื่อมีการติดเชื้อแล้วนั้น ถ้าเราสามารถให้ยาฆ่าเชื้อได้เร็วที่สุดก่อนที่การติดเชื้อนั้นจะลุกลามไปอย่างที่สุด นั้นย่อมจะดีกว่าอย่างแน่นอนเพราะว่าจะทำให้หายเร็วกว่า การทุกข์ทรมานน้อยกว่า 

ไม่มีความจำเป็นต้องกินยาทั้งสองชนิดพร้อมกันเพราะว่า เลือกกินตัวใดตัวหนึ่งในขนาดและเวลาในการกินที่เหมาะสมก็หายแน่นอนอยู่แล้วครับ กินหลายขนานพร้อมกันเปลืองโดยไม่ได้ประโยชน์ที่มากขึ้นครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อมีการติดเชื้อแล้วนั้น ถ้าเราสามารถให้ยาฆ่าเชื้อได้เร็วที่สุดก่อนที่การติดเชื้อนั้นจะลุกลามไปอย่างที่สุด นั้นย่อมจะดีกว่าอย่างแน่นอนเพราะว่าจะทำให้หายเร็วกว่า การทุกข์ทรมานน้อยกว่า </p>
<p>ไม่มีความจำเป็นต้องกินยาทั้งสองชนิดพร้อมกันเพราะว่า เลือกกินตัวใดตัวหนึ่งในขนาดและเวลาในการกินที่เหมาะสมก็หายแน่นอนอยู่แล้วครับ กินหลายขนานพร้อมกันเปลืองโดยไม่ได้ประโยชน์ที่มากขึ้นครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Dr.Dragon</title>
		<link>http://medicarezine.com/blog/2009/10/16/lymphogranuloma-venereum/comment-page-1/#comment-93</link>
		<dc:creator>Dr.Dragon</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Jan 2011 18:16:38 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=668#comment-93</guid>
		<description>ขอตอบนะครับ
1.เป็นเชื้อตัวเดียวกันแหละครับ โดยทั่วไป เชื้อโรคชนิดหนึ่งๆสามารถทำให้เกิดโรคหรือการแสดงออกของโรคได้หลายๆแบบ ตามแต่อวัยวะที่มันเข้าไปทำให้เกิดการติดเชื้อ เชื้อ Clamydia trachomatis นอกจากจะสามารถทำให้เกิด หนองในเทียม ได้แล้วยังสามารถ ก่อให้เกิดโรคที่อื่นๆและมีชื่อเรียกที่แตกต่างออกไปเช่น ไปติดเชื้อที่ทวารหนัก ก็ก่อให้เกิดโรค proctitis หรือลุกลามไปที่ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบก็เป็นโรค LGV หรือฝีมะม่วง ถ้าไปติดเชื้อที่ตา ก็เรียกว่าโรค Trachoma เป็นต้น
2.ตามปกติแล้วเวลาเราจะหาเชื้อก่อโรคใดๆนั้นเราจะเอาสิ่งที่คิดว่าน่าจะเจอเชื้อมากที่สุดเพื่อส่งตรวจ ในกรณีหนองในเทียมนั้น เชื้อส่วนใหญ่อยู่ในท่อปัสสาวะการตรวจเชื้อจากปัสสาวะจึงน่าจะเจอเชื้อได้มาก แต่ใน LGV นั้นที่ที่น่าจะเจอเชื้อได้มากที่สุดก็คือบริเวณแผลหรือบริเวณต่อมน้ำเหลืองที่กำลังอักเสบ การตรวจจากปัสสาวะน่าจะมีโอกาสเจอเชื้อได้น้อย
3.สามารถใช้ Doxycycline ได้ทั้งสองโรค สำหรับคำแนะนำของผมและที่ผมใช้ในเวชปฏิบัติผมใช้ doxycycline อย่างน้อย 2 สัปดาห์ในหนองในเทียม และใช้อย่างน้อย 3 สัปดาห์ใน LGV (ตามปกติการกำจัดเชื้อโรคใช้ยาเกินดีกว่าขาดครับ)</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ขอตอบนะครับ<br />
1.เป็นเชื้อตัวเดียวกันแหละครับ โดยทั่วไป เชื้อโรคชนิดหนึ่งๆสามารถทำให้เกิดโรคหรือการแสดงออกของโรคได้หลายๆแบบ ตามแต่อวัยวะที่มันเข้าไปทำให้เกิดการติดเชื้อ เชื้อ Clamydia trachomatis นอกจากจะสามารถทำให้เกิด หนองในเทียม ได้แล้วยังสามารถ ก่อให้เกิดโรคที่อื่นๆและมีชื่อเรียกที่แตกต่างออกไปเช่น ไปติดเชื้อที่ทวารหนัก ก็ก่อให้เกิดโรค proctitis หรือลุกลามไปที่ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบก็เป็นโรค LGV หรือฝีมะม่วง ถ้าไปติดเชื้อที่ตา ก็เรียกว่าโรค Trachoma เป็นต้น<br />
2.ตามปกติแล้วเวลาเราจะหาเชื้อก่อโรคใดๆนั้นเราจะเอาสิ่งที่คิดว่าน่าจะเจอเชื้อมากที่สุดเพื่อส่งตรวจ ในกรณีหนองในเทียมนั้น เชื้อส่วนใหญ่อยู่ในท่อปัสสาวะการตรวจเชื้อจากปัสสาวะจึงน่าจะเจอเชื้อได้มาก แต่ใน LGV นั้นที่ที่น่าจะเจอเชื้อได้มากที่สุดก็คือบริเวณแผลหรือบริเวณต่อมน้ำเหลืองที่กำลังอักเสบ การตรวจจากปัสสาวะน่าจะมีโอกาสเจอเชื้อได้น้อย<br />
3.สามารถใช้ Doxycycline ได้ทั้งสองโรค สำหรับคำแนะนำของผมและที่ผมใช้ในเวชปฏิบัติผมใช้ doxycycline อย่างน้อย 2 สัปดาห์ในหนองในเทียม และใช้อย่างน้อย 3 สัปดาห์ใน LGV (ตามปกติการกำจัดเชื้อโรคใช้ยาเกินดีกว่าขาดครับ)</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: ธนชัย</title>
		<link>http://medicarezine.com/blog/2009/10/16/lymphogranuloma-venereum/comment-page-1/#comment-90</link>
		<dc:creator>ธนชัย</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Dec 2010 17:40:50 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=668#comment-90</guid>
		<description>ขออีกเรื่องครับ 
การทานยาดักไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดอาการสูงสุดดีหรือไม่ดีอย่างไรครับ

แล้วถ้าหากกินทั้ง Azithromycin และ Doxycycline จะมีผลดีผลเสียอย่างไรครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ขออีกเรื่องครับ<br />
การทานยาดักไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดอาการสูงสุดดีหรือไม่ดีอย่างไรครับ</p>
<p>แล้วถ้าหากกินทั้ง Azithromycin และ Doxycycline จะมีผลดีผลเสียอย่างไรครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: ธนชัย</title>
		<link>http://medicarezine.com/blog/2009/10/16/lymphogranuloma-venereum/comment-page-1/#comment-89</link>
		<dc:creator>ธนชัย</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Dec 2010 17:38:09 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=668#comment-89</guid>
		<description>ขอความรู้ด้วยครับ
1. ทำไมตัวเชื้อแบคทีเรีย ของฝีมะม่วง ชื่อเหมือนกับหนองในเทียมครับ หรือเป็นโรคตระกูลเดียวกัน แต่เรียกชื่อต่างกัน
2. การวินิจฉัยสามารถเพาะเชื้อจากปัสสาวะได้เหมือนกับหนองในเทียมหรือไม่ครับ
3. ถ้าหากมันไม่เหมือนกัน แต่ใช้ยา doxy ตัวเดียวกัน เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไหร่ต้องทาน 14 วัน หรือ 21 วัน แล้วถ้าหากตัวเดียวกัน ทำไมคุณหมอแนะนำจ่ายยา 21 วันครับ เห็นหลายๆที่ระบุสูงสุด 14 วันเท่านั้น
ขอขอบพระคุณล่วงหน้าครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ขอความรู้ด้วยครับ<br />
1. ทำไมตัวเชื้อแบคทีเรีย ของฝีมะม่วง ชื่อเหมือนกับหนองในเทียมครับ หรือเป็นโรคตระกูลเดียวกัน แต่เรียกชื่อต่างกัน<br />
2. การวินิจฉัยสามารถเพาะเชื้อจากปัสสาวะได้เหมือนกับหนองในเทียมหรือไม่ครับ<br />
3. ถ้าหากมันไม่เหมือนกัน แต่ใช้ยา doxy ตัวเดียวกัน เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไหร่ต้องทาน 14 วัน หรือ 21 วัน แล้วถ้าหากตัวเดียวกัน ทำไมคุณหมอแนะนำจ่ายยา 21 วันครับ เห็นหลายๆที่ระบุสูงสุด 14 วันเท่านั้น<br />
ขอขอบพระคุณล่วงหน้าครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>

