LGV ใส่ในรถ…ประหยัดเงิน แต่ LGV ใส่ในคน…เสียเงินค่ารักษา
Oct 16
LGV ulcer
โรค LGV (Lymphogranuloma Venereum) หรือโรคฝีมะม่วง โรค LGV เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Clamydia Trachomatis (Serovars L1,L2,L3)
อาการ สำคัญของโรคนี้คือ มีต่อมน้ำเหลืองที่บริเวณขาหนีบ โต ปวด และมักจะเป็นข้างเดียว, มีแผลที่หายได้เองที่บริเวณองคชาติ หรือหนังหุ้มปลายองคชาติ ตรงตำแหน่งที่ได้รับเชื้อ อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาที่ผู้ป่วยมาพบแพทย์ รอยโรคนี้อาจจะหายไปแล้วก็ได้
การ ได้รับเชื้อเข้าที่ทางทวารหนัก ของผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก หรือชายรักร่วมเพศ อาจจะก่อให้เกิดการอักเสบติดเชื้อที่ลำไส้ใหญ่ (Large Intestine) และลำไส้ตรง (Proctocolitis) โดยจะมีอาการ ถ่ายอุจจาระ เป็นมูก เป็นเลือด มีน้ำไหลจากรูทวารหนัก เจ็บปวดมาก ท้องผูก มีไข้ขึ้น หรืออาจจะมีการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อหูรูดของทวารหนักด้วย ทำให้เกิดความรู้สึกอยากถ่ายแต่ถ่ายไม่ออก
โรคนี้ที่เรียกว่า ฝีมะม่วง เพราะว่าการบวมโตของต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบเป็นก้อนติดกัน จนเป็นฝีขนาดใหญ่ รอยต่อของต่อมน้ำเหลืองที่โตคือผังผืด ดูคล้ายเป็นร่องของมะม่วงอกร่อง จึงเรียกว่าฝีมะม่วง
โรค LGV นี้เป็นโรคที่ไม่ใช่โรคที่จำกัดอยู่จำเพาะที่ เพราะว่ามันสามารถลุกลาม แพร่กระจายออกไปทั้งระบบของร่างกายได้ ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจจะเกิดการอักเสบเรื้อรังที่ลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง และนำไปสู่ภาวะตีบตันของลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงได้, รอยโรคของ LGV นั้นสามารถเป็นช่องทางให้เชื้อโรคอื่นๆ ทั้งที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือไม่ใช่ก็ได้เข้ามาร่วม ทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำเติมมากขึ้นได้

การวินิจฉัย
อาศัยข้อมูลทางอาการ การแสดงออก ข้อมูลทางระบาดวิทยา รวมถึงการตรวจหาเชื้อ Clamydia Trachomatis จะช่วยในการวินิจฉัยโรคนี้ สารส่งตรวจที่ได้จากแผลหรือต่อมน้ำเหลืองที่โต สามารถส่งตรวจเพาะเชื้อหาเชื้อ Clamydia Trachomatis
หรือส่งตรวจทางอิมมูนวิทยาอื่น ๆร่วมด้วยก็ได้ เช่น ตรวจ Direct Immunofluorescence
การรักษา
การรักษาสามารถกำจัดเชื้อก่อโรค และสามารถป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน ที่เกิดจากการติดเชื้อในระยะยาวได้ การรักษาประกอบไปด้วยการให้ยาปฏิชีวนะ การดูดหนองออก หรือในบางรายอาจจะจำเป็นต้องผ่าหนองออกด้วย (Incision and Drainage)
ยาที่ใช้ในการรักษา
Doxycycline 100 mg 2 ครั้ง/วัน เป็นเวลา 21 วัน (ห้ามใช้ในคนตั้งครรภ์)
หรือ Erythromycin base 500 mg 4 ครั้ง/วัน เป็นเวลา 21 วัน (ใช้ได้ในคนตั้งครรภ์)
หรือ azithromycin 1.0 g สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 3 สัปดาห์
การติดตามผลการรักษา
ผู้ป่วยควรได้รับการติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะไม่มีอาการใดๆหลงเหลืออยู่เลย
การดูแลรักษาคู่นอนของคนที่เป็นโรคนี้
คู่นอนของคนที่เป็นโรคนี้ควรได้รับการตรวจหาโรคทางเพศสัมพันธ์ต่างๆ ทุกชนิด รวมทั้งโรค LGV นี้ด้วย

คลิกที่นี่ เพื่อสมัครรับข่าวจากเรา