วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ 21 ต.ค.ทุกปี ทำรากฟันเทียมฟรีใน 85 โรงพยาบาล
Oct 16
ทำรากฟันเทียมฟรีใน 85 โรงพยาบาล ในวันที่ 21 ตุลาคม 2552
กระทรวงสาธารณสุขเชิญชวนประชาชนทั่วไป และผู้สูงอายุที่ใส่ฟันเทียมทั้งปากแล้วมีปัญหา เช่นหลวมหลุดง่าย เข้ารับบริการตรวจสุขภาพช่องปาก และทำรากฟันเทียมฟรี เนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ วันที่ 21 ตุลาคม ทุกปี แจ้งลงทะเบียนได้ที่โรงพยาบาล 85 แห่งที่ร่วมโครงการหรือที่สถาบันทันตกรรม จ.นนทบุรี ชี้ผลสำรวจล่าสุดในปี 2550 พบผู้สูงอายุเหลือฟันเคี้ยวอาหารได้เพียงคนละ 3 คู่ มีประมาณ 6 แสนคน ที่เหลือแต่เหงือกล้วน
12 ตุลาคม 2552 ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ และทันตแพทย์สมชัย ชัยศุภมงคลลาภ ผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม ร่วมกันแถลงข่าว “การจัดบริการทันตกรรม เนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ”
ด้านนายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า บริการฝังรากฟันเทียมฟรีจะเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 21 ตุลาคม 2552 ประชาชนและผู้สูงอายุสามารถแจ้งลงทะเบียนได้ที่โรงพยาบาลทั้งหมด 85 แห่ง ประกอบด้วย
- โรงพยาบาลประจำจังหวัดสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 76 แห่งทั่วประเทศ
- ร.พ.ศิริราช
- ร.พ.ตำรวจ
- ร.พ.จุฬาลงกรณ์
- คณะทันตแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์หาดใหญ่
- หรือสมัครที่สถาบันทันตกรรม ใกล้ศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ ถ.ติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี โทร.02-5884005-8 ต่อ 103 รับไม่จำกัดจำนวน
ด้านนายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ผลการสำรวจสุขภาพช่องปากระดับประเทศครั้งล่าสุดในปี 2550 พบคนไทยกว่าร้อยละ 50 มีปัญหาฟันผุ โดยในกลุ่มของคนวัยทำงานคืออายุ 35-44 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เหลือฟันไม่ครบปากคือครบ 32 ซี่ โดยวัยทำงานร้อยละ 83 มีฟันเฉลี่ย 28 ซี่ ส่วนผู้สูงอายุโดยเฉลี่ยสูญเสียฟันมากกว่าคนละ 10 ซี่ และมีผู้สูงอายุร้อยละ 10 หรือประมาณ 6 แสนคน ไม่มีฟันเหลืออยู่เลย พบในภาคกลางมากที่สุด ส่วนในด้านการเคี้ยวอาหาร พบผู้สูงอายุมีฟันที่เคี้ยวอาหารได้เพียงคนละ 3 คู่ และหากอายุ 80 ปีขึ้นไป จะลดลงเหลือคนละ 1 คู่เท่านั้น
การฝังรากฟันเทียม
เป็นเทคโนโลยีขั้นสูง ต้องทำโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่ผ่านมาประชาชนเข้าถึงบริการนี้น้อย เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูงถึงรากละ 50,000-120,000 บาท เพราะต้องนำเข้ารากฟันเทียมจากต่างประเทศ มูลค่าการนำเข้า ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทต่อปี สำหรับโครงการรากฟันเทียมฯที่ใช้ในโครงการนี้ ผลิตโดยศูนย์เทคโนโลยีทางทันตกรรมขั้นสูง (ADTEC) และศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ คุณภาพดีเทียบเท่ามาตรฐานยุโรป โดยจะใส่ให้คนละ 2 ราก
ทั้งนี้ ผู้ที่จะเข้ารับการฝังรากฟันเทียม จะต้องไม่มีโรคประจำตัวที่สำคัญคือ โรคหัวใจ เบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลไม่ได้ ความดันโลหิตสูงที่ไม่ได้ควบคุม โดยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม ใช้เวลาผ่าตัดนาน 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นจะทิ้งเวลาเพื่อให้กระดูกยึดเกาะที่รากฟันเทียม ใช้เวลา 4 เดือน จากนั้นจึงจะทำการยึดฟันปลอมลงบนรากฟันเทียมอีกชั้นหนึ่ง
ที่มา: กระทรวงสาธารณสุข

คลิกที่นี่ เพื่อสมัครรับข่าวจากเรา