ตกขาว คันช่องคลอด…จาก เชื้อ ทริโคโมแนส
Oct 12
ทริโคโมนิเอสิส (Trichomoniasis)
โรคทริโคโมนิเอสิส เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อโปรโตซัว เป็นโรคที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ในช่องคลอดของผู้หญิง และที่ท่อปัสสาวะของผู้ชาย โรคนี้ติดต่อเป็นหลักโดยการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด โดยที่ไม่ใส่ถุงยางอนามัยกับคนที่มีเชื้อนี้อยู่ การติดต่อจากผู้หญิงสู่ผู้หญิงก็เกิดขึ้นได้โดยการส่งผ่านเชื้อผ่านทางมือ หรืออุปกรณ์เสริมในการมีเซ็กส์ (Sex Toys) ที่เปื้อนน้ำจากช่องคลอดของคนที่มีเชื้อ
[youtube XVNJQZLJRJw]
คุณจะทราบได้อย่างไรว่าคุณติดเชื้อนี้?
ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่มีอาการ แต่ผู้หญิงบางคนมีอาการคือ มีตกขาวสีเหลือง เป็นฟอง หรือบางรายตกขาวมีกลิ่น คันช่องคลอดหรือบางรายมีอาการเจ็บแสบในขณะมีเพศสัมพันธ์ ส่วนในผู้ชายนั้นแทบจะไม่พบว่ามีอาการ (อาจจะมีอาการคันหรือเจ็บท่อปัสสาวะในบางราย)
โรคนี้มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ หรือไม่?
โรคนี้ไม่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงใดๆ แต่อาจจะมีอาการมากกว่าปกติได้ในคนไข้บางราย

เราจะตรวจพบโรคนี้ได้อย่างไร?
การเก็บน้ำจากช่องคลอดของผู้หญิง หรือน้ำจากท่อปัสสาวะของผู้ชาย มาตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะพบตัวเชื้อนี้
เราจะรักษาโรคนี้ได้อย่างไร?
โรคนี้รักษาง่ายมากโดยการกินยาปฏิชีวนะ ก็หายขาดแต่มีความจำเป็นต้องรักษาคู่นอนด้วย เพื่อป้องกันการติดเชื้อกลับมาเป็นใหม่
เช่น การให้ยา Metronidazole 200 mg 2 เม็ด 3 เวลา เป็นเวลา 7 วัน, หรือให้ Tinidazole 500 mg 4 เม็ดครั้งเดียว
คู่นอนที่มีเพศสัมพันธ์ด้วยต้องได้รับการตรวจรักษาด้วยหรือไม่?
แน่นอนที่สุดที่ต้อง เข้ารับการตรวจรักษาด้วย
การป้องกันการติดโรคนี้ต้องทำอย่างไร?
ควรใส่ถุงยางอนามัย ถ้าต้องมีเพศสัมพันธ์ กับคนที่เราไม่แน่ใจว่ามีเชื้อหรือไม่ และการใช้อุปกรณ์เสริม ในการร่วมเพศ (Sex Toy) ควรล้างทำความสะอาดก่อนทุกครั้งที่จะใช้กับคนอื่นๆ

คลิกที่นี่ เพื่อสมัครรับข่าวจากเรา
รบกวนคุณหมอ
ช่วยอ่านจากอาการที่แจ้งให้ด้วยค่ะ
ไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นโรคทริโคโมนิเอสิส เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อโปรโตซัว นี้หรือเปล่าค่ะ อาการทีมีตกข่าวบ่อยมาก กางเกงในเปียกวันหนึ่งต้องเปลี่ยนสองหน เวลาปัสสาวะเสร็จก็เช็คทุกครั้งแต่จะมีตกขาวสีเขียวบ้างขาวบ้างสลับกันในแต่ละเดือน บางเดือนก็มีกลิ่นเหมือนนม บางเดือนก็มีกลิ่นเหมือนปลาเค็มค่ะ ทำความสะอาดก็ไม่หาย ปัสสาวะอีกก็มีกลิ่นอีกค่ะ บางครั้งก็คัน แล้วก็หายไปเอง
ควรทำไงดีค่ะ จะดูแลอย่างไรได้บ้างค่ะ รบกวนช่วยแจ้งกลับทางเมล์ให้ทราบด้วยนะค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สาเหตุของตกขาวที่ผิดปกตินั้นที่พบบ่อยเกิดจาก
1.เชื้อรา มักจะมีตกขาวเป็นสีขาวและคันมาก ไม่ค่อยจะเหม็น
2.เชื้อแบคทีเรีย มักมีตกขาว สีเหลือง หรือสีเขียว หรือสีคล้ำ หรือแบบหนอง มีกลิ่นเหม็น คันได้
3.เชื้อโปรโตซัว เช่นจากเชื้อ ทริโคโมแนส ในบทความนี้แหละครับ ตกขาวมักขาวหรือเหลืองอ่อน และมีฟอง ไม่ค่อยมีกลิ่น(มีได้บ้าง) และคันมากเช่นกัน
4.จากปฏิกริยาการแพ้ เช่นแพ้ถุงยาง หรือสารเคมีที่ใส่ในถุงยาง
หรือบางคนมีหลายๆสาเหตุพร้อมๆกัน
การแยกให้แน่ชัดนั้นควรเอาน้ำตกขาวนั้นมาตรวจดูสดด้วยกล้องจุลทรรศน์ จะสามารถวินิจฉัยให้ชัดเจน สำหรับกรณีของคุณนั้น ผมแนะนำให้ไปพบกับสูตินรีแพทย์เพื่อทำการตรวจภายใน PV และตรวจน้ำตกขาว และควรตรวจ pap smear ไปด้วยเลยครับ
พอดีหนุเป็นตกขาวมานานแล้วค่ะ มีสีขาวขุ่นเป็นก้อนบ้าง สีเหลืองออกเขียวบ้างเป็นเมือกๆ มีกลิ่นเป็นบางครั้ง แล้วได้ไปตรวจภายในแล้วหมอจ่ายยา Metronidazole 200mgค่ะแต่หมอไม่บอกว่าเป็นอะไร หนูอยากทราบว่าเป็นโรคอะไรค่ะ หลักจากตรวจภายในแล้วมีตกขาวเป็นสีน้ำตาลค่ะอัตรายมั้ยค่ะ
คุณหมอที่ตรวจไม่ค่อยให้คำปรึกษาอะไรเลยค่ะ ถามก้อไม่ตอบ บอกหนูแค่ว่าตกขาวมีกลิ่นให้ยาฆ่าเชื้อไปกิน แต่ไม่บอกว่าเกิดจากอะไร เป็นเชื้ออะไร วิธีรักษายังไง หายขาดมั้ย แล้วก้อได้ถามคุณหมอที่ไปตรวจว่าอาการแบนี้จะเป็นมะเร็งปากมดลูกมั้ยค่ะ คุณหมอตอบกลับมาว่าเขาไม่ได้เป็นกันง่ายๆหรอก หนูรู้สึกงงๆกับคำตอบ คำถามอาจจะยาวไปนะค่ะเพราะหนูกลัวมาก
ขอบคุณค่ะคุณหมอที่อ่านและตอบคำถาม
สวัสดีครับคุณ chocolate
โรคตกขาวผิดปกติของผู้หญิงนั้น มีสาเหตุสำคัญอยู่หลายอย่างแต่ที่พบบ่อยมีสามอย่างครับ
-เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย จะมีลักษณะตกขาวสีเหลืองบ้าง สีเขียวบ้าง สีเหมือนหนองบ้าง สีช้ำเลือดช้ำหนองบ้่าง และมักจะมีกลิ่นเหม็นเน่าเหม็นคาวได้ครับ คันช่องคลอดได้ และมีอาการปวดเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ได้ครับ
-เกิดจากเชื้อรา ตกขาวมักจะมีสีขาว เป็นก้อนได้ มักจะคันมาก และมักจะไม่มีกลิ่นเหม็น มักจะไม่ค่อยมีความเจ็บปวดใดๆ
-เกิดจากเชื้อโปรโตซัว เช่นเชื้อ Trichomonas vaginalis อาการมักจะมีตกขาวออกมากสีขาว มีฟอง ไม่ค่อยมีกลิ่นถ้ามีก็กลิ่นไม่แรง มีอาการคัน
ทั้งสามโรคนี้ผมเคยนำเอาบทความลงไว้แล้วในเวบนี้ ลองเข้าไปดูในหมวดโรคทางด้านสูตินรีเวชกรรมครับ
ในบางคนสามารถติดเชื้อได้มากกว่าหนึ่งชนิดในครั้งเดียว เช่นติดเชื้อสองอย่างหรือสามอย่างพร้อมๆกันเลยก็ได้ครับ
สำหรับอาการของคุณนั้นลักษณะตกขาวบ่งชี้ไปในทางการติดเชื้อแบคทีเรีย(แต่ถ้าจะให้แน่นอนที่สุดต้องนำน้ำตกขาวจากช่องคลอดมาตรวจดูในกล้องจุลทรรศน์ เพื่อตรวจดูเชื้อ) ผมคาดว่าคุณหมอที่ทำการรักษาคุณนั้นคาดว่าคุณคงเป็นช่องคลอดอักเสบจากเชื้อโปรโตซัว เพราะยา Metronidazole นั้นเป็นยาฆ่าเชื้อโปรโตซัว (ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้บางกลุ่ม แต่ถ้าใช้เดี่ยวๆแบบนี้ไม่น่าคลุมเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้ช่องคลอดอักเสบทั้งหมดได้ครับ)
การรักษาการตกขาวผิดปกติเรื้อรังนั้นจำเป็นจะต้องได้รับยาที่ครอบคลุมเชื้อทั้งหมดที่คุณติด ในขนาดที่เพียงพอและระยะเวลาในการให้ที่เพียงพอครับ และสำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งก็คือต้องนำคู่นอนของคุณมาทำการรักษาด้วยเพราะถ้ารักษาคุณหายเพียงคนเดียวแล้วนั้น เมื่อคุณไปมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนของคุณอีกมันก็ติดเชื้อใหม่อีกอย่างนี้ไม่มีวันหายอย่างแน่นอนครับ
ส่วนเรื่องมะเร็งปากมดลูกนั้นไม่เกี่ยวกับอาการตกขาวนี้หรอกครับ การตรวจมะเร็งปากมดลูกนั้น ผู้หญิงที่มีสามีแล้วหรือเคยผ่านการมีเพศสัมพันธ์แล้ว ควรได้รับการตรวจหามะเร็งปากมดลูก( Pap smear )ทุกๆปีโดยที่ไม่ต้องสนใจว่ามีอาการใดๆหรือไม่ก็ได้ครับ
คือหนูมีอาการคันที่ปากช่องคลอด มีตกขาวเป็นสีขาวขุ่นๆ จะคันมากๆตอนกลางคืน
ที่ผนังปากช่องคลอดจะมีตุ่มแดงๆใสๆด้วย ไปร้านขายยาเภสัชจ่ายยาCifran500ให้
คือหนูอยากรู้ว่าหนูเป็นอะไรแน่ค่ะ รบกวนด้วยนะคะ
ขอบคุณสำหรับคำปรึกษาดีๆนะคะ…
สวัสดีครับคุณ beauty
จากที่ผมเคยลงไปแล้วว่าตกขาวคันช่องคลอดนั้นมีสาเหตุอยู่หลายอย่างเช่น
สาเหตุของ
1.เชื้อรา มักจะมีตกขาวเป็นสีขาวและคันมาก ไม่ค่อยจะเหม็น
2.เชื้อแบคทีเรีย มักมีตกขาว สีเหลือง หรือสีเขียว หรือสีคล้ำ หรือแบบหนอง มีกลิ่นเหม็น คันได้
3.เชื้อโปรโตซัว เช่นจากเชื้อ ทริโคโมแนส ในบทความนี้แหละครับ ตกขาวมักขาวหรือเหลืองอ่อน และมีฟอง ไม่ค่อยมีกลิ่น(มีได้บ้าง) และคันมากเช่นกัน
4.จากปฏิกริยาการแพ้ เช่นแพ้ถุงยาง หรือสารเคมีที่ใส่ในถุงยาง
หรือบางคนมีหลายๆสาเหตุพร้อมๆกัน
การแยกให้แน่ชัดนั้นควรเอาน้ำตกขาวนั้นมาตรวจดูสดด้วยกล้องจุลทรรศน์ จะสามารถวินิจฉัยให้ชัดเจน สำหรับกรณีของคุณนั้น ผมแนะนำให้ไปพบกับสูตินรีแพทย์เพื่อทำการตรวจภายใน PV และตรวจน้ำตกขาว และควรตรวจ pap smear ไปด้วยเลยครับ
สำหรับคุณนั้น มีอาการคันมากๆ คิดถึงสามโรคคือเชื้อราและ เชื้อโปรโตซัวและปฏิกริยาการแพ้ ถ้าจะให้แน่ชัดต้องไปตรวจอย่างที่กล่าวไว้ข้างบนครับ สำหรับยาที่คุณซื้อมาทานนั้น คือ Cifran 500 mg น่าจะไม่เหมาะสมกับโรคนะครับเพราะมันเป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียครับ
สวัสดีค่ะ
เป็นตกขาวสีเหลืองขุ่น ไม่มีกลิ่น ไม่คัน
ตอนแรกคิดว่าเปนปกติ พอเป็นมาสักพักเลยคิดมาก
เลยไปหาเภสัช
ให้ยาItraconazole 100mg ทานครั้งละ2เม็ด เช้าเย็น ให้มากิน1วัน(4เม็ด)
และ Tinidazole 500mg ทานครั้งละ2เม็ด เฉพาะเย็น ให้มากิน3วัน (6เม็ด)
และตอนนี้หนูทาน Dacin-F รักษาสิวอยู่ด้วยค่ะ มันจะมีผลอะไรต่อกันหรือป่าวคะ?
อยากถามว่าจะหายมั้ยคะ ?
แล้วเป็นเพราะหนูชอบใส่แผ่นอนามัยตลอดหรือป่าว?
แล้วอาหารทะเลนี่มีส่วนมั้ยค่ะ?
สวัสดีครับคุณ memee
จากประวัติที่เล่ามาว่ามีตกขาวสีเหลืองขุ่น โดยปกติถ้าตกขาวสีนี้ส่วนใหญ่น่าจะเป็นจากเชื้อแบคทีเรีย ยา Itraconazole ที่คุณชื้อมาทานนั้นจะช่วยฆ่าเชื้อรา และยา Tinidazole ที่คุณซื้อมาทานนั้นจะช่วยฆ่าเชื้อโปรโตซัวเช่นเชื้อ Trichomonas vaginalis เพราะฉะนั้นเมื่อคุณกินยาสองตัวนี้จนครบตามที่เภสัชจัดให้แล้วนั้น ถ้ายังมีตกขาวสีเหลืองขุ่นอยู่ยิ่งยืนยันว่าปัญหาตกขาวของคุณนั้นน่าจะมาจากากเชื้อแบคทีเรียจริงๆ คุณไม่ได้บอกผมว่าคุณกินยา Dacin F มานานเท่าไร ยา Dacin F นั้นคือยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่คลุมเชื้อได้กว้าง การกินนานๆอาจจะทำให้ผมผลเสียหลายอย่าง อย่างหนึ่งในนั้นคือการที่จะทำให้สมดุลของเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอดนั้นเปลี่ยนแปลงไป และเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดกา่รติดเชื้ออื่นๆตามมาได้เช่นเชื้อราในช่องคลอดหรือเชื้อแบคทีเรียตระกูลอื่นๆ ผมแนะนำอย่างนี้ครับ คือ
-งดกิน Dacin F ไปก่อน
-ทานยา Itraconazole และ Tinidazole ให้ครบคอร์ส
-รอดูอาการหลังจากนั้น สักหนึ่งสัปดาห์ ระหว่างนี้ทานน้ำมากๆ
-อย่าใส่แผ่นอนามัยตลอดครับ
-อาหารทะเลไม่น่าจะเกี่ยวนะครับ ถ้าเคยกินแล้วไม่มีปัญหาใดๆมาก่อน
ถ้ายังมีปัญหาอยู่เขียนมาคุยกันใหม่ครับ
สวัสดีค่ะคุณหมอ ไม่รู้ว่าว่าตัวเองเป็นตกขาวหรือติดเชื้อทางช่องคลอดรึเปล่า เพราะมีประจำเดือนมาหลายวัน
เป็นมาอาทิตย์หนึ่งแล้วค่ะ ปกติก็เป็นประมาณ 1 อาทิตย์ แต่พอมาดูผ้าอนามัย มีสีเหลืองไม่ก็ขาวขุ่น มีกลิ่นคาวๆ ไม่มีประจำเดือนออกมา ไม่ทราบว่ามีการรักษาและมียารับประทานไหมค่ะ ???
สวัสดีครับคุณ vi
ถ้ามีสารคัดหลั่งสีเหลืองหรือขาวขุ่น มีกลิ่นเหม็นคาวออกมาจากช่องคลอด อย่างนี้เรียกว่าคุณมีตกขาวที่ผิดปกติครับ อาจจะเกิดจากสาเหตุต่างๆได้เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อโปรโตซัว ฯลฯ การหาสาเหตุที่แน่ชัดคือการตรวจภายในเอาสารคัดหลั่งนี้มาตรวจทางแลปส์ครับแล้วจะทราบสาเหตุที่แน่ชัด การรักษาก็ขึ้นอยุ่กับสาเหตุนั้นๆครับ
สวัสดีค่ะ
ดิฉันเป็นตกขาวสีเหลืองบางวันก็ไม่เป็นสีเหลือง บางครั้งก็มีกลิ่นและบางครั้งก็คัน
อยากทราบว่าเกิดจากอะไรค่ะ แล้วดิฉันไปซื้อยาที่ร้านยาให้ยาtricogyn500มา เค้าบอกให้กิน4เม็ดครั้งเดียว เป็นเวลา3วัน ใช่ไหมค่ะ อยากทราบสาเหตุที่เป็นตกขาวค่ะ แล้วยาที่ดิฉันกินสามารถรักษาโรคติดเชื้อจากเพศสัมพันธ์ได้ไหมค่ะ เช่นหนองในอ่ค่ะ เพราะแฟนดิฉันเคยมีอาการที่ติดเชื้อจากเพศสัมพันธ์อ่ค่ะ ดิฉันเลยสงสัยว่าดิฉันอาจติดเชื้อด้วย
สวัสดีครับคุณ ya
อาการตกขาวที่ผิดปกตินั้นมีสาเหตุได้ทั้งจาก เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อโปรโตซัว(เช่น เชื้อทริโคโมแนส) การพิสูจน์นั้นทำได้ด้วยการ เอาน้ำจากภายในช่องคลอดก็คือตกขาวนั้นแหละมาตรวจครับ เมื่อได้ทราบเชื้อก่อโรคแล้วนั้นการักษาก็ใช้ยาที่ตรงกับเชื้อก่อโรคนั้นๆ สำหรับยาที่คณได้มานั้นเป็นยาที่ใช้ในการรักษาตกขาวผิดปกติที่เกิดจากเชื้อโปรโตซัวหรือเชื้อแบคทีเรียบางชนิดเท่านั้นครับและยาชนิดนี้ไม่ครอบคลุมเชื้อหนองในครับ
เรียนคุณหมอที่เคารพ
หนูรู้สึกว่าพักนี้มีตกขาวเยอะผิดปกติเวลาใส่กางเกงแล้วอยู่ตลอดทั้งวันมันก็จะรู้สึกเหม็นอับแล้วไม่ค่อยสบายท้องน้อยเท่าไรเหมือนมันจะเจ็บก็ไม่เจ็บเวลามีอะไรกับแฟนก้อรู้สึกแจบๆแสบๆปริเวณปากช่องคลอด แล้วในช่องคลอดเวลาล้วงเข้าไปมันเหมือนมีติ่งบวมๆอะไรออกมาตรงปากช่องคลอด ( เข้าไปในนิดนึง ) จับก้อไม่เจ็บ มันผิดปกติหรือเปล่าคะ ลองให้แฟนไปซื้อยาเค้าให้ Tinidazole 500 mg กิน 4 เมดครั้งเดียว ไม่ทราบว่าเหมาะกับอาการไหมกินแค่วันเดียวมันจะหายขาดหรอคะ แล้วหนูมีแนวทางการรักษายังไง
รู้สึกกังวลและไม่มั่นใจเป้นอย่างมาก
รบกวนคุณหมอช่วยตอบหนูทีนะคะ
ขอบพระคุณค่ะ
สวัสดีครับคุณNaNa
การมีอาการเหม็นที่ช่องคลอด ปวดเจ็บท้องน้อยและมีอาการเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ สิ่งเหล่านี้น่าจะบ่งชี้ว่าคุณมีอาการอักเสบที่บริเวณปากช่องคลอดและในช่องคลอด ซึ่่งการอักเสบนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียก็ได้และเกิดจากเชื้อโปรโตซัวก็ได้ แต่ยา Tinidazole 4 เม็ดครั้งเดียวที่คุณซื้อมาทานนั้นมุ่งเน้นการอักเสบติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อโปรโตซัวเท่านั้น เช่นจากเชื้อ ทริโคโมแนส วาไจนัลลิส ดังนั้นการกินยาแค่นี้น่าจะไม่เหมาะสมเท่าไรนัก
ส่วนการใช้มือตนเองนั้นล้วงเข้าไปในช่องคลอดแล้วคลำพบติ่งบวมๆอะไรออกมาที่ปากช่องคลอด แต่ไม่มีอาการอื่นๆใดๆ อาจจะเป็นไปได่ว่าคุณไปคลำเจอปากมดลูกของคุณเองเข้าให้ เมื่อไม่เคยเจอหรือไม่มีความรู้ว่าคืออะไร ก็เลยตกใจ ดังนั้นถ้าจะให้ดีและแน่ใจทั้งสองปัญหานั้นวิธีการตรวจให้แน่ชัดคือการตรวจภายใน และอาจจะตรวจทางแลปส์เพื่อดูเชื้อ เช่นการทำ wet smear เมื่อได้ทราบสาเหตุที่แน่ชัดแล้วการรักษาก็จะไม่ยากครับ
ขอให้โชคดีครับ ไม่ต้องกังวลหรอกครับ อย่างไรก็หายแน่ๆครับเพียงแต่ไปรักษาในที่ๆเหมาะสมเท่านั้นครับ
เรียนคุณหมอที่เคารพ
หนูมีอาการคันในช่องคลอดขณะมีประจำเดือนได้ 1 วัน รวมทั้งมีอาการคันบริเวณรอบๆ ในขณะเป็นประจำเดือน ประจำเดือนหนูมามากใน 1-2 วันและในวันที่ 3 ประจำเดือนก็มากะปิดกะปอย ก็รู้สึกคันในช่องคลอดเรื่อยมาแต่ไม่ค่อยมาก จนถึงวันที่ 6 (เข้าใจว่าประจำเดือนหมด) เกิดอาการคันมาก จึงเอานิ้วล้วงเข้าไปพบเนื้อเยื่อสีน้ำตาลที่ช่องคลอดหลุดออกมา มีเยอะมาก เข้าใจว่าเป็นเนื้อเยื่อที่ออกมาพร้อมประจำเดือน ปกติแต่ละเดือนจะออกมาแต่เดือนนี้ไม่ออก แต่ก็มีอาการคันในช่องคลอดและบริเวณรอบนอกคะ ขอความกรุณาด้วยนะคะ
สวัสดีครับคุณ Pim
เนื้อเยื่อสีน้ำตาลที่ออกมาหลังเมนส์น่าจะเป็นเลือดที่ยังตกค้างอยู่และออกไม่หมด ส่วนอาการคันช่องคลอดและปากช่องคลอดบริเวณรอบๆนั้นน่าจะเกิดจากการติดเชื้อราครับลองทายาฆ่าเชื้อราที่บริเวณภายนอก และเหน็บยาฆ่าเชื้อราบริเวณภายในช่องคลอดวันละครั้งน่าจะดีขึ้นนะครับ ถ้าไม่ดีขึ้นควรไปหาหมอเพื่อตรวจภายในครับ
สวัสดีค่ะ
ตกขาวของดิฉัน วันแรกที่พบคือระหว่างมีเพศสัมพันธ์กับแฟน เป็นสีขาวลิ่มๆเหมือนทิชชู่ละลายน้ำอ่ะค่ะ แต่เป็นสีขาวเลยนะคะ พอวันที่สองมันตกขาวเยอะกว่าเดิมค่ะ คราวนี้เป็นออกเหลืองๆ เหมือนไขมันในนมสดต้มเลยอ่ะคะ ไม่มีกลิ่นนะคะ แต่มีอาการคันตรงปากช่องคลอดค่ะ รบกวนถามคุณหมอว่าสำหรับดิฉันควรซื้อยาตัวไหนมาใช้ก่อนคะ? เพราะตอนนี้ไม่สามารถไปหาหมอเพราะอยู่สิงคโปรค์ค่ะ กว่าจะกลับไทยก็อีกห้าวัน กลัวเชื้อจะรุกลาม แล้วเป็นไปได้ไหมคะ ว่าเชื้อนี้จะติดต่อทางการมีเพศสัมพันธ์?
สวัสดีครับคุณแตน
ตกขาวสีเหลืองๆ ไม่มีกลิ่น ออกมาก เป็นหลังจากมีเพศสัมพันธ์กับแฟน 1 วัน น่าจะเกิดจากการติดเชื้อนะครับ อาจจะเป็นเชื้อแบคทีเรียธรรมดา หรือจากเชื้อราก็ได้ หรืออาจจะเกิดร่วมกันทั้งสองอย่างก็ได้ครับ อย่างนี้ลองเหน็บยาตัวนี้ก่อนก็ได้ครับ GYNECON-T Vaginal tablets เหน็บในช่องคลอด วันละ 1 ครั้ง ก่อนนอน เหน็บสัก 5 วัน พอกลับมาเมืองไทยก็ค่อยไปหาหมอก็ได้ครับถ้าไม่สะดวกไปหาหมอที่โน่น โชคดีนะครับ
สวัสดีค่ะ รบกวนถามหน่อยนะคะ
ดิฉันมีเพศสัมพันกับแฟนแต่ใส่ถุงยางอนามัย (คือเพิ่งมีอะไรกันนะคะ) แล้วหลังจากนั้นประมานวันนึงดิฉันก็มีอาการคันช่องคลอด ตกขาวมีปริมานเยอะกว่าเดิม เปนสีเหลืองๆ แต่ไม่เหนียวขุ่นนะค่ะลักษณะคล้ายแป้ง รู้สึกคันๆบริเวณนอกช่องคลอด ไม่คันข้างในค่ะ ไม่แน่ใจว่าดิฉันจะแพ้สารจากถุงยางรึเปล่าเป็นไปในกรณีนี้ได้ไหมค่ะ ดิฉันอยากทราบว่าต้องใช้ยาอะไรยังไงค่ะ ตอนนี้ดิฉันซื้อยาที่ชื่อ คาเนสเทนสำหรับทาภายนอกมาทาอยู่ค่ะ รบกวนด้วยนะคะ
เพิ่มเติมนะค่ะ ตกขาวไปนสีเหลืองแต่ไม่มีกลิ่นค่ะ
สวัสดีครับคุณ zee
จากประวัติที่เล่ามานั้น มีความเป็นไปได้ที่คุณจะแพ้ยางของถุงยางอนามัยหรือแพ้สารเคมีที่ใส่อยู่ในถุงยางอนามัย เช่นสารฆ่าตัวอสุจิหรือยาชา แต่ตกขาวสีเหลืองก็มีความเป็นไปได้ที่จะติดเชื้อแบคทีเรียเพราะการแพ้ตกขาวน่าจะไม่มีสีเหลือง การใส่ถุงยางอนามัยแล้วติดเชื้อแบคทีเรียก็เป็นไปได้ในกรณีที่่คุณทำออรัลเซ็กส์ให้แฟนโดยขณะที่แฟนของคุณใส่ถุงยางอนามัยอยู่(ก่อนสอดใส่ โดยไม่เปลี่ยนถุงยาง ทำให้เชื้อแบคทีเรียในช่องปากของคุณทำช่อ
งคลอดของคุณอักเสบก็เป็นไปได้ ส่วนยาคาเนสเทน นั้นเป็นยาฆ่าเชื้อรา ถ้าคุณไม่ได้ติดเชื้อราก็ไม่น่าจะดีขึ้นครับ ถ้าแพ้น่าจะใช้ยา 0.02% TA cream หรือ Dermacombine cream น่าจะดีกว่านะครับ
ึคือหนูมีอาการคันบริเวณปากช่องคลอดอะค่ะ คือมันไม่มีตกขาวออกมาเลอะกางเกงในนะคะ แต่พอเวลาที่คันมากๆแล้วลองเอาทิชชูไปซับๆดู มันเป็นสีขาวขุ่นๆเหมือนนมบูดอะค่ะปริมาณมากเหมือนกัน พอซับแล้วอาการคันก็ดีขึ้น ไม่คันตลอดเวลานะคะ ไม่แน่ใจว่าเกิดจากเชื้อรารึป่าว แล้วจะไปซื้อยาสอดคาเนสเทนมาใช้ได้เลยมั้ยคะ แต่มีปัญหาที่ว่า ใกล้จะมีประจำเดือนแล้ว แล้วอย่างนี้ถ้าใช้ยาสอดจะเป็นอะไรรึป่าวคะ
สวัสดีครับคุณ Pp
จากที่เล่ามานั้นคุณน่าจะเป็นเชื้อราที่ช่องคลอดนะครับ จะลองใช้ยาเหน็บฆ่าเชื้อราในช่องคลอดดูก่อนก็ได้ครับ ยาคาเนสเตนก็ได้ครับ ใกล้จะมีประจำเดือนก็สอดได้ครับ
สวัสดีค่ะคุณหมอ
มีอาการตกขาวค่ะ คิดว่าน่าจะเกิดจากการแพ้ถุงยางอนามัย
แฟนเอาถุงยางแบบใหม่มาใช้ค่ะ หลังจากใช้คืนนั้นรู้สึกมีอาการคันเกิดขึ้น พอวันต่อมารู้สึกคันมากกกกก บริเวณปากช่องคลอดอ่ะค่ะ อยากจะเกาตลอดเวลา
ประมาณวันสองวันต่อมา ลองส่องกระจกดู (ทั้งๆที่ปกติไม่เคย) พบว่ามีตกขาวเป็นสีขาวขุ่นเยอะมากๆอยู่ในช่องคลอด มีทั้งแบบเหลวและแบบเหมือนฟองเต้าหู้ ตอนนี้ยังคันอยู่แต่ไม่คันมากเท่าวันสองวันแรก
อีกวันต่อมาตกขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนๆๆๆ ลืมบอกว่าตกขาวที่มีไม่มีกลิ่นนะคะ ตอนนี้ก็ยังคันอยู่แต่ว่าคันไม่มากค่ะ
หาข้อมูลดูคิดว่าน่าจะเป็นเชื้อราในช่องคลอดรึเปล่าคะ แต่ตกขาวเปลี่ยนสีหรือว่ามาจากแบคทีเรียกันแน่
รบกวนคุณหมอหน่อยนะคะ อยากได้ยาทานน่ะค่ะ ถ้าไม่ได้ผลเอายาเหน็บก็ได้ แต่ไม่เคยเหน็บยาอ่ะกลัวเจ็บอ่ะค่ะ
ตัวยาอันนี้ดีมั๊ยคะ GYNECON-T Vaginal tablets
เคนดินาส 500mg
หวังว่าคำถามนี้ และคำตอบของคุณหมอ จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจเข้ามาหาข้อมูล บางคนที่ไม่กล้าไปหาหมอ อย่างน้อยคงได้คำแนะนำที่พวกเค้าจะเอาไปปฏิบัติตามจากคุณหมอ ดีกว่าที่เค้าไปหายาใช้เองนะคะ
ขอบพระคุณมากๆเลยนะคะ
สวัสดีครับคุณ baha
สาเหตุของการเกิดตกขาวที่ผิดปกติที่พบบ่อยในผู้หญิงนั้นมีดังนี้ครับ
-เกิดจากการติดเชื้อรา
-เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
-เกิดจากการติดเชื้อโปรโตซัว
-เกิดจากปฏิกริยาการแพ้ เช่นแพ้ถุงยางอนามัย แพ้สารเคมีหรือยาที่ใส่อยู่ในถุงยาง
-เกิดจากหลายๆสาเหตุร่วมกัน
การที่จะชี้ชัดได้ว่าตกขาวนั้นๆเกิดจากสาเหตุใดนั้นอาศัยการตรวจทางแลปส์ง่ายๆ โดยการนำเอาน้ำตกขาวนั้นๆมาตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ เรียกว่าการตรวจ wet smear เป็นการตรวจที่ง่ายและราคาไม่แพง
ในกรณีของคุณนั้นถ้าจะยังไม่ไปพบแพทย์เพื่อตรวจภายในและนำเอาน้ำตกขาวนั้นมาตรวจ อยากจะลองรักษาด้วยตนเองก่อน ผมขอแนะนำดังนี้ครับ
-หลีกเลี่ยงการใช้ถุงยางอนามัยชนิดที่คุณสงสัยว่าแพ้
-ลองใช้ ยาเหน็บ Gynecon T ดูก่อนก็ได้ครับโดยเหน็บวันละ 1 ครั้งก่อนนอน สักประมาณ 5 วัน ถ้าหลังจากทำอย่างนี้แล้วอาการยังไม่ดีขึ้นแนะนำให้ไปตรวจภายในโดยตรวจกับสูตินรีแพทย์ครับ
คือช่วงหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา หนูคันช่องคลอดและบริเวณขาหนีบใกล้ๆช่องคลอดมากๆค่ะคือไม่ได้คันตลอดเวลา คันเป็นพักๆ พอไม่คันก็ไม่คัยเลย แต่ถ้าคันมันอดไม่ได้ที่จะเกาเพราะคันมากจริงๆค่ะ(หนูไม่ได้ทะลึ่งนะคะ แค่อยากบอกอาการให้ละเอียดจริงๆเพราะยังไม่กล้าปรึกษาใคร เลยลองเสิร์จหาข้อมูลในเนตดูก่อน) แต่โชคดีที่เวลาคันมักจะอยู่ที่บ้าน แต่ที่นี้พอเกามากๆเข้า ตรงขาหนีบข้างๆมันขึ้นเป็นปื้นแดงๆเหมือนเวลาแพ้ผ้าอนามัยค่ะ แต่ว่าไม่ได้ใส่ทั้งผ้าทั้งแผ่นอนามัยนะคะ เพราะไม่ใช่ช่วงมีประจำเดือน และปกติเป็นคนไม่ใส่แผ่นอนามัยอยู่แล้ว ก่อนหน้าที่จะคันมันมีตกขาวออกมาปกติ เพราะอีกอาทิตย์นึงจะถึงกำหนดครบมีประจำเดือนมาแล้ว แต่ตกขาวมันไม่เหม็น ไม่มีสีคล้ำ พอตกขาวหมดก็คันอย่างที่บอกไปค่ะ แล้วก็ที่กางเกงในมันมีคราบสีเหลืองอ่อนๆ แต่ไม่แน่ใจว่าจะใช่ตกขาวมั้ยเพราะมันไม่ได้เป็นก้อนๆแบบตกขาว ตอนแรกนึกว่าปัสสาวะเล็ดหรือป่าว ก็เลยลองดมดูมันก็ไม่ได้เหม็นแบบปัสสาวะค่ะและไม่ได้เหม็นคาว แต่เหม็นอับๆนิดหน่อย
คือหนูยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับใครเลยนะคะ (ต้องบอกก่อนเพราะเท่าที่อ่านดูอาการแบบนี้มักเกิดกับคนที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว) แต่มีอีกอย่างที่สงสัยคือ จะแพ้สบู่ที่ใช้ซักชุดชั้นใน เป็นไปได้มั้ยคะ แต่ก็ใช้มานานมากแล้วค่ะ ไม่เคยเป็นอะไรเลย T_T
สวัสดีครับคุณ someone
จากที่คุณเล่ามานั้น ผมคิดว่าคุณน่าจะเป็นเชื้อราในบริเวณร่มผ้าและขาหนีบ ส่วนใหญ่โรคนี้เกิดจากการอับชื้น และสามารถเกิดขึ้นกับคนที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ได้ครับ การรักษาผมแนะนำอย่างนี้ครับ
-ล้างทำความสะอาดบริเวณร่มผ้าให้สะอาดด้วยสบู่อ่อนๆที่คุณไม่แพ้หรือ แชมพูที่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อรา เช่น Ketoconazole shampoo,Nizoral shampoo (เป็นแชมพูสระผมแต่เอามาฟอกแทนสบู่บริเวณที่เป็นเชื้อราตามผิวหนังได้)หลังจากอาบน้ำเสร็จทุกครั้งต้องซับผิวหนังบรเวณนั้นให้แห้งหมดจด อาจจะใช้พัดลมช่วยเป่าด้วยก็ยิ่งดี
-บริเวณผื่นแดงให้ทาด้วยยาฆ่าเชื้อราเช่น canesten cream,ketoconazole cream,miconazole cream ฯลฯ ตัวไหนก็ได้เพียงตัวเดียวและทาวันละ สองถึงสามครั้ง
-ถ้ายาทาอย่างเดียวยังไม่หายดี บางครั้งอาจจะต้องทานยาด้วย ถ้าไม่ดีขึ้นแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติมหรือรับยากินร่วมด้วยครับ