เจ็บปวดอีกครั้งกับ…แผลริมอ่อน
Oct 07
โรคแผลริมอ่อน (Chancroid)
โรคแผลริมอ่อนเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD) ที่ติดต่อได้ง่ายมาก เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Haemophilus Ducreyi ลักษณะเฉพาะตัวของมันคือ การมีแผลที่เจ็บปวดมากที่บริเวณอวัยวะเพศ และเชื้อที่ลามไปตามท่อน้ำเหลืองจะทำให้เกิดการบวมโตของต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบเจ็บปวดมาก ที่คนทั่วไปรู้จักในนามของ ฝีมะม่วง โรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้แต่ควรจะต้องรีบรักษาให้เร็วที่สุดทันทีที่เราตรวจพบมันเข้า ถ้าคุณไม่รีบรักษาโรคแผลริมอ่อนนี้โอกาสที่คุณจะติดเชื้อเอดส์นั้นจะเพิ่มขึ้น
เราจะติดโรคแผลริมอ่อนได้อย่างไร
- ติดโดยผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์กับคนที่มีแผลของโรคนี้ ที่บริเวณอวัยวะเพศ
- ติดโดยการที่ผิวหนังส่วนต่างๆ ของเรา สัมผัสกับสารคัดหลั่งที่มีเชื้อนี้จากแผลของคนที่เป็นโรค
อาการของโรค
เมื่อเราได้รับเชื้อแผลริมอ่อน 3-5 วันหลังจากนั้นเราจะเริ่มมีอาการดังต่อไปนี้

- มีแผลที่บริเวณอวัยวะเพศ หนึ่งแผลหรือมากกว่าหนึ่งแผล
- มีอาการเจ็บปวดบริเวณขาหนีบ
- การเกิดแผลจะเริ่มจากที่เรามีรอยปูดบวมขึ้นที่ผิวหนัง แล้วแตกออกเป็นแผลมีสารคัดหลั่งอยู่ภายในแผล
- แผลนั้นจะมีลักษณะกดดูแล้วจะรู้สึกว่านิ่มๆ พื้นของแผลจะดูสกปรกๆ (แผลในโรคซิฟิลิสจะขอบแผลแข็งๆ)
- ในผู้ป่วยชาย มักจะพบแผลที่ใต้หนังหุ้มปลายหัวองคชาติและปากท่อปัสสาวะ
- ในผู้หญิง มักจะพบที่บริเวณด้านในของแคมใหญ่และเล็ก ปากท่อปัสสาวะอักเสบด้วย
ข้อที่น่าสังเกต: แผลในผู้ชายมักจะเจ็บปวดมาก แต่ในผู้หญิงมักจะไม่ค่อยเจ็บปวด จึงทำให้บางครั้งไม่ทันสังเกตว่ามีแผลได้
การวินิจฉัยโรคนี้

ทำได้โดยการนำเอาหนองหรือสารน้ำจากแผล มาส่องกล้องจุลทรรศน์ตรวจเชื้อ จะพบเป็นเชื้อแบคทีเรีย รูปร่างเป็นแท่งสั้นและหนา หัวท้ายมน เรียงตัวเป็นแถวๆ ทั้งสั้นและยาว ดูคล้ายฝูงปลาว่ายตามกันไป เรียกว่า School of Fish หรือการส่งหนองหรือน้ำจากแผลไปเพาะเชื้อ
เราจะรักษาโรคแผลริมอ่อนให้หายขาดได้ไหม ?
เราสามารถรักษาโรคนี้ให้หายได้ง่ายมาก ถ้าเรารีบรักษาเสียแต่เริ่มแรกที่ติดเชื้อ โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เราจึงสามารถรักษามันได้ด้วย ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมในการฆ่าเชื้อ (ควรปรึกษาแพทย์) ในปริมาณและระยะเวลาในการรักษาที่เหมาะสม และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
เราจะลดความเสี่ยงในการที่จะเป็นโรคแผลริมอ่อนได้อย่างไร
- ไม่สำส่อน
- ถ้าจำเป็นที่จะต้องมีเพศสัมพันธ์กับคนที่เราไม่ไว้ใจว่าจะปลอดโรคควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์

คลิกที่นี่ เพื่อสมัครรับข่าวจากเรา
มีเพศสัมพันธ์กับแฟนไม่ได้ใส่ถุงยางอนามัยและไม่ได้ปล่อยภายในวันที่28มิย ประจำเดือนมาวันที่29มิยหลังจานั้นวันที่1กคเริ่มมีอาการเจ็บๆพอลองส่องกระจกดูเห็นเป็นตุ่มบริเวณด้านขวาของแคมใกล้ๆบริเวณด้านนอก ขนาดปานกลางบวมขึ้นมาเล็กน้อยและแดง คล้ายสิวอักเสบ เช้าวันที่2กคลองดูอีกครั้งบริเวณตุ่มนั้นมีน้ำคล้ายหนองออกมากเล็กน้อย เวลาปัสสาวะไม่มีอาการเจ็บหรือขัด ไม่เจ็บบริเวณขาหนีบ อยากทราบว่าเป็นอาการอะไรคะอันตรายไหม ถ้าซื้อยามาทาหรือกินจะหายไหมคะควรซื้อยาอะไร
ขอบคุณคุณหมอล่วงหน่านะคะ
สวัสดีครับคุณ ying
อาการที่คุณเป็นอาจจะเป็น ฝีธรรมดาๆที่เกิดขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ หรืออาจจะเป็น ฝี บาโธลีน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของฝีที่เกิดขึ้น ถ้าส่งรูปมาให้ดูได้น่าจะบอกได้ชัดเจนขึ้น แต่อย่างไรก็ตามทั้งสองภาวะนี้น่าจะไม่มีอันตรายใดๆนัก การทานยาปฏิชีวนะที่ถูกต้องเหมาะสมน่าจะหายได้โดยไม่ยากนัก แต่ผมไม่อยากแนะนำยาทางเวบแบบนี้ แนะนำให้ไปหาหมอเพื่อรับยาทานจะดีกว่าครับ
ผมส่งรูปไปทาง Email ให้แล้วนะครับ
ได้ดูแล้วครับ ต้องขอชมว่ารูปที่ส่งมาดีมากครับชัดเเจน ทำให้สามารถวินิจฉัยได้ง่ายขึ้นครับ ผมตอบคำถามให้แล้วนะครับ
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะคุณหมอ รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะเลย
ตอนนี้ตุ่มยุบลงแล้วไม่ค่อยเจ็บแล้วคะ คิดว่าอีกวันสองวันก็คงหายคะ
ถ้าผมสงสัยว่าอาการที่เกิดมาน่าจะเป็นฝีมะม่วง ในบทความใน web นี้ผมยังไม่เข้าใจว่าแผลริมอ่อนบ้างก็เรียกฝีมะม่วง แต่พอไปอ่านในโรคฝีมะม่วงตรงๆ แล้วพบว่าเชื้อก็คนละตัวและยารักษาก็คนละชนิด
ตอนนี้ผมทาน ciprofloxacin 500mg. ครั้งละ เม็ด ห่างกัน 12 ชม.เป็นเวลา 6 วันจนอาการดีขึ้นเพื่อรักษาแผลริมอ่อนและอาการไข่ดันบวมจนดีขึ้น
แล้วถ้าผมจะทาน Doxycyclin 100mg เช้า-เย็นเป็นเวลา 21 วัน เพิ่มเพื่อรักษาฝีมะม่วง ได้ไหมครับช่วยแนะนำด้วยครับ
สวัสดีครับคุณ Kom
คำว่าฝีมะม่วงนั้น คนไทยเรียกเพราะว่ามีก้อนต่อมน้ำเหลืองหรือบางครั้งกลายเป็นฝี เกิดขึ้นที่ขาหนีบ เป็นก้อนคล้ายลูกมะม่วง จึงเรียกว่าฝีมะม่วง ในทางการแพทย์โรคที่มีก้อนลักษณะดังกล่าวที่พบบ่อยคือ โรคแผลริมอ่อน และโรค LGV ซึ่งเป็นคนละโรคกันและเชื้อก่อโรคก็คนละตัวกันครับ ดังนั้นยาที่ใช้ก็ต่างกัน
จากโรคของคุณ Kom นั้นผมวิเคราะห์ว่าน่าจะทานยา ciprofloxacin ต่อไป และเพิ่มการรักษาตุ่มน้ำใสที่เกิดขึ้นใหม่ด้วยยารักษาเริมครับ
ขอโทษครับ จาก post ที่ผ่านมาผมลืมถามว่ายาต้านไวรัสที่กินและทานั้น มีระยะเวลาในการใช้นานแค่ไหนครับหรือ อาการหายจึงหยุด
ขอบคุณครับ
ยาต้านไวรัสเริมนั้น ให้ทาหรือทานอย่างน้อย 5 วันขึ้นไปครับ จะ 5 หรือ 7 หรือ 10 วันก็ได้ครับ ถ้าตุ่มแห้งตกสะเก็ดหมดก็เลิกได้เลยครับ
ผมได้สอบถามไปทางเมลนะครับ ไม่ทราบว่าคุณหมอได้รับหรือเปล่าเอ่ย
สวัสดีครับคุณ Narin
จากการที่คุณส่งจดหมายมาถามผมทีเมลล์(พร้อมรูปภาพ) ดังต่อไปนี้นั้น
สวัสดีครับคุณหมอ
ผมมีอาการแผลวงกลมที่อวัยวะเพศใต้หนังหุ้มตามรูปภาพ ไม่ทราบว่าผมเป็นแผลริมอ่อนหรือเปล่าครับ (เพิ่งสังเกตเห็นว่าเป็นมาประมาณ 3-4 วัน)
ซึ่งผมไปหาหมอมาแล้ว แต่เป็นหมอประกันสังคมนะครับ เขาก็บอกว่าผมเป็นแผลริมอ่อน จึงให้ยามากิน 7 วัน ดังนี้ (คุณหมอบอกว่าถ้าไม่หายให้มาพบใหม่)
1.Metro (Mettrizole) (ก) 400 mg เอกสารบอกว่าเป็นยาฆ่าเชื้อ กินหลังอาหาร 1 เม็ด 3 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น
2.Doxycycline 100 mg เอกสารบอกว่าเป็นยาฆ่าเชื้อ กินหลังอาหารทันที 1 เม็ด 2 ครั้ง เช้า เย็น
ตามที่ผมศึกษาอ่านตามเว็บ ข้อมูลที่ให้ไว้ภายในเว็บนั้นๆ ไม่ตรงกับตัวยาที่ผมกินเลย ซึ่งผมเลยกังวลว่าเป็นยารักษาที่ถูกกับโรคหรือไม่ครับ เพราะกินมา 2-3 วันแล้ว อาการของแผลยังดูไม่ดีขึ้นเลยครับ (ถ้ายาถูกกับโรคอาการของแผลจะเป็นยังไงครับ)
ผมเลยเป็นกังวลมากๆ อยากจะรักษาให้มันหายโดยเร็ว พอดีเข้ามาอ่านในเว็บแล้วเจอเมลคุณหมอจึงอยากปรึกษาครับ รบกวนด้วยครับ
คำุถาม…
1. ผมเป็นแผลริมอ่อนใช่หรือไม่ แล้วเป็นได้อย่างไรครับ แล้วถ้าแฟนผมมีเชื้อนี้อยู่จะต้องทำยังไง
2. ยาดังกล่าวถูกกับโรคหรือไม่
3. ถ้ายาถูกกับโรค ลักษณะของแผลจะดีขึ้นยังไงครับ
หรือคุณหมอมีอะไรแนะนำเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ผมถามก็ยินดีครับ
ขอบคุณครับ
ผมขอตอบคำถามเป็นข้อๆตามที่คุณถามมา ดังนี้ครับ
1.เท่าที่ดูลักษณะของแผลน่าจะเป็นแผลริมอ่อนครับ แต่ถ้าจะให้แน่นอนต้องตรวจโดยการเอาหนองจากต่อมน้ำเหลืองที่อักเสบหรือจากแผลมาตรวจ ถ้าพบเชื้อแบคทีเรียที่มีลักษณะจำเพาะของเชื้อ Haemophilus ducrei ก็ยืนยันว่าเป็นแผลริมอ่อนแน่นอน การติดก็น่าจะได้มาจากการมีเพสสัมพันธ์ครับ ถ้าคุณเป็นคู่นอนของคุณก็น่าจะเป็นด้วยครับ และก็ต้องได้รับการรักษาด้วยเหมือนกันครับ(รักษาด้วยยาชนิดเดียวกันนี่แหละครับ)
2.ยาที่คุณได้มานั้นไม่น่าจะถูกต้องกับโรคแผลริมอ่อนนะครับ น่าจะต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด เช่นอาจจะทานยา Ciprofloxacin 500 mg 1×2 หรือ Ofloxacin 200 mg 1×2 หรือ Erythromycin 500 mg 1×3 7วัน หรือ Azithromycin 1 gm 1×1 ( 1ครั้ง)
3.ถ้าได้รับยาที่ถูกต้อง อาการแผลจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว แผลจะตื้นขึ้นเรื่อยๆจนแผลปิดไปครับ
สุดท้ายนี้ต้องขอโทษที่ตอบช้านะครับ อย่างไรก็ตามก็ขอให้โชคดีนะครับ หายเร็วๆครับ
สวัสดีค่ะคุณหมอ ดิฉันมีสัมพันธ์กับแฟนก่อนหน้ามีประจำเดือน
1วัน หลังจากนั้นขณะมีประจำเดือนเป็นวันที่2ก็รู้สึกปวดแสบ
ที่ปากช่องคลอด เวลาปัสสาวะมากเลยค่ะ รวมถึงเวลาเดินกระแทก และเวลาเกร็งด้วย
พอเมื่อวานนี้สังเกคเห็นเป็นแผลนูนค่อนข้างใหญ่ บริเวณปากช่องคลอดฝั่งขวาลักษณะเหมือนผืนที่นูนขึ้น
แต่ผิวบนเป็นสีขาวๆ แผลนิ่ม สัมผัสแล้วเจ็บมาก โดนน้ำก็แสบ ส่วนฝั่งซ้ายมีเล็กน้อยไม่ใหญ่เท่า
ไม่เจ็บเท่าฝั่งขวาค่ะ
ดิฉันเป็นแผลริมอ่อนหรือเปล่าคะ ตอนแรกจข้าใจว่าแพ้ผ้าอนามัย
เพราะมาเป็นตอนช่วงมีประจำเดือนพอดีค่ะ แต่แผลขนาดนี้ไม่น่าใช่แล้ว
รบกวนคุณหมอด้วยด่ะ ขอบคุณค่ะ
รบกวนคุณหมอด้วยค่ะ
สวัสดีครับคุณ Nida
จากข้อมูลที่คุณให้มานั้น ผมไม่สามารถฟันธงลงไปได้ 100% หรอกครับว่าแผลที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากอะไรกันแน่(เพราะจะบอกได้แน่ชัดคงต้องตรวจทางแลปส์เพิ่มเติมอีกเล็กน้อยครับ) แต่สามารถบอกได้กว้างๆดังต่อไปนี้ครับ
โรคที่อาจจะเป็นไปได้ ในกรณีที่เกิดแผลที่บริเวณอวัยวะเพศ
1.โรคที่ไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
1.1 สาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรียทั่วๆไป สาเหตุนี้อาจจะเกิดจากการที่เราเผลอ แกะเกาผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ แล้วทำให้เกิดแผล แล้วตามมาด้วยการติดเชื้อเชื้อแบคทีเรียธรรมดา ที่ไม่ใช่เชื้อที่ก่อให้เกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เข้ามาซ้ำเติม จนทำให้เกิดการติดเชื้อลุกกลาม กลายเป็นแผลขึ้นได้ ลักษณะของแผลมักจะไม่มีลักษณะรูปร่างจำเพาะ และมักจะเจ็บปวดบวมแดงได้เนื่องจากการอักเสบเฉียบพลัน
1.2 สาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรียทั่วๆไป แต่เกิดขึ้นตามหลังการเป็นผื่นผิวหนัง จากสาเหตุอื่นๆนำมาก่อน เช่นการเป็นผื่นเชื้อราบนผิวหนังที่เนื้อบริเวณร่มผ้า หรือการเป็นผื่นคันที่เกิดจากการแพ้ใดๆนำมาก่อน เช่นการแพ้แป้ง แพ้โลชั่น หรือครีมที่นำไปทาบริเวณนั้น สาเหตุดังกล่าวข้างต้นทำให้เรามีอาการคันอย่างมาก ทำให้เราแกะเกาและการที่เราแกะเกาผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ อย่างมากและประกอบกับความอับชื้นบริเวณนี้ ทำให้เกิดแผลแล้วตามมาด้วยการติดเชื้อ แต่เป็นเชื้อแบคทีเรียธรรมดาที่ไม่ใช่เชื้อที่ก่อให้เกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เข้ามาซ้ำเติม จนทำให้เกิดการติดเชื้อลุกกลาม กลายเป็นแผลขึ้นมาได้ ลักษณะของแผลมักจะไม่มีลักษณะรูปร่างจำเพาะ และมักจะเจ็บปวดบวมแดงได้เนื่องจากการอักเสบเฉียบพลัน
1.3 แผลที่เกิดจากโรคมะเร็งหรือเนื้องอกต่างๆที่บริเวณอวัยวะเพศ (จะไม่ลงในรายละเอียดในที่นี้ เพราะพบน้อยมาก)
1.4 แผลที่เกิดจาก การเกิดอุบัติเหตุต่างๆที่อวัยวะเพศ เช่นการมีเพศสัมพันธ์กันอย่างรุนแรงหนักหน่วง หรือในท่าที่พิสดาร ก็ก่อให้เกิดแผลหลังการมีเพศสัมพันธ์ได้
1.5 แผลที่เกิดจากการมีซีสต์ หรือต่อมที่ผิวหนังอุดตัน นำมาก่อน แล้วอักเสบแตกเป็นหนองแล้วนำไปสู่การเกิดแผลขึ้น เช่น โรค Bartholin’s abscess ในผู้หญิง หรือโรค Infected sebaceous cyst ในทั้งผู้หญิงหรือผู้ชาย
2.แผลที่เกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่รวบรวมได้มีดังต่อไปนี้
2.1 โรคเริมที่อวัยวะเพศ การดำเนินไปและลักษณะของโรคก็คือ ผู้ป่วยอาจจะพบว่ามีตุ่มน้ำใสขึ้นเป็นตุ่มเล็กๆขึ้นกันเป็นกลุ่มเบียดกันอยู่บริเวณนั้นๆ แล้วมีอาการปวดแสบปวดร้อนได้ มักจะไม่คัน และมักจะตามมาด้วยการแตกเป็นแผล อาจจะพบหลายๆแผล ในผู้ชายมักพบที่บริเวณปลายหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ หรือที่ปลายอวัยวะเพศ ในผู้หญิงอาจจะพบได้ที่บริเวณปากช่องคลอด หรือแม้กระทั่งในช่องคลอดก็ได้ จะมีอาการเจ็บแสบมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่โดนน้ำปัสสาวะหรือโดนน้ำธรรมดาเวลาล้างทำความสะอาด ลักษณะสำคัญที่ทำให้นึกถึงโรคนี้มากขึ้น ก็คือโรคนี้มักจะมีประวัติการเคยเป็นมาก่อน(ยกเว้นกรณีที่เป็นครั้งแรก) ลักษณะของแผลหรือตุ่มน้ำใสและตำแหน่งที่เกิดมักจะเหมือนกับที่เคยเป็นครั้งก่อนๆ (อ่านรายละเอียดของโรคได้ใตาม Link ของโรคเริม)http://medicarezine.com/blog/2009/10/01/herpes-simplex/
2.2 โรคซิฟิลิส เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Treponema pallidum โรคซิฟิลิสระยะที่มีแผลบริเวณอวัยวะเพศคือโรคซิฟิลิสระยะที่ 1 ลักษณะของแผลมักจะเป็นแผลเล็กๆ กลม นิ่ม ขอบแข็ง มักจะไม่เจ็บปวด(ระยะเวลาในการเกิดแผลหลังรับเชื้อประมาณ 3 สัปดาห์ถึง 3 เดือน) และถ้าแผลเกิดที่ตำแหน่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้เราอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่ามีแผลอยู่ และแผลนี้จะหายไปได้เอง(ประมาณ 1 เดือน) ถ้าไม่ได้รับการรักษาโรคก็จะดำเนินไปสู่ระยะที่ 2 (อ่านรายละเอียดของโรคได้ใตาม Link โรคซิฟิลิส)http://medicarezine.com/blog/2009/10/06/syphili/
2.3 โรคแผลริมอ่อน เป็นโรคที่เกิดเชื้อแบคทีเรีย Haemophillus ducrei ระยะเวลาในการเกิดแผลหลังการได้รับเชื้อ อยู่ที่ประมาณ 3-5 วัน แผลอาจจะเกิดเพียงหนึ่งแผลหรือหลายแผลก็ได้ ในผู้ชายมักเจ็บปวดมาก แต่ในผู้หญิงอาจจะไม่เจ็บปวดเลยก็ได้ ลักษณะของแผลมักเป็นแผลที่มีขอบคลำดูแล้วนิ่มๆ พื้นแผลดูสกปรกๆ และจะมีต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโต บางครั้งเรียกต่อมน้ำเหลืองที่อักเสบนี้ว่า ฝีมะม่วงเหมือนกันกับโรค LGV และเจ็บปวดด้วย และต่อมน้ำเหลืองนี้อาจจะแตกออกเป็นหนองและเป็นแผลได้ (อ่านรายละเอียดของโรคได้ใตาม Link โรคแผลริมอ่อน)
http://medicarezine.com/blog/2009/10/07/chancroid/#comment-287
2.4 โรค LGV โรคนี้บางคนเรียกว่า ฝีมะม่วง เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่ชื่อว่า Clamydia trachomatis แผลที่เกิดจากโรคนี้มักเป็นแผลที่บริเวณอวัยวะเพศส่วนที่สัมผัสกับเชื้อโรค ในบางครั้งผู้ป่วยไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่ามีแผลเกิดขึ้นและแผลนี้จะหายไปได้เองโดยยังไม่ทันได้รับการรักษา และบ่อยครั้งที่ผู้ป่วยมาพบแพทย์เมื่อแผลนั้นหายไปหมดแล้ว ลักษณะสำคัญของโรคนี้ก็คือการมีต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโต ลักษณะคล้ายมะม่วงอกร่องจึงถูกเรียกว่า ฝีมะม่วง (อ่านรายละเอียดของโรคได้ใตาม Link โรค LGV)http://medicarezine.com/blog/2009/10/16/lymphogranuloma-venereum/
ผมแนะนำว่าควรจะไปตรวจให้ได้การวินิจฉัยที่แน่ชัดครับเพราะว่า ถ้าแผลนั้นเป็นแผลที่เกิดจากเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คุณจะได้พาแฟนของคุณไปทำการตรวจรักษาด้วยครับ เพราะหลักการการรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นั้นต้องรักษาทั้งสองคนที่เป็นคู่นอนกันครับไม่งั้นไม่หายขาดเพราะจะติดกันไปมา
ขอให้โชคดีครับ
พอดีว่าผมคิดว่าน่าจะเป็นแผลริมอ่อนครับ ศึกษาจากข้อมูลทางเว็ป แต่เริ่มไม่แน่ใจว่าเป็นซิฟิลิสหือเปล่าครับ ตอนนี้มีผลสองจุดที่องชาติ จุดแรกที่เส้นสองสลึง และที่บริเวณโคนองคชาติ ลักณะแผบจะบวดนิดๆ รอบๆแผลแดง กลางแผลเหมือนมีหนอง เป็นมาได้5 วันแล้วครับ ตอนแรกคิดว่าเป็นแผลถลอก และอีกเสบเลยซื้อยาAMK1000mg(Amoxicillin 875mg, Clavulanic Acid 125 mg) มาทานเอง ผลเลยเริ่มแห้งเป็นเสก็ดบ้าง แต่บางทีก็กลับมาเป็นแผลเยิ้มอีก และสองวันหลังเริ่มคลำที่ขาหนีบพบการบวมเป็นตุ่มและปวด ครับ ไม่แน่ใจว่าเป็นอันไหนกันแน่ และควรทานยาอะไรดีครับ
สวัสดีครับคุณ point
จากอาการแผลที่คุึณเล่ามานั้น มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นแผลที่เกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่นที่อาจจะเป็นไปได้คือ แผลริมอ่อน ซิฟิลิส หรือ LGV เป็นต้น ผมขอแนะนำให้คุณรีบไปโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่รับรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพื่อที่จะทำการตรวจวินิจฉัยให้ได้การวินิจฉัยที่แน่ชัด เช่นการตรวจดูเชื้อ การเพาะเชื้อจากหนอง เมื่อได้รับการวินิจฉัยที่แน่ชัดแล้วก็จะได้ทำการรักษาที่ตรงตามหลักมาตรฐานมากที่สุด(ลองอ่านหัวข้อมาตรฐานในการรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์) เพื่อลดความเสี่ยงต่อการมีภาวะแทรกซ้อนและการดื้อต่อยาของเชื้อครับ และยาที่คุณซื้อมากินนั้นแม้ว่าจะเป็นยาปฏิชีวนะที่ดี แต่ก็ไม่ใช่ยาที่ใช้ในการรักษาโรคดังกล่าวที่ผมกล่าวมาข้างต้นครับ รู้สาเหตุแน่ชัดแล้วรักษาดีกว่ายังไม่รู้สาเหตุแน่ชัดแล้วหลับหูหลับตารักษาครับ
สวัสดีครับคุณหมอ ตอนนี้ผมกำลังสงสัยว่าเป็นโรคแผลริมอ่อนครับ
ผมมีแผลที่ใต้หนังหุ้มปลายหัวองคชาติ 2 จุดครับ
เริ่มแรกที่เป็นแผลมีหนองครับ ผมก็ทำความสะอาดเช็ดหนองออกเรื่อยมา
รักษณะแผลจะไม่แห้งครับ แผลจะดูชุ่มๆอยู่ตลอดเวลา เวลาสัมผัสโดนแผล ก็จะรู้สึกแสบๆครับ
และอาการของผม ไม่มีปุ่มขึ้นที่ขาหนีบครับ
ผมควรเริ่มต้นการรักษาอย่างไรดีครับ และควรหาซื้อยาอะไรบ้างเพื่อรักษาโรคนี้
ครับ รบกวนขอคำแนะนำจากคุณหมอทีนะครับ ขอบคุณมากนะครับ
สวัสดีครับคุณ day
จากปัญหาของคุณนั้นผมขอแนะนำอย่างนี้ครับ
-อย่าพยายามรักษาเองโดยที่เรายังไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไรอย่างแน่ชัดครับ แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ชัดก่อนจึงจะเริ่มรักษา
-ถ้ายังไม่พร้อมที่จะไปโรงพยาบาล อยากให้ผมวิเคราะห์โรคให้เบื้องต้นก่อน ก็ขอให้ข้อมูลให้มากกว่านี้หน่อยครับโดยดูตามไกด์ไลน์ที่หน้าเวบที่หัวข้อ Question guideline ครับ
จาก Guideline ของคุณหมอนะครับ
1.ออกไปทางวงรีครับ
2.ขนาดแผลประมานเมล็ดถั่วเขียวครับ
3.แผลที่ใต้หนังหุ้มปลายหัวองคชาติ
4.ขอบของแผลราบและขอบนิ่มครับ
5.แผลสีแดงบางครั้งมีสีเหลืองอ่อนปนอยู่เล็กน้อยครับ
6.ตอนแรกมีแผลเดียวครับ ตอนนี้ที่เห็นหลักๆคือ3แผล และมีจุดเล็กๆอีก2-3แผลครับ
7.ไม่มี
8.ไม่มีการแกะเกาก่อนการเกิดแผลครับ
9.ไม่มี
10.ไม่มี
11.เหมือนจะมีไข้เล็กน้อยครับ
12.ครั้งสุดท้ายที่มีเพศสัมพันวันที่ 13/ตุลาคม/54
-ไม่ได้ใช้ถุงยาง -ไม่มีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรงหรือมีท่าพิสดาร -ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก -ไม่ได้มีมีเพศสัมพันธ์กับหลายๆคู่นอน -ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์โดยการมีการใช้อุปกรณ์เสริมอื่นๆ
13.ประวัติไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนครับ
14.ไม่มีครับ
ได้ประมาณนี้นะครับคุณหมอ รบกวนด้วยนะครับ
สวัสดีครับคุณหมอ วันนี้ผมส่งรูปถ่ายอาการที่ผมเป็น ไปทางอีเมล์ของคุณหมอ ให้คุณหมอแล้วนะครับเพื่อให้คุณหมอวินิจฉัยโรคดูนะครับ ว่าผมควรรักษาอย่างไร ควรซื้อยาอะไรมาเพื่อการรักษาบ้างครับ ขอรบกวนคุณหมอด้วยนะครับ ขอบคุณคุณหมอมากนะครับ
สวัสดีครับคุณ day
หลังจากที่ผมได้ดูภาพที่คุณส่งมาให้ผมดูแล้วนั้น ทำให้ผมไม่ค่อยแน่ใจในคำวินิจฉัยแรกที่ผมแนะนำไปว่าเป็นเริมเสียแล้ว เพราะดูจากภาพพบว่าแผลค่อนข้างดูลึก ภายในแผลดูสกปรก แบบนี้ถ้าจะให้ได้การวินิจฉัยที่แน่ชัดว่าเป็นจากเชื้ออะไรนั้น จะต้องทำการขูดเอาหนองคราบสกปรกที่แผลมาตรวจหาเชื้อว่าเป็นเชื้อแบคทีเรียหรือไม่และเป็นชนิดไหน หรือเอามาตรวจ Zanc smear เพื่อดูว่าเป็นเริมหรือไม่ ซึ่งการตรวจเหล่านี้ต้องทำการตรวจในสถานพยาบาลที่มีความพร้อม แต่ถ้าจะไม่ตรวจแลปส์เพิ่มเติมดังที่กล่าวมาผมขอแนะนำให้ทายาเดิมตามที่แนะนำไปแล้วและกินยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียเพิ่มสองตัวคือ
-ciprofloxacin 500 mg ทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น (ถ้าท่านไม่แพ้ยาในตระกูล quinolone นี้)
-doxycycline 100 mg ทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น หลังอาหาร (ถ้าท่านไม่แพ้ยาในตระกูล นี้)
ทานติดต่อกันอย่างน้อย 7-10 วัน หรือจนกว่าแผลจะหายครับ
สวัสดีครับคุณ day
ต้องขอโทษที่ตอบช้านะครับเพราะผมประสบปัญหาน้ำท่วมอยู่เลยยุ่งๆอยู่ขณะนี้ จากปัญหาของคุณนั้นผมคิดว่าคุณน่าจะเป็นแผลเริมครับ แม้ว่าจะไม่พบว่ามีตุ่มน้ำใสใดๆนำมาก่อนก็ตาม ผมแนะนำให้คุณทายาดูก่อนครับคือยา Acyclovir cream ทาสักวันละ 5 ครั้ง คือทาทุก 4 ชั่วโมง (แต่ถ้านอนหลับไปแล้วไม่ต้องตื่นขึ้นมาทานะครับ) และทำความสะอาดบริเวณนั้นตามปกติอย่าให้หมักหมมครับ ถ้่าผลเป็นอย่างไรก็เขียนเข้ามาถามใหม่ได้ครับ โชคดีครับ
เป็นเหมือนคุณ Day เลยครับ
แต่ผมเป็นประมาณ 10 วันแล้วจากเล็กๆตอนนี้เริ่มเท่าเมล็กถั่วแล้วครับ
กลุ้มใจมาก รอคำตอบอยู่ครับคุณหมอ
…มันเคยเป็นแล้วหายไปเองด้วยอ่ะคับ
สวัสดีครับคุณ Taro
ผมตอบคำถามให้คุณ day แล้วนะครับ ของคุณถ้าเป็นแบบเดียวกันและยิ่งมีประวัติว่าเคยเป็นแบบนี้มาก่อนที่บริเวณเดียวกันนี้ยิ่งบ่งชี้ว่าน่าจะเป็นเริมครับ
ไม่เคยสอดใส่ และมีเพศสัมพันธ์กับใครมาก่อนค่ะ
แฟนบอกว่า คันน้อง(อวัยวะเพศ) เค้าก็เลยไปตรวจ หมอบอกว่าเค้าเป็นแผลริมอ่อน
งงมากกกกกค่ะ เพราะตัวหนูเองและตัวเค้ายังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับใครเลย ได้แต่ช่วยกันบ้าง(ไม่เคยสอดใส่)
จากที่ลองอ่านๆดู โรคนี้ติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น
แต่เราสองคนยังไม่เคยเลย
พอดีเพิ่งเกิดเรื่อง หนูเลยยังไม่ได้ไปตรวจ แต่กำลังจะไปแล้วค่ะ
ตอนนี้เลยยังไม่รู้ว่า ตัวหนูเองเป็นหรือไม่เป็น
เลยอยากจะทราบว่า
1.ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เลย มีโอกาสเป็นได้ไหมคะแล้วเป็นได้ไง?
2.(ถ้าเป็น)ผู้หญิงจะรักษาหายขาดไหมคะ?
สวัสดีครับคุณ A girl
ขอตอบเป็นข้อๆตามที่ถามมานะครับ
1.ถ้าคุณยืนยันมั่นใจ 100% ว่าคุณและแฟนของคุณไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อนเลยในชีวิต เพราะฉะนั้นผมก็ขอฟันธงว่าแฟนของคุณนั้นไม่ได้เป็นแผลริมอ่อนอย่างแน่นอน เพราะโรคนี้เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่สามารถเกิดขึ้นเองได้ต้องไปรับเชื้อมาเท่านั้นถึงจะเป็นได้
2.จากที่บอกคุณและแฟนของคุณไม่น่าจะเป็นแผลริมอ่อนตามที่ผมอธิบายไว้ในข้อที่่1 ต่อให้คุณเป็นโรคแผลริมอ่อนก็รักษาหายขาดครับไม่ว่าหญิงหรือชาย
คือ หมอที่แฟนไปรักษาเขาบอกว่าแฟนเป็นริมอ่อนค่ะ
แฟนมีอาการเป็นหนองด้วยค่ะ ซึ่งอ่านข้อมูลแล้ว แผลริมอ่อนก็เป็นหนอง แผลเปื่อยๆ เหมือนกัน
เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็จะไปตรวจแล้วค่ะ จะได้รู้ไปเลยว่าเราเป็นหรือไม่เป็น ให้มั่นใจด้วย
ขอบคุณคุณหมอมากนะคะ เดี๋ยวจะมาบอกผลอีกที
สวัสดีครับคุณ A girl
อย่างที่บอกหนะครับว่า โรคแผลริมอ่อน และโรคหนองในนั้นเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่สามารถเกิดขึ้นเองได้ครับ เพราะฉะนั้นคนที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เลย ไม่น่าจะเป็นได้ เพราะต้องไปรับเชื้อมาถึงจะเป็นได้ ถ้าจะติดต่อทางการถูๆไถๆกันภายนอก เห็นคุณก็บอกว่าทั้งคู่ไม่มีคนอื่นไม่น่าจะมีเชื้อนี้ได้นะครับ
อย่างไรเสียก็ไปหาหมอตรวจดูเชื้อเสียเลยก็ดีนะครับโดยเฉพาะแฟนของคุณที่กำลังมีหนองอยู่อย่างนี้ตรวจง่ายครับ แต่สำหรับคุณที่ไม่มีอาการใดๆอาจจะตรวจไม่เจออะไรครับ
คุณหมอค้ะ คือว่าฉันมีเพศสัมพันกะแฟน1วัน ก่อนมีประจำเดือน พอประจำเดือนมา ก็เริ่มมีอาการปัสสาวะแล้วแสบ มีแผลเหมือนร้อนในที่ข้างขวา และข้างซ้ายเล้กน้อย แล้วมันจะเกี่ยวกับผ้าอนามัยมั้ยค้ะ เพราะมีประจำเดือนครั้งนี้ เปลี่ยนแบบของผ้าอนามัยค้ะ แล้วจะใช่โรคแผลริมอ่อนมั้ยค้ะ
แล้วเวลาอาบน้ำก็แสบมากๆค้ะๆ จะใช่โรคทางเพศสัมพันธ์ม้ยค้ะ
ตอบให้แล้วนะครับ
สวัสดีครับคุณ M.Girl
การที่จะบอกได้ว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือไม่นั้น หรือเป็นแผลริมอ่อนหรือไม่นั้นคงจะวินิจฉัยจากข้อมูลแค่นี้ไม่ได้หรอกครับ คงต้องใช้การตรวจทางแลปส์เพิ่มครับ เช่นการตรวจเพื่อดูเชื้อก่อโรคจึงจะบอกได้แน่ชัด ไปรพ.หรือสถานพยาบาลที่มีความพร้อมในการตรวจนะครับ ตรวจให้แน่ชัดก่อนการรักษาจะดีที่สุดครับ ขอให้โชคดีครับ
สวัสดีค่ะ Dr.Dragon จากที่อ่านมาดูเหมือนจะเป็นโรคแผลริมอ่อน แต่เพื่อความชัวร์อีกนิดจะเรียนถามคุณมา 3วัน รู้สึกปวดประมาณแคมเล็ก โดยเฉพาะเวลาปัสสาวะ ทีแรกคิดว่ามีแผลที่อาจเกิดจากการเกาหรืออับชื้น แต่หลังจากนั้น 1วัน ต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบโตขนาดประมาณหัวแม่มือ เลยสังเกตดูพบว่า มีแผลคล้ายแผลพุพอง คือมีผิวหนังเป็นลักษณะคล้ายมีหนองข้างใน แต่ไม่ใช่ตุ่มน้ำใส ประมาณ 1 ซม.บริเวณแคมเล็กด้านนอก และรู้สึกปวดมากขึ้น จากนั้นมีไข้ต่ำๆ และพบว่ามีแผลลักษณะเดิมเพิ่มขึ้นอีก ขนาดประมาณ 0.5 ซม….น่าจะเป็นโรคอะไรค่ะ แล้วควรจะรักษาอย่างไร แล้วประมาณกี่วันแผลถึงจะหาย ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับคุณChocolate sunday
จากที่คุณเล่ามานั้น คือมีแผลที่แคมเล็ก และเริ่มมีต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโตขึ้น อาการแบบนี้มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์(ไม่ทราบว่าคุณมีความเสี่ยงต่อโรคกลุ่มนี้หรือไม่ครับ) และโรคที่เข้าข่ายว่าอาจจะเป็นได้คือ
-โรคแผลริมอ่อน
-โรคซิฟิลิส
-โรค LGV
-แผลติดเชื้อแบคทีเรียทั่วไป
-แผลเริม(แต่คิดถึงน้อย)
จะเป็นโรคไหนดังที่เอ่ยมาข้างบนนั้นคงต้องใช้การตรวจทางแลปส์ เพิ่มเติม เมื่อพบสาเหตุที่แน่ชัดก็เริ่มรักษาได้เลยถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้องจะหายภายใน 2 สัปดาห์ ดังนั้นจึงขอแนะนำให้ไปตรวจเพิ่มเติมที่ รพ.ดูก่อนครับ
สวัสดีค่ะคุณหมอ คือดิฉันได้พบว่าแฟนมีแผลลักษณะเป็นตุ่มหนอง หลังจากที่ได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ หลังจากนั้นไม่กี่วันดิฉันก็มีอาการคัน และอักเสบบริเวณปากช่องคลอด เลยไปพบหมอ หมอแจ้งว่าเป็นแผลริมอ่อน ให้ยามาทาและกิน คือ ofloxacin, doxycycline,erythromycin,เซวิน ครีม ไม่ทราบว่ามันจะหายหรือไม่คะ และดิฉันควรไปตรวจอะไรเพิ่มอีกหรือไม่ มันเป็นโรคที่อันตรายมากหรือเปล่าคะ
สวัสดีครับคุณ My girl
จากประวัติที่ให้มานะครับ ไม่เ้ห็นได้บอกว่าตอนที่ไปหาหมอนั้น ได้ทำการตรวจทางแลปส์ไใดๆหรือไม่ครับ เพราะการวินิจฉัย แผลริมอ่อนนั้นที่พอเชื่อถือได้ในระดับหนึ่งนั้น(ดีกว่าการใช้ตาดูเฉยๆ) คือการเอาหนองมาย้อมดูลักษณะของเชื้อโรคหรือการดูสดโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ แต่ถ้าให้ผมเดานั้นคาดว่าไม่ได้ตรวจเพราะยาที่คุณให้มานั้นค่อนข้างครอบคลุมหลายอย่าง เหมือนคุณหมอที่คุณไปหานั้นไม่แน่ใจว่าคุณเป็นโรคอะไรกันแน่ ยกตัวอย่างเช่น
-Ofloxacin สามารถครอบคลุมเชื้อแบคทีเรียแกรมลบและแกรมบวกบางชนิดบริเวณอวัยวะเพศ รวมทั้งเชื้อก่อโรคแผลริมอ่อนด้วย
-Doxycycline ครอบคลุมเชื้อหนองในเทียมและ LGV
-Erythromycin ครอบคลุมเชื้อแบคทีเรียแกรมบวกและแกรมลบบางชนิด รวมทั้งเชื้อแผลริมอ่อนด้วย
-เซวินครีม เป็นยาทาสำหรับแผลเริม
ดังนั้นตามที่ดูจากยาที่คุณได้มานั้น น่าจะมากเกินไปด้วยซ้ำครับ
สวัสดีค่ะ ตอนที่ดิฉันได้ไปพบคุณหมอสูติของโรงพยาบาลเอกชนนั้น ดิฉันมีอาการคัน และปัสสาวะขัด เจ็บบริเวณปากมดลูก สังเกตุดูพบว่ามีลักษณะคล้ายจะเป็นหนองปากช่องคลอดบริเวณด้านขวาบวมคล้ายจะอักเสบค่ะ ซึ่งคุณหมอได้ทำการตรวจโดยการใช้เครื่องมือ และใช้มือคล้ายกับการตรวจภายในทั่ว ๆ ไปค่ะ และแจ้งว่าเป็นลักษณะแผลริมอ่อน โดยจัดยาให้ทาน 3 ตัว และสำหรับทาบริเวณที่เป็นแผลที่ 1 ตัว ซึ่งดิฉันได้ทานยาและทายาติดต่อกันมาเป็นเวา 3 วัน สังเกตุอาการพบว่า มีตุ่มใส ๆ เกิดขึ้นที่อวัยวะเพศด้านนอก และมีแผลตรงบริเวณปากช่องคลอดเพิ่มค่ะ มันจะเป็นอะไรมั้ยคะ ดิฉันควรไปพบหมอเพื่อขอคำปรึกษาเพิ่มเติมหรือไม่ค่ะ พอดีคุณหมอนัดตรวจอีกครั้งวันพฤหัสนี้ค่ะ ดิฉันเป็นกังวลใจมากค่ะ
สวัสดีครับคุณ My girl
อาการหนองที่ปากช่องคลอดนั้นยาที่ทานอยู่น่าจะครอบคลุมนะครับ แต่ตุ่มน้ำใสที่เกิดขึ้นใหม่พร้อมกับมีแผลด้วยนี้ อาการเหมือนเป็นเริมนะครับ อย่างไรก็ตามไม่ต้องกังวลมากหรอกครับโรคพวกนี้หายได้ไม่ยากนัก ขอเพียงแต่ไปรักษาให้ต่อเนื่อง อย่าลืมไปตามที่คุณหมอเค้านัดก็แล้วกันนะครับ ช่วงนี้ทานยาทายาไปก่อน อย่าเครียดอย่ากังวลมากเพราะมันจะทำให้แผลและโรคหายช้าได้ครับ ดื่มน้ำมากๆทำความสะอาดบริเวณดังกล่าวให้ดี และงดมีเพศสัมพันธ์ไปก่อนนะครับ ขอให้หายเร็วๆครับ
ขอบคุณมากนะคะคุณหมอ
ยินดีครับคุณ My girl
สวัสดีคะคุณหมอ
คือเป็นสาวประเภทสอง มีแฟนที่ค่อนข้างเจ้าชู้คะ แต่ตรวจhivแล้วไม่พบนะคะ
แต่ตอนนี้ อยู่ดีๆมีแผลที่ทวารหนักคะ ที่ร่องทวารหนักเลย แต่ไม่ใช่รูนะคะ เป็นเมื่อมีเพศสัมพันธ์กัน(ทางทวารหนัก) แล้วอีก 2 วันก็เป็น แผลเหมือนถลอกคะ แผลเล็กๆ ถลอกๆ เลือดซิบๆ ก่อนหน้านี้มีตุ่มคัน เลยไปซื้อยามาทา แต่ก้อเผลอมือไปโดน แกะมัน เลยถลอกๆ ไม่แน่ใจว่าจะเป็นโรคทางเพศสัมพันธ์ชนิดใดรึเปล่า และถ้าเราอยากตรวจเลือด ทุกๆโรคเลยของโรคเพศสัมพันธ์เราจะบอกหมอยังไงคะ และมีสถานพยาบาลใดแนะนำ(น้องอยู่กรุงเทพคะ แต่บ้านอยู่ ตจว.) เพราะอ่านๆดู น่ากลัวค่ะ แฟนคนนี้มั่วมากด้วย และทุกโรคมีสิทธิ์หายไปจากร่างกายเราเลยไม๊ค่ะ น้องจะไม่ยุ่งกะใครอีกคะ จะตัดใจจากแฟนคนนี้ด้วย รู้สึกสกปรก
ขอบพระคุณล่วงหน้าเลยนะคะ คุณหมอ
สวัสดีครับคุณ funny
ถ้าต้องการตรวจเลือดเพื่อหาโรคทางเพศสัมพันธ์นั้นทำได้ไม่ยากครับ โรงพยาบาลหรือคลีนิกใหญ่ๆน่าจะสามารถทำได้ทุกที่ แต่การตรวจเลือดนั้นใช้ในการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้เพียงบางโรคเช่น โรคเอดส์ โรคซิฟิลิส
โรคไวรัสตับอักเสบบี เป็นต้น แต่โรคบางโรคนั้นใช้ตรวจอย่างอืนเช่น ตรวจจากหนอง ตรวจจากสารคัดหลั่งที่ไหลออกมา ตรวจจากของเหลวที่รอยโรคหรือแผล เป็นต้น ดังนั้นเรื่องแผลที่คุณเป็นอยู่อาจจะเกิดจากการแกะเกาธรรมดาหรือเกิดจากโรคทางเพศสัมพันธ์ก็ได้ครับถ้าจะพิสูจน์ให้แน่ชัดต้องตรวจทางแลปส์ครับ ไม่่ว่าเราจะเป็นผู้หญิงหรือเป็นผู้ชายหรือว่าเป็นสาวประเภทสองนั้น เราต้องเลือกคนที่เราจะมีอะไรด้วยครับ ถ้าใครสำส่อนหรือไม่น่าไว้วางใจว่าปลอดภัยอย่าไปมีอะไรด้วยครับ หรือถ้าจำเป็นต้องมีอะไรกันจริงๆแนะนำให้ใส่ถุงยางอนามัยครับ
สวัสดีคับคุณหมอ คือตอนนี้ผมเป็นริมอ่อนยู่คับแล้วมีแผล ประมาณ 3 แผลเล็กๆที่ปลาย เจ็บมากคับ แล้วมีต่อมน้ำเหลืองโตนิดๆที่ขาหนีบ ทีนี้อยากถามคุณหมอว่า ตอนนี้ผมทาน Ciprofloxacin 500 mg อยู่ตัวเดียวนี่พอไหมคับ ต้องทานยาอะไรเพิ่มอีกไหม ถ้าไม่ต้องเพิ่ม จะให้ทาน Ciprofloxacin 500 mgไปนานแค่ไหนคับ ขอบพระคุณมากๆคับ
สวัสดีครับคุณ OMe
สำหรับโรคแผลริมอ่อนนั้น ยา Ciprofloxacin ตัวเดียวพอเพียงครับในการรักษา การกินยาแนะนำให้กิน Ciprofloxacin รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง นาน 3 วันครับ
ขอบคุณมากนะคับคุณหมอที่ตอบคำถาม แต่ผมอยากจะรบกวนถามอีกสักหน่อยนะคับ คือ
1.ตอนนี้ผมทาน Ciprofloxacin 500 mg ครบ 3 วันละ แผลก็แลดูจะดีขึ้นคับ แต่ทำไมเวลาปัสสะวะมันเจ็บบริเวณปลายไอ้ตรงนั้นมากๆเลยคับ แบบนี้ต้องกิน Ciprofloxacin 500 mg เพิ่มได้ไหมคับ ถ้ากินเพิ่มได้ ห้ามกิน Ciprofloxacin 500 mg เกินกี่วันคับที่ถือว่าอันตรายต่อร่างกาย (คือผมเป็นคนขี้กลัวมากๆคับ)
2.ผมจะใช้ เบตาดีน(ยาแดง)ใส่แผลริมอ่อนได้ไหมคับ คืออยากให้หายไวขึ้นคับ
3.ตอนนี้ผมเป็นริมอ่อ่นอยู่ ส่วนแฟนผมมีสิทธิ์ไม่เป็นริมอ่อนได้ไหมคับ หรือว่ายังไงก็ต้องเป็น
(ปล.ขอขอบพระคุณมากๆเลยนะคับ ขอให้คุณหมอเจริญๆ)
สวัสดีครับคุณ OMe
ก่อนอื่นต้องขออภัยด้วยนะครับที่ตอบช้า เพราะช่วงน้ำลด งานยุ่งมาก สำหรับคำถามที่ถามมาผมขอตอบดังนี้นะครับ
1.กินยา ciprofloxacin ต่อได้ครับ จนกว่าจะหายเจ็บและแผลหาย คือทานสัก 7-10 วันก็ได้
2.ใช้ยาเบต้าดีนทาร่วมได้ครับ
3.ถ้าคุณมีเชื้ออยู่แล้วไปร่วมเพศกับแฟน แฟนก็ต้องได้รับเชื้อด้วยแต่จะแสดงอาการเป็นแผลหรือไม่ก็ได้ หรือบางทีเป็นแผลแต่อยู่ในตำแหน่งที่มองไม่เห็นก็ได้ ดังนั้นถ้าเราติดเชื้อยู่ควรงดการมีเพศสัมพันธ์กับผู้อื่นครับ เพื่อป้องกัีนการแพร่กระจายของโรค
ตอนนี้ผมเป็นริมอ่อนมาได้ 5 วันแล้วคับ โดยการกิน Ciprofloxacin 500 mg อยู่ จนแผลเกือบจะหายดีละคับ ตั้งใจว่าจะกินไปเรื่อยๆจนกว่าจะหายสนิท แต่เมื่อวานมันมีตุ้มน้ำใสๆขึ้นที่อวัยวะเพศ ประมาณสัก 7 ตุ่มติดๆกัน แต่ไม่ขึ้นอะไรที่ปากนะคับ มันใช่เริมหรือเปล่าคับ ถ้าใช่จะรักษายังไงดีคับ Ciprofloxacin 500 mg ช่วยรักษาเริมได้หรือไม่คับ ขอบคุณครับ
สวัสดีครับคุณ ธนากร
อาการตุ่มน้ำใสที่ขึ้นใหม่นี้นั้น น่าจะเป็นเริมนะครับ ยาCiprofloxacin นั้นเป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไม่ช่วยในการรักษาเริมที่เกิดจากเชื้อไวรัสครับ ยาที่ใช้ในการรักษาเริมที่ใช้กันมาก คือยา Acyclovir ทั้งชนิดทาและกินครับ
สวัสดีค่ะคุณหมอ ดิฉันมาอากาเจ็บตรงอวัยวะเพศหลังจากมีอะไรกับแฟนค่ะ ขออธิบายเล็กน้อยนะค่ะ แผลจะเป็นแดงนิดหน่อยเหมือนจะอักเสบค่ะ ที่บริเวณแคมในอ่ะค่ะ 2 ข้าง ยางงี้จะรักษายังไงค่ะคุณหมอ จะไปซื้อยาจะบอกร้านอย่างไรดี หรือ ปล่อยให้หายเอง รบกวนคุณหมอช่วยตอบด้วยนะค่ะ
ขอเพิ่มอีกหน่อย อาการคือ นอกจากแดงแล้วมันยังดูเหมือนจะพองเป็นสีขาวๆนิดหน่อยด้วยค่ะ พอปัสวะจะแสบและเจ็บค่ะ
สวัสดีครับคุณ เด็กบ้านนอก
แผลแดงเจ็บเกิดขึ้นหลังจากมีเพศสัมพันธ์ นั้นน่าจะเกิดจากการเสียดสี ถ้าอาการไม่มากคือแดงไม่มากแผลดูไม่ลึก การดูแลจำเพาะที่ที่แผล(ล้างทำความสะอาด)สามารถทำให้แผลหายได้เองครับ เพียงแต่ช่วงนี้ควรงดการมีเพศสัมพันธ์ไว้ก่อนและพยายามดื่มน้ำมากๆ ถ้าจะทายาอาจทาด้วยยาฏิชีวนะชนิดทาสักวันละ 2-3 ครั้ง จนกว่าแผลหรือการอักเสบจะหายครับ
อยากสอบถามคุณหมอหน่อยคับ
ผมได้มีเพศสัมพัน โดยไม่ได้ป้องกัน แต่ส่วนใหญ่ผมจะแค่ใช่ปาก แต่ที่สำคํญ เรย อวัยวะเพศของผมมันชอบมีแผลอยุ่เสมอ ไม่ว่าจะใช่แค่ปากรึชักให้ตัวเองมันก็ฉีกขาดเป็นแผลได้ตลอด จนเมื่อวัน ที่ 9/01/2012 ผมมีอาหารหนองในผมจึงไปโรงบาล หมอฉีดยาให้และผมก็มีแผลที่อวัยวะเพศด้วย ให้หมอดูหมอบอกเดียวยาที่หมอฉีดให้ เข็มเดียวก็เอาอยุ่ แต่วันรุ่งขึ้นผมก็ไปหาหมออีกเพระาตาผมอักเสบเจํบมากบวมแดงและมีน้ำตาไหลตลอดเวลา บวกกับแผลนั้นเริ่มแดงขึ้นเหมือนมีสีเลือดหมอดูและบอกน่าจะเป็นผลริมอ่อนรึ แผลริ่มแข็ง ตอนน้ได้ยา doxycycline มากินอีก15วัน จนวันนี้วันที่ 15/01/2012 แผลและหนองในยังไม่หายตาที่ได้ยามาหยอดก็ยังไม่หาย แต่กลับเจ็บตาเพิ่มอีก 1 ข้างด้วย อยากทราบว่าผมต้องทำอย่างไรคับผมถึงจะหายได้
สวัสดีครับคุณ เด็กบ้านนอก
การมีท่อปัสสาวะอักเสบเป็นหนองอาจจะเป็นหนองในได้และถ้าคุณไม่ระวังป้ายเชื้อเข้าที่ตาก็สามารถทำให้เกิดตาอักเสบจากเชื้อหนองในได้ครับ ไม่ทราบว่าคุณมีอาการข้ออักเสบร่วมด้วยหรือไม่ครับเพราะ ถ้ามี ข้ออักเสบ ท่อปัสสาวะอักเสบ และเยื่อบุตาอักเสบ อาจจะเป็นโรคที่เรียกว่า Reiter syndrome แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าเป็นโรคนี้การรักษาคือการรักษาตามอาการและรักษาการติดเชื้อที่เกิดขึ้นนั้นด้วยครับ
สำหรับกรณีของคุณนั้นผมอาจจะเพิ่มยาอักเสบฆ่าเชื้ออีกตัวหนึ่งคือ Ciprofloxacin 500 mg ทาน ครั้งละหนึ่งเม็ด วันละสองครั้งเช้าเย็น (ถ้าคุณไม่เคยแพ้ยานี้มาก่อนนะครับ) ทานร่วมกับ Doxycycline ที่คุณหมอเขาจัดให้นั่นแหละครับจนกว่าจะหาย และควรทานน้ำมากๆในช่วงนี้
สวัสดีครับ อยากสอบถามครับ
1.คือตอนนี้เป็นแผลที่อวัยวะเพศซึ่งเจ็บและมีหนอง โดยก่อนที่เป็นแผล ผมจะรู้สึกคันและแสบโดยที่อาการนี้ก็เป็นที่นิ้วโป้งผมเช่นกัน คือมีอาการคันใต้ผิวหนังและเริ่มแสบบวม พอเกาเลยเป็นแผล รวมทั้งยังเป็นร้อนในที่ปากด้วยพร้อมกัน
โดยก่อนหน้าที่จะเป็นก็ไม่ได้ไปมีอะไรกับใครครับ แต่ผมสงสัยว่าอาจจะเป็นเพราะแพ้ยา เนื่องจากวันที่เป็นนั้นได้กินยาชุดไป(ยาคลายกล้ามเนื้อ)เพราะปวดหลังไม่ทราบว่าเกี่ยวไหมครับ
2. แผลที่อวัยวะเพศผมทำไงถึงจะหายครับ มียากินหรือทาที่ใช้ได้ไหมครับ
(ไม่กล้าไปหาหมอครับ)
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับคุณFAT
จากประวัติที่เล่ามาผมก็คิดว่าน่าจะเกิดจากการแพ้ยาครับ การแพ้ยาบางตัวสามารถทำให้เกิดอาการเป็นแผลพุพองที่อวัยวะเพศ ช่องปากและอวัยวะผิวหนังส่วนอื่นๆได้ด้วย การรักษาที่ควรทำคือ
-หยุดยาที่คิดว่าเป็นต้นเหตุให้หมดโดยทันที
-ทานยาแก้แพ้ที่เหมาะสม แนะนำให้ไปหาแพทย์ให้สั่งให้ครับ
-ทำความสะอาดบริเวณที่เกิดแผลพุพองให้ดี ทาด้วยยาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำเติมครับ
-งดการมีเพศสัมพันธ์สักระยะจนกว่าแผลจะหาย ห้ามเอาสิ่งที่ไม่สะอาดมาพอกมาทาครับ