<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
		>
<channel>
	<title>Comments on: มารู้จัก โลน และญาติๆ ของมัน (โรค Pediculosis) กันดีกว่าครับ</title>
	<atom:link href="http://medicarezine.com/blog/2009/10/05/pediculosis/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://medicarezine.com/blog/2009/10/05/pediculosis/</link>
	<description>Take care your health</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Feb 2012 05:07:42 +0000</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
	<item>
		<title>By: Dr.Dragon</title>
		<link>http://medicarezine.com/blog/2009/10/05/pediculosis/comment-page-1/#comment-1039</link>
		<dc:creator>Dr.Dragon</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 13 Nov 2011 04:12:15 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=600#comment-1039</guid>
		<description>สวัสดีครับคุณ Number1
จากประวัติที่ให้มา คล้ายเป็นเชื้อรานะครับ แต่ถ้าจะให้แน่นอนต้องตรวจ KOH preparation โดยขูดส่วนที่ขาวๆคล้ายรังแคนี่แหละครับมาตรวจดูทางกล้องจุลทรรศน์ จึงจะแน่ชัด แต่ถ้าจะลองทายาทาฆ่าเชื้อราดูก่อนก็ได้ครับ ลองเปลี่ยนจาก ketoconazole cream เป็น Clotrimazole cream ดูครับ และทาให้ต่อเนื่องสม่ำเสมอทาจนกว่าจะไม่มีรอยใดๆเลย แล้วทาต่ออีก 3-5 วันแล้วจึงเลิกทาครับ ลองดูครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับคุณ Number1<br />
จากประวัติที่ให้มา คล้ายเป็นเชื้อรานะครับ แต่ถ้าจะให้แน่นอนต้องตรวจ KOH preparation โดยขูดส่วนที่ขาวๆคล้ายรังแคนี่แหละครับมาตรวจดูทางกล้องจุลทรรศน์ จึงจะแน่ชัด แต่ถ้าจะลองทายาทาฆ่าเชื้อราดูก่อนก็ได้ครับ ลองเปลี่ยนจาก ketoconazole cream เป็น Clotrimazole cream ดูครับ และทาให้ต่อเนื่องสม่ำเสมอทาจนกว่าจะไม่มีรอยใดๆเลย แล้วทาต่ออีก 3-5 วันแล้วจึงเลิกทาครับ ลองดูครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Number1</title>
		<link>http://medicarezine.com/blog/2009/10/05/pediculosis/comment-page-1/#comment-1033</link>
		<dc:creator>Number1</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Nov 2011 13:52:05 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=600#comment-1033</guid>
		<description>มีอาการคันที่อวัยวะเพศค่ะ เเถวๆหัวหน่าว ที่อวัยวะเพศลอกเป็นเเผ่นๆสีขาวเหมือนรังเเค ลองสังเกตดูที่อวัยวะเพศ พบขอบสีขาวรอบๆอวัยวะเพศ คิดว่าน่าจะเป็นเชื้อรามากกว่า เคยไปซื้อยาที่มีส่วนของ  Ketoconazole มาเเล้ว (เเบบชนิดครีม) เเต่ก็ไม่หายสนิทดี รบกวนคุณหมอช่วยเเนะนำหน่อยค่ะ ว่าดิฉันเป็นอะไร</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>มีอาการคันที่อวัยวะเพศค่ะ เเถวๆหัวหน่าว ที่อวัยวะเพศลอกเป็นเเผ่นๆสีขาวเหมือนรังเเค ลองสังเกตดูที่อวัยวะเพศ พบขอบสีขาวรอบๆอวัยวะเพศ คิดว่าน่าจะเป็นเชื้อรามากกว่า เคยไปซื้อยาที่มีส่วนของ  Ketoconazole มาเเล้ว (เเบบชนิดครีม) เเต่ก็ไม่หายสนิทดี รบกวนคุณหมอช่วยเเนะนำหน่อยค่ะ ว่าดิฉันเป็นอะไร</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Dr.Dragon</title>
		<link>http://medicarezine.com/blog/2009/10/05/pediculosis/comment-page-1/#comment-684</link>
		<dc:creator>Dr.Dragon</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Aug 2011 04:56:08 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=600#comment-684</guid>
		<description>สวัสดีครับคุณ Kong

จากอาการของคุณโรคที่อาจจะเป็นได้ก็คือ
1.โลน ตามปกติโรคโลนนี้มักจะมีอาการดังนี้ คือ อาการคันบริเวณที่ติดเชื้อโดยเฉพาะบริเวณหัวเหน่า, อาจจะสังเกตเห็นตัวโลนที่หัวเหน่า ,สังเกตพบไข่ที่โคนขนหัวเหน่า,อาจจะพบรอยช้ำบริเวณที่ตัวโลนดูดเลือด ,อาจจะพบตัวโลนในบริเวณอื่น เช่นขนรักแร้ เครา ขนคิ้ว ขนตา แต่อาการของคุณไม่คันเลยนั้น อาจจะไม่ใช่โรคนี้

2.การมีการอักเสบติดเชื้อแบคทีเรียที่ รูขุมขนของ เส้นขนที่อวัยวะเพศ ถ้าเป็นภาวะนี้การรักษาความสะอาดให้มากขึ้น การทาบริเวณดังกล่าวด้วยครีมหรือเจลทาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เช่น Gentamycin cream ,Erythromycin cream ,clindamycin solution อาการจะดีขึ้นครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับคุณ Kong</p>
<p>จากอาการของคุณโรคที่อาจจะเป็นได้ก็คือ<br />
1.โลน ตามปกติโรคโลนนี้มักจะมีอาการดังนี้ คือ อาการคันบริเวณที่ติดเชื้อโดยเฉพาะบริเวณหัวเหน่า, อาจจะสังเกตเห็นตัวโลนที่หัวเหน่า ,สังเกตพบไข่ที่โคนขนหัวเหน่า,อาจจะพบรอยช้ำบริเวณที่ตัวโลนดูดเลือด ,อาจจะพบตัวโลนในบริเวณอื่น เช่นขนรักแร้ เครา ขนคิ้ว ขนตา แต่อาการของคุณไม่คันเลยนั้น อาจจะไม่ใช่โรคนี้</p>
<p>2.การมีการอักเสบติดเชื้อแบคทีเรียที่ รูขุมขนของ เส้นขนที่อวัยวะเพศ ถ้าเป็นภาวะนี้การรักษาความสะอาดให้มากขึ้น การทาบริเวณดังกล่าวด้วยครีมหรือเจลทาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เช่น Gentamycin cream ,Erythromycin cream ,clindamycin solution อาการจะดีขึ้นครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Kong</title>
		<link>http://medicarezine.com/blog/2009/10/05/pediculosis/comment-page-1/#comment-679</link>
		<dc:creator>Kong</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 31 Jul 2011 02:22:25 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=600#comment-679</guid>
		<description>เนื่องจากผมได้มีเพศสัมพันธ์ ใสุถุงยางนะครับ หลังจากนั้น 4 วันก็ไม่สบาย 1 สัปดาห์ผ่านมา 1 เดือนตอนนี้ผมมีตุ่มแดงๆ บนหัวเหน่าว ไม่คันครับ แต่ถ้าเอามือไปลูบๆจะเจ็บครับ เป็นหลายตุ่ม แรกๆจะเป็นสีแดงหลังจากนั้นสองวันจะเป็นเหมือนตกสะเก็ดครับ ตุ่มจะอยู่ตรงรูขนทุกตุ่มเลยครับ รบกวนคุณหมอช่วยวินิฉัยด้วยครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เนื่องจากผมได้มีเพศสัมพันธ์ ใสุถุงยางนะครับ หลังจากนั้น 4 วันก็ไม่สบาย 1 สัปดาห์ผ่านมา 1 เดือนตอนนี้ผมมีตุ่มแดงๆ บนหัวเหน่าว ไม่คันครับ แต่ถ้าเอามือไปลูบๆจะเจ็บครับ เป็นหลายตุ่ม แรกๆจะเป็นสีแดงหลังจากนั้นสองวันจะเป็นเหมือนตกสะเก็ดครับ ตุ่มจะอยู่ตรงรูขนทุกตุ่มเลยครับ รบกวนคุณหมอช่วยวินิฉัยด้วยครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Dr.Dragon</title>
		<link>http://medicarezine.com/blog/2009/10/05/pediculosis/comment-page-1/#comment-92</link>
		<dc:creator>Dr.Dragon</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Jan 2011 05:32:23 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=600#comment-92</guid>
		<description>อาการคันที่บริเวณขาหนีบนั้นมีสาเหตุอยู่หลายประการครับ ที่ผมพบบ่อยๆในเวชปฏิบัติ ก็เช่น
1.เชื้อราที่บริเวณขาหนีบ พวกนี้มักจะมีผื่นแดงๆคันมาก ถ้าเป็นพวกกลากมักเป็นผื่นที่มีขอบของผื่นชัดเจนและนูนขึ้นเล็กน้อย อาจจะเห็นเป็นวงก็ได้ สาเหตุมักจะเกิดจากการมีสุขอนามัยที่ไม่ดี มีความอับชื้น การแกะเกาจะทำให้ลามมากขึ้นได้ การรักษาคือการใช้ยาฆ่าเชื้อราที่เหมาะสม ทา หรือกิน หรือใช้ร่วมกันทั้งสองอย่าง
2.ผื่นที่เกิดจากการแพ้ เช่น แพ้เหงื่อ แพ้ชุดชั้นใน แพ้ผ้าอนามัย แพ้แพมเพิสร์ จะเห็นเป็นรอยแดงๆคัน มักจะไม่มีขอบชัดเจนเหมือนกลาก การรักษาคือการใช้ยาทาแก้แพ้ที่อาจจะมีสเตียรอยด์อ่อนๆผสมจะได้ผลดี และที่สำคัญที่สุดคือการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นนั้นๆ
3.โลน การวินิจฉัยเราอาจจะพบไข่ของตัวโลนที่โคนของขนที่บริเวณอวัยวะเพศ และอาจจะพบผื่นแบบ Bluish grey macule (รอยดำน้ำเงินเป็นจุดๆ) ที่บริเวณต้นขา หรือขาหนีบ ซึ่งเป็นรอยที่เกิดจากการโดนตัวโลนกัด
4.ผื่นคันที่เกิดจากการเป็นโรคหิด ลักษณะผื่นมักแยกไม่ได้จากผื่นแพ้ แต่ข้อสังเกตที่สำคัญคือ มักจะมีการลุกลามไปตามตำแหน่งของร่างกายอื่นๆได้ทั่วตัวตามการแกะเกา และมักคันมากและเรื้อรัง(ถ้าไม่คิดถึงโรคนี้) และมักจะติดต่อไปยังคนอื่นๆในบ้านได้ง่าย จนทำให้บางครั้งเป็นกันทั้งบ้านก็มี

สำหรับกรณีของคุณนั้นเคยได้รับการขูดผื่นไปตรวจแล้ว ไม่พบโลน และน่าจะไม่พบเชื้อราด้วย(เพราะเชื้อราพบง่ายมากจากการขูดผิวหนังไปตรวจ) ถ้าไม่พบเชื้อใดๆเลยน่าจะเป็นกรณีของการแพ้เรื้อรังมากกว่า ลองสังเกตดูครับว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นสำคัญและชัดเจนถ้าเราสามารถหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นนั้นๆได้ก็หายขาดได้ครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>อาการคันที่บริเวณขาหนีบนั้นมีสาเหตุอยู่หลายประการครับ ที่ผมพบบ่อยๆในเวชปฏิบัติ ก็เช่น<br />
1.เชื้อราที่บริเวณขาหนีบ พวกนี้มักจะมีผื่นแดงๆคันมาก ถ้าเป็นพวกกลากมักเป็นผื่นที่มีขอบของผื่นชัดเจนและนูนขึ้นเล็กน้อย อาจจะเห็นเป็นวงก็ได้ สาเหตุมักจะเกิดจากการมีสุขอนามัยที่ไม่ดี มีความอับชื้น การแกะเกาจะทำให้ลามมากขึ้นได้ การรักษาคือการใช้ยาฆ่าเชื้อราที่เหมาะสม ทา หรือกิน หรือใช้ร่วมกันทั้งสองอย่าง<br />
2.ผื่นที่เกิดจากการแพ้ เช่น แพ้เหงื่อ แพ้ชุดชั้นใน แพ้ผ้าอนามัย แพ้แพมเพิสร์ จะเห็นเป็นรอยแดงๆคัน มักจะไม่มีขอบชัดเจนเหมือนกลาก การรักษาคือการใช้ยาทาแก้แพ้ที่อาจจะมีสเตียรอยด์อ่อนๆผสมจะได้ผลดี และที่สำคัญที่สุดคือการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นนั้นๆ<br />
3.โลน การวินิจฉัยเราอาจจะพบไข่ของตัวโลนที่โคนของขนที่บริเวณอวัยวะเพศ และอาจจะพบผื่นแบบ Bluish grey macule (รอยดำน้ำเงินเป็นจุดๆ) ที่บริเวณต้นขา หรือขาหนีบ ซึ่งเป็นรอยที่เกิดจากการโดนตัวโลนกัด<br />
4.ผื่นคันที่เกิดจากการเป็นโรคหิด ลักษณะผื่นมักแยกไม่ได้จากผื่นแพ้ แต่ข้อสังเกตที่สำคัญคือ มักจะมีการลุกลามไปตามตำแหน่งของร่างกายอื่นๆได้ทั่วตัวตามการแกะเกา และมักคันมากและเรื้อรัง(ถ้าไม่คิดถึงโรคนี้) และมักจะติดต่อไปยังคนอื่นๆในบ้านได้ง่าย จนทำให้บางครั้งเป็นกันทั้งบ้านก็มี</p>
<p>สำหรับกรณีของคุณนั้นเคยได้รับการขูดผื่นไปตรวจแล้ว ไม่พบโลน และน่าจะไม่พบเชื้อราด้วย(เพราะเชื้อราพบง่ายมากจากการขูดผิวหนังไปตรวจ) ถ้าไม่พบเชื้อใดๆเลยน่าจะเป็นกรณีของการแพ้เรื้อรังมากกว่า ลองสังเกตดูครับว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นสำคัญและชัดเจนถ้าเราสามารถหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นนั้นๆได้ก็หายขาดได้ครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: ธนชัย</title>
		<link>http://medicarezine.com/blog/2009/10/05/pediculosis/comment-page-1/#comment-91</link>
		<dc:creator>ธนชัย</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Dec 2010 18:05:44 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://medicarezine.com/?p=600#comment-91</guid>
		<description>วิธีวินิจฉัยของแพทย์มีอะไรบ้างครับ
ผมมีอาการคันขาหนีบมาหลายปีแล้ว เคยไปให้แพทย์ตรวจ เห็นท่านดูแล้วเอาขูดเอาผิวไปส่องกล้องแล้ว บอกว่าไม่ได้เป็นโลน
ควรตรวจเพิ่มด้วยวิธีอื่นๆหรือไม่ครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>วิธีวินิจฉัยของแพทย์มีอะไรบ้างครับ<br />
ผมมีอาการคันขาหนีบมาหลายปีแล้ว เคยไปให้แพทย์ตรวจ เห็นท่านดูแล้วเอาขูดเอาผิวไปส่องกล้องแล้ว บอกว่าไม่ได้เป็นโลน<br />
ควรตรวจเพิ่มด้วยวิธีอื่นๆหรือไม่ครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>

