มารู้จัก โลน และญาติๆ ของมัน (โรค Pediculosis) กันดีกว่าครับ

Oct 05

Pediculosis

Lice เป็นแมลงปาราสิตเล็กๆ ที่อาศัยอยู่บนตัวคนหรือสัตว์เลือดอุ่นต่างๆ การมีแมลงเล็กๆนั้นอยู่บนร่างกายทางการแพทย์ เราเรียกว่า Pediculosis มีการแบ่งแมลงพวกนี้ออกเป็นสามชนิดคือ

  • Pediculus Humanus Capitis (Head Louse) หรือ เหานั่นเอง
  • Pediculus Humanus Corporis (Body Louse)
  • Pthirus Pubis (Pubic Louse) นั่นคือ โลน นั่นเอง

โรคนี้แพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง โดยการสัมผัสใกล้ชิดกันทางกาย หรือผ่านทางของที่ใช้ร่วมกัน เช่น หวี เสื้อผ้า หมวก ผ้าเช็ดตัว เป็นต้น การอยู่รวมกันอย่างหนาแน่นแออัดใกล้ชิด จะทำให้การกระจายของโรคนี้ง่ายขึ้น แมลง Body Louse เป็นพาหะนำโรคของไข้รากสาดใหญ่ (Typhus)

head louse body louse pubic louse

พยาธิสรีระวิทยา

แมลง Lice นั้นมีขาและแขนที่ปรับตัวต่อการดำรงชีวิตบนร่างกายของสัตว์อื่น เพื่อการหาอาหาร มันสามารถเกาะติดบนขน ผม เสื้อผ้าของมนุษย์ได้ดีมาก Head Lice มีลักษณะที่คล้ายกับ Body Lice มากแต่ตัวเล็กกว่า แต่ Pubic Lice นั้นรูปร่างแตกต่างออกไปคือมีลักษณะคล้ายปูทะเล

Lice นั้นกินเลือดเหยื่อของมันเป็นอาหาร มันกินเลือดมนุษย์วันละหลายๆ ครั้ง มันอาศัยอยู่ใกล้ชิดกับผิวกายมนุษย์เพื่อได้รับ อาหาร ความชื้น และความอบอุ่นจากกายของมนุษย์ มันเคลื่อนไหวอย่างเป็นอิสระและรวดเร็วบนร่างกายมนุษย์ จึงทำให้มันสามารถแพร่ไปสู่บุคคลอื่นๆได้ง่าย

Lice ตัวเมีย สามารถวางไข่ได้ประมาณ 10 ฟองต่อวันทุกวัน ได้นานนับเดือน จนกว่ามันจะตาย ไข่ของมันจะถูกติดแน่นอยู่บนขนหรือผมของเหยื่อ ที่บริเวณใกล้ๆ กับผิวหนัง เพื่อให้มีอุณหภูมิเหมาะสมในการจะฟักไข่เป็นตัว ไข่จะฟักเป็นตัวภายใน 6-10 วัน ไข่ของมันจะติดแน่นกับผมขนมากด้วยสาร Chitin ยากที่จะแกะเอาออกได้ และไข่ของมันจะสามารถทนมีชีวิตอยู่ไกลจากผิวของมนุษย์ ได้นานถึง 10 วัน

ตัวโลน (Pubic Louse) สามารถพบได้ที่ที่มีขนสั้นๆ ได้หลายที่นอกจากที่ขนที่อวัยวะเพศ เช่น ขนที่หัวนม ขนรักแร้ ขนตา ขนคิ้ว เป็นต้น

Body louse และไข่ของมันมักพบมากอยู่บนเสื้อผ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนตะเข็บผ้า

การแพร่กระจายโรค

Pediculosis เป็นโรคที่พบได้ทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศที่กำลังพัฒนา
พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

อายุ

  • Pediculus humanus capitis (Head Louse) หรือ เหา พบมากในวัยเด็กๆ มักจะติดกันเมื่อไปโรงเรียนหรือ สถานอนุบาล
  • Pthirus Pubis (Pubic Louse) โลน พบมากในคนวัยเจริญพันธุ์ติดต่อกันในระหว่างมีเพศสัมพันธ์

อาการของโรค

ประวัติ มีอาการคันมากบริเวณที่เป็นโรค การเกามากๆ อาจจะก่อให้เกิดโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังซ้ำเติมได้

การตรวจร่างกาย

  • Pediculus Humanus Capitis (Head Louse) หรือ เหา มักพบมากที่บริเวณท้ายทอย หลังคอ และหลังหู อาจจะพบรอยผิวหนังลอก ลอยโดนแมลงกัด หรือมีการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังซ้ำเติม อาจจะพบต่อมน้ำเหลืองโตที่ใกล้บริเวณนั้น อาจจะพบรอยโรคที่คิ้ว (Brow) ด้วยได้
  • Pediculus Humanus Corporis (Body Louse) อาจจะพบตัวมันหรือไข่ของมันที่เสื้อผ้า หรือตะเข็บของผ้า อาจจะพบรอยโรคเป็นตุ่มแดง (Papule) ขนาด 2-4 มม. ตามผิวกาย
  • Pthirus Pubis (Pubic Louse)  โลน มักพบตัวมันและไข่ของมันที่โคนของขนที่อวัยวะเพศ (ขนเพชร) อาจจะพบรอยดำน้ำเงิน (Bluish Grey Macule) ที่ผิวหนังบริเวณ ท้อง ต้นขา ที่เป็นปฏิกริยาที่เกิดจากการกัดของตัวโลน

ปัจจัยเสี่ยงของโรค

  • อาศัยอยู่ในที่แออัดคนมากๆ
  • มีสุขอนามัยที่แย่ มาสะอาด
  • เป็นคนที่ไม่แข็งแรงและขาดสารอาหาร
  • สำส่อนทางเพศ

การรักษา

  • Permethrin Cream ทาบริเวณที่ติดเชื้อทิ้งไว้ 10 นาแล้วล้างออก ไม่ใช้บริเวณที่ขนตา
  • Lindane Shampoo ใช้สระขนบริเวณที่เป็นทิ้งไว้ 4 นาทีแล้วล้างออก ไม่ใช้บริเวณขนตา ไม่ใช้ในคนที่เป็นโรคลมชัก ไม่ใช้บริเวณที่มีแผล หรือคนท้อง หรือเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี
  • Pyrethrins ใช้สระขนทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออก

การป้องกัน

  • หลังจากรักษา ท่านสามารถกำจัดไข่โดยการใช้เล็บหยิบออก
  • เปลี่ยนชุดและที่นอนใหม่ที่สะอาด
  • รักษาคู่ขา
  • งดร่วมเพศจนกระทั่งรักษาหายขาดแล้ว
  • หลังจากรักษาแล้วเสื้อผ้า ที่นอน เครื่องใช้ยังติดต่อ เพราะฉะนั้นต้องนำเสื้อผ้า ผ้าห่ม เครื่องนอนทั้งหลายไปต้มและอบแห้งด้วยความร้อน
  • อุปกรณ์ที่ต้มหรืออบไม่ได้ต้องนำอุปกรณ์ดังเกล่าเก็บไว้ในถุงหรือลังไว้ 2 สัปดาห์

6 comments

  1. ธนชัย /

    วิธีวินิจฉัยของแพทย์มีอะไรบ้างครับ
    ผมมีอาการคันขาหนีบมาหลายปีแล้ว เคยไปให้แพทย์ตรวจ เห็นท่านดูแล้วเอาขูดเอาผิวไปส่องกล้องแล้ว บอกว่าไม่ได้เป็นโลน
    ควรตรวจเพิ่มด้วยวิธีอื่นๆหรือไม่ครับ

    • Dr.Dragon /

      อาการคันที่บริเวณขาหนีบนั้นมีสาเหตุอยู่หลายประการครับ ที่ผมพบบ่อยๆในเวชปฏิบัติ ก็เช่น
      1.เชื้อราที่บริเวณขาหนีบ พวกนี้มักจะมีผื่นแดงๆคันมาก ถ้าเป็นพวกกลากมักเป็นผื่นที่มีขอบของผื่นชัดเจนและนูนขึ้นเล็กน้อย อาจจะเห็นเป็นวงก็ได้ สาเหตุมักจะเกิดจากการมีสุขอนามัยที่ไม่ดี มีความอับชื้น การแกะเกาจะทำให้ลามมากขึ้นได้ การรักษาคือการใช้ยาฆ่าเชื้อราที่เหมาะสม ทา หรือกิน หรือใช้ร่วมกันทั้งสองอย่าง
      2.ผื่นที่เกิดจากการแพ้ เช่น แพ้เหงื่อ แพ้ชุดชั้นใน แพ้ผ้าอนามัย แพ้แพมเพิสร์ จะเห็นเป็นรอยแดงๆคัน มักจะไม่มีขอบชัดเจนเหมือนกลาก การรักษาคือการใช้ยาทาแก้แพ้ที่อาจจะมีสเตียรอยด์อ่อนๆผสมจะได้ผลดี และที่สำคัญที่สุดคือการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นนั้นๆ
      3.โลน การวินิจฉัยเราอาจจะพบไข่ของตัวโลนที่โคนของขนที่บริเวณอวัยวะเพศ และอาจจะพบผื่นแบบ Bluish grey macule (รอยดำน้ำเงินเป็นจุดๆ) ที่บริเวณต้นขา หรือขาหนีบ ซึ่งเป็นรอยที่เกิดจากการโดนตัวโลนกัด
      4.ผื่นคันที่เกิดจากการเป็นโรคหิด ลักษณะผื่นมักแยกไม่ได้จากผื่นแพ้ แต่ข้อสังเกตที่สำคัญคือ มักจะมีการลุกลามไปตามตำแหน่งของร่างกายอื่นๆได้ทั่วตัวตามการแกะเกา และมักคันมากและเรื้อรัง(ถ้าไม่คิดถึงโรคนี้) และมักจะติดต่อไปยังคนอื่นๆในบ้านได้ง่าย จนทำให้บางครั้งเป็นกันทั้งบ้านก็มี

      สำหรับกรณีของคุณนั้นเคยได้รับการขูดผื่นไปตรวจแล้ว ไม่พบโลน และน่าจะไม่พบเชื้อราด้วย(เพราะเชื้อราพบง่ายมากจากการขูดผิวหนังไปตรวจ) ถ้าไม่พบเชื้อใดๆเลยน่าจะเป็นกรณีของการแพ้เรื้อรังมากกว่า ลองสังเกตดูครับว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นสำคัญและชัดเจนถ้าเราสามารถหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นนั้นๆได้ก็หายขาดได้ครับ

  2. Kong /

    เนื่องจากผมได้มีเพศสัมพันธ์ ใสุถุงยางนะครับ หลังจากนั้น 4 วันก็ไม่สบาย 1 สัปดาห์ผ่านมา 1 เดือนตอนนี้ผมมีตุ่มแดงๆ บนหัวเหน่าว ไม่คันครับ แต่ถ้าเอามือไปลูบๆจะเจ็บครับ เป็นหลายตุ่ม แรกๆจะเป็นสีแดงหลังจากนั้นสองวันจะเป็นเหมือนตกสะเก็ดครับ ตุ่มจะอยู่ตรงรูขนทุกตุ่มเลยครับ รบกวนคุณหมอช่วยวินิฉัยด้วยครับ

    • Dr.Dragon /

      สวัสดีครับคุณ Kong

      จากอาการของคุณโรคที่อาจจะเป็นได้ก็คือ
      1.โลน ตามปกติโรคโลนนี้มักจะมีอาการดังนี้ คือ อาการคันบริเวณที่ติดเชื้อโดยเฉพาะบริเวณหัวเหน่า, อาจจะสังเกตเห็นตัวโลนที่หัวเหน่า ,สังเกตพบไข่ที่โคนขนหัวเหน่า,อาจจะพบรอยช้ำบริเวณที่ตัวโลนดูดเลือด ,อาจจะพบตัวโลนในบริเวณอื่น เช่นขนรักแร้ เครา ขนคิ้ว ขนตา แต่อาการของคุณไม่คันเลยนั้น อาจจะไม่ใช่โรคนี้

      2.การมีการอักเสบติดเชื้อแบคทีเรียที่ รูขุมขนของ เส้นขนที่อวัยวะเพศ ถ้าเป็นภาวะนี้การรักษาความสะอาดให้มากขึ้น การทาบริเวณดังกล่าวด้วยครีมหรือเจลทาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เช่น Gentamycin cream ,Erythromycin cream ,clindamycin solution อาการจะดีขึ้นครับ

  3. Number1 /

    มีอาการคันที่อวัยวะเพศค่ะ เเถวๆหัวหน่าว ที่อวัยวะเพศลอกเป็นเเผ่นๆสีขาวเหมือนรังเเค ลองสังเกตดูที่อวัยวะเพศ พบขอบสีขาวรอบๆอวัยวะเพศ คิดว่าน่าจะเป็นเชื้อรามากกว่า เคยไปซื้อยาที่มีส่วนของ Ketoconazole มาเเล้ว (เเบบชนิดครีม) เเต่ก็ไม่หายสนิทดี รบกวนคุณหมอช่วยเเนะนำหน่อยค่ะ ว่าดิฉันเป็นอะไร

    • Dr.Dragon /

      สวัสดีครับคุณ Number1
      จากประวัติที่ให้มา คล้ายเป็นเชื้อรานะครับ แต่ถ้าจะให้แน่นอนต้องตรวจ KOH preparation โดยขูดส่วนที่ขาวๆคล้ายรังแคนี่แหละครับมาตรวจดูทางกล้องจุลทรรศน์ จึงจะแน่ชัด แต่ถ้าจะลองทายาทาฆ่าเชื้อราดูก่อนก็ได้ครับ ลองเปลี่ยนจาก ketoconazole cream เป็น Clotrimazole cream ดูครับ และทาให้ต่อเนื่องสม่ำเสมอทาจนกว่าจะไม่มีรอยใดๆเลย แล้วทาต่ออีก 3-5 วันแล้วจึงเลิกทาครับ ลองดูครับ

Leave a Reply

*