มารู้จักอนุมูลอิสระ (Free Radical) กันเถอะครับ
Sep 10
อนุมูลอิสระ มาจากคำภาษาอังกฤษว่า Free Radical มันก็คือ อะตอม หรือ โมเลกุล ที่สูญเสียอิเลคตรอนวงนอกสุดของมัน ไปอย่างน้อย 1 อิเลคตรอน แล้วทำให้สภาพของตัวมันไม่เสถียรหรือไม่มั่นคง ทำให้มันดิ้นรนเพื่อที่จะแก่งแย่งชิงอิเลคตรอน จากอะตอมหรือโมเลกุล หรือสารอื่นๆมาเติมเต็มเพื่อให้ตัวมันเองมั่นคงเหมือนเดิม แต่ผลคืออะตอม หรือโมเลกุลหรือสารที่ถูกมันแก่งแย่งอิเลคตรอนไปก็กลายเป็นสิ่งที่ไม่เสถียรหรือไม่มั่นคงแทน และก็จะไปทำตัวแก่งแย่งอิเลคตรอนจากอะตอมหรือโมเลกุลอื่นๆ อีกต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่สิ้นสุด ตราบที่ยังไม่มีสิ่งที่จะมาหยุดยั้งขบวนการที่เกิดขึ้นนี้อย่างทันท่วงที ความเสียหายจึงเกิดขึ้น มาถึงตรงนี้บางท่านที่ไม่มีความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์มาบ้างอาจจะ งงกับคำว่า อะตอม อิเลคตรอน โมเลกุล ผมจะขออธิบายคร่าวๆ พอสังเขปดังนี้ครับ

อนุมูลอิสระ (Free Radical)
อะตอม คือ องค์ประกอบขั้นพื้นฐานของสารใดๆ ในโลกนี้ เช่น อะตอมของออกซิเจน (O), อะตอมของไนโตรเจน (N), อะตอมของคาร์บอน (C)
อะตอมประกอบด้วย โปรตรอนและนิวตรอน อยู่ตรงกลางและมีอิเลคตรอนวิ่งโคจรอยู่รอบๆ
โมเลกุล คือ การรวมตัวของอะตอมตั้งแต่ 2 อะตอมขึ้นไปเกิดเป็นโมเลกุลสาร เช่น น้ำ เกิดจากการรวมตัว
ของอะตอมของ ไฮโดรเจน 2 อะตอม + ออกซิเจน 1 อะตอม เป็นน้ำ (H2O) เป็นต้น
มาที่อนุมูลอิสระ (Free Radical) กันใหม่ จากที่กล่าวมาแล้วว่า เมื่อมีการแก่งแย่งอิเลคตรอนกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด สารที่ถูกแย่งอิเลคตรอนไปนั้นก็จะสูญเสียสภาพที่ปกติไป ลองคิดดูนะครับว่า ถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ในร่างกายของเรา และสารที่ถูกทำลายและเกิดการเสียสภาพนั้นเป็นองค์ประกอบของเซลล์ของร่างกายของเรา ผลก็คือเซลล์ส่วนนั้นของเราก็จะเสียสภาพที่ปกติหรือล้มตายไป และข่าวร้ายก็คือ เหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นจริงๆ ในร่างกายของเรา ทุกเวลาทุกวินาที มากบ้าง น้อยบ้าง ตามแต่ปัจจัยกระตุ้น, และการปฏิบัติตัวของเราเอง ในชีวิตประจำวัน
จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พบว่า ทุกๆ 2 – 5% ของออกซิเจนที่ใช้ในการสันดาป (เผาผลาญ) อาหารภายในเซลล์ของคนเรา จะเกิดอนุมูลอิสระของออกซิเจน (O2) ขึ้น ซึ่งมีหลายตัวหลายรูปแบบ นักวิทยาศาสตร์เรียกกลุ่มอนุมูลอิสระของออกซิเจนนี้ว่า Reactive Oxygen Species หรือ ROS (เช่น O2-, OH ฯลฯ) และเจ้า ROS นี่แหละคือตัวการสำคัญในการทำร้ายเราอยู่ทุกวินาที และเจ้า ROS จะถูกสร้างขึ้นมากกว่าปกติ 10 – 20 เท่า ขณะที่เราออกกำลังกาย แต่ถ้าเราออกกำลังกายแบบสม่ำเสมอ ไม่หนักและหักโหม ร่างกายจะปรับตัวให้มีระบบกำจัดอนุมูลอิสระได้อย่างเหมาะสม
มาถึงตรงนี้อย่าเพิ่งตกอกตกใจกับความน่ากลัวของเจ้า ROS นี้มากนักนะครับ เพราะในความเป็นจริงแล้ว ในร่างกายของเรามีสิ่งที่จะจัดการกับเจ้าอนุมูลอิสระพวกนี้อยู่บ้างแล้ว เรียกว่า สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) หรือ SOD (Super Oxide Dismutase) แต่ระบบการจัดการกำจัด สารอนุมูลอิสระของร่างกายของเรานี้ แม้ในคนที่ร่างกายสมบูรณ์ที่สุด ก็ยังไม่สามารถจัดการกับเจ้าสารอนุมูลอิสระนี้ได้อย่าง 100 % จึงทำให้เกิดการล้มตายของเซลล์ร่างกายของเราขึ้นทุกวันและตลอดเวลา จึงเป็นที่มาของความเสื่อมของร่างกาย ที่เรียกว่า “ความแก่” นั่นเอง
**ในบางครั้งการทำร้ายเซลล์โดยอนุมูลอิสระเหล่านี้ ไม่ได้ทำให้เซลล์ของร่างกายถึงกับล้มตายไป แต่บางครั้งมันทำให้แค่เซลล์เสียหน้าที่ หรือทำหน้าที่ผิดปกติไปจากเดิมที่เคยเป็น เช่นในกรณีที่สารอนุมูลอิสระไม่ได้ทำลายผนังเซลล์จนเซลล์ตาย แต่ทำร้ายสารพันธุกรรม (DNA)
ที่อยู่ภายในเซลล์ที่ทำหน้าที่เหมือนตัวควบคุมการทำงานของเซลล์ ให้เสียสภาพไป จนเป็นบ่อเกิดแห่งโรคร้ายที่เราเรียกกันว่า “มะเร็ง” (Cancer)

การเกิดอนุมูลอิสระในร่างการ (Free Radical in the Human Body)
โรคและภาวะที่เกิดจากอนุมูลอิสระ
ในปัจจุบันเราเชื่อกันว่า สารอนุมูลอิสระเป็นสาเหตุของโรคต่างๆมากมาย ดังต่อไปนี้
1. ความแก่ชรา (Aging)
2. กลุ่มโรคและภาวะทางสมอง ทั้งหลาย เช่น
- โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease)
- โรคปากินสัน (Pakinson’s disease)
- ความจำเสื่อม (Memory loss)
- โรคสมองเสื่อมในคนแก่ (Senile dementia)
- โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
- การเมาค้าง (Hang over)
3.โรคทางตา
- โรคต้อกระจก (Cataract)
- ต้อหิน (Glaucoma)
- ประสาทตาเสื่อม (Macular Degeneration)
4.โรคของปอดและหัวใจ
- โรคถุงลมโป่งพอง
- โรคหัวใจและทางเดินอาหารที่เกิดจากการดื่มเหล้า
- ภาวะหลอดเลือดอุดตัน ตีบ (Atherosclerosis)
- โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ อุดตัน
5.โรคของตับ
- ตับแข็ง (Cirrhosis)
6.โรคไต
- โรคไตวาย
7.โรคของระบบร่างกายทั้งระบบ
- โรคภูมิคุ้มกันร่างกายตนเองทำร้ายตนเอง (Auto-immune disease) เช่น โรคปวดข้อรูมาตอยด์, โรค SLE, ฯลฯ
- โรคมะเร็ง (Cancer)
- โรคความดันโลหิตสูง
- อื่นๆ อีกมาก
มาถึงตรงนี้แล้วอย่าเพิ่งตกอกตกใจกลัว อนุมูลอิสระกันจนเครียดไปเลยละครับ ผมมีวิธีที่ดีและง่ายมาแนะนำการลดความเสี่ยง และความรุนแรงจากการถูกเจ้าอนุมูลอิสระทำร้ายครับ
คำแนะนำในการหลีกเลี่ยงอันตรายจากอนุมูลอิสระ
- หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มากจนเกินไป เพราะพลังงานส่วนเกินจะก่อให้เกิดการเผาผลาญพลังงานมากขึ้น
ก่อให้เกิด ของเสียจากเซลล์ที่มาจากการเผาผลาญมากขึ้น รวมถึงการเกิดอนุมูลอิสระที่มากขึ้นด้วย - หลีกเลี่ยงอาหารประเภท ย่าง ปิ้ง เผา เพราะอาหารเหล่านี้มี สาร Polycyclic Aromatic Hydrocarbon เรียกสั้นๆ ว่าสาร “ไฮโดรคาร์บอน” ที่ก่อให้เกิด อนุมูลอิสระ
- หลีกเลี่ยงการทานน้ำตาล หรือ สารคาร์โบไฮเดรตปรุงแต่ง ในปริมาณที่มากจนเกินไป
เพราะการย่อยสลายของสารเหล่านี้ จะก่อให้เกิดอนุมูลอิสระที่มากเกินไป - หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ในปริมาณที่มากจนเกินไป (คือเกินกว่าวันละ 150 ซีซี)
เพราะจะก่อให้เกิดอนุมูลอิสระขึ้นในร่างกาย ถ้าจะดื่มควรเลือกดื่มเป็น ไวน์แดง
เพราะในไวน์แดงมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ แต่ก็ไม่ควรดื่มมากกว่าปริมาณที่แนะนำ - ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารเคมี เช่น การสัมผัสกับยาฆ่าแมลง, หรือการทานอาหารที่บรรจุในกล่องพลาสติก
แนะนำให้ทานอาหารประเภท อาหารสดๆ จากธรรมชาติไม่ปรุงแต่งสารเคมี - หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ หรือการอยู่ในที่ที่มีคนอื่นสูบบุหรี่
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับ รังสีประเภทต่างๆ เช่นรังสีเอกซเรย์ (ถ้าไม่จำเป็น) หรือแม้แต่การโดน รังสียูวี (Ultra Violet: UV) จากแสงแดดที่แรงๆ
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในแหล่งที่มีมลภาวะทางอากาศ (ถ้าทำได้แนะนำให้มีเครื่องฟอกอากาศที่ดีในบ้าน)
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายแบบหักโหม หรือหลีกเลี่ยงการไม่ออกกำลังกายเลย
- ควรนอนอย่างน้อย 7-9 ชั่วโมงต่อวัน
- พยายามลดความเครียดทางอารมณ์ โดยวิธีคลายเครียดแบบต่างๆ
- ฝึกเพิ่มประสิทธิภาพในการหายใจด้วยการฝึก การหายใจลึกๆ อย่างสม่ำเสมอ หรือการฝึกโยคะ
- การบริโภคอาหารที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น ชา, ไวน์แดง, โกโก้, ขิง, แป๊ะก๊วย, ชาเขียว, สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ฯลฯ
- เลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีองค์ประกอบของสารต้านอนุมูลอิสระ ดังต่อไปนี้ เช่น วิตามินเอ, วิตามินอี,
วิตามินซี, Coenzyme Q10, N-Acetylcysteine, ธาตุสังกะสี, ธาตุทองแดง, ธาตุแมงกานีส, ธาตุแมกนีเซียม,
ธาตุซีลีเนียม ฯลฯ

คลิกที่นี่ เพื่อสมัครรับข่าวจากเรา