มาเลเรีย และแผนการขององค์การอนามัยโลกในปี 2015
Aug 23
วันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมาเป็นวันต่อต้านมาเลเรียโลก ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO (World Health Organization) แสดงให้เห็นว่าประชากรจำนวน 3.3 พันล้านคน (ประมาณครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งโลก) ตกอยู่ในความเสี่ยงของโรคนี้ ทุกปีประชากรในจำนวนที่เสี่ยงนี้ จะมีผู้ติดเชื้อมาเลเรียประมาณ 250 ล้านราย และในจำนวนนี้เสียชีวิตประมาณ 1 ล้านราย โดยประชากรที่ตกอยู่ในความเสี่ยงมากที่สุดอยู่ในประเทศยากจน
ไข้มาเลเรียเป็นปัญหารุนแรงมากในทวีปแอฟริกา (Africa) มีเด็กถึง 20% ตายเนื่องจากโรคนี้ โดยเฉลี่ยแล้วเด็กแอฟริกาจะเป็นไข้มาเลเรีย 1.6 – 5.4 ครั้งในทุกปี และเด็ก 1 คนจะตายเนื่องจากโรคนี้ทุกๆ 30 วินาที

ชนิดของมาเลเรียที่เกิดกับคน
- Plasmodium falciparum: พบบ่อย และมีความรุนแรง
- Plasmodium vivax: พบบ่อย
- Plasmodium malariae
- Plasmodium ovale.
อาการ
เป็นไข้, ปวดหัว, หนาว, อาเจียน อาการเหล่านี้จะปรากฎหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 10 – 15 วัน ถ้าไม่ได้รับการรักษาด้วยาที่มีประสิทธิภาพอย่างทันท่วงที จะทำให้อาการทรุดหนักได้
พาหะ
ยุงก้นปล่อง ซึ่งมีปรสิตประเภท Plasmodium อาศัยอยู่
กลุ่มเสี่ยง
- นักเดินทางจากพื้นที่ปลอดมาเลเรีย (คนเหล่านี้จะมีภูมิต้านทานต่อมาเลเรียน้อย หรือไม่มีเลย) ที่เดินทางเข้าไปในพื้นที่การระบาด
- สตรีมีครรภ์ที่ไม่มีภูมิต้านทาน ซึ่งจะมีผลทำให้แท้งลูกได้
- สตรีมีครรภ์ที่พอมีภูมิต้านทานบ้าง จะมีผลทำให้เกิดโลหิตจางอย่างแรง มีทารกเสียชีวิตจากกรณีนี้ประมาณ 200,000 รายทุกปี
- สตรีมีครรภ์ที่ติดเชื้อไวรัส HIV หรือโรคเอดส์ (Aids) จะมีความเสี่ยงสูงมากขึ้น
การแพร่ระบาด การติดเชื้อ การป้องกันและการควบคุมไข้มาเลเรีย
- มาเลเรียเป็นเชื้อโรคที่ติดต่อได้กับคนทุกอายุ โรคนี้เกิดจากปรสิต (Parasite) ในจำพวก Plasmodium ซึ่งติดต่อจากคนหนึ่งสู่คนหนึ่งได้โดยการกัดของยุง (ก้นปล่อง) ที่มีปรสิตนี้อาศัยอยู่ หากผู้ติดเชื้อไม่ได้รับการรักษาด้วยยาที่มีประสิทธิภาพอย่างถูกต้องทันท่วงที จะมีผลทำให้อาการหนักได้
- ประชากรราว 3.3 พันล้านคน หรือประมาณครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งโลก ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้ ทุกๆ ปีจะมีผู้ป่วยมาเลเรียประมาณ 250 ล้านราย ในจำนวนนี้เสียชีวิตประมาณ 1 ล้านราย ประชากรที่ตกอยู่ในความเสี่ยงมากที่สุดอยู่ในประเทศยากจน
- ประมาณ 20% ของเด็กในทวีปแอฟริกาที่เสียชีวิต จะเสียชีวิตจากมาเลเรีย เด็กแอฟริกาจะป่วยเป็นโรคนี้ประมาณ 1.6 – 5.4 ครั้งต่อปี และจะมีเด็กในแอฟริกาเสียชีวิตจากมาเลเรียทุกๆ 30 วินาที
- การได้รับการตรวจและรักษาแต่เนิ่นๆ เป็นวิธีพื้นฐานในการควบคุมมาเลเรีย เนื่องจากเป็นการลดระยะเวลาการติดเชื้อและแพร่เชื้อให้น้อยลง และเป็นการป้องกันการเสียชีวิตได้เป็นอย่างดี
- การใช้ยาต้านเชื้ออย่างไม่เหมาะสมในศตวรรษที่ผ่านมา เป็นเหตุให้เชื้อนี้ดื้อยาอย่างรวดเร็ว นำมาซึ่งการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ในระยะเวลาสิบปีมานี้มียาต้านเชื้ออย่างใหม่ที่รู้จักกันว่าเป็นยารวมจำพวก Artemisinin (Artemisinin-based Combination Therapies : ACT) ยานี้นำมาซึ่งความหวังใหม่ในการต่อสู้กับเมเลเรียอีกครั้ง
- ยุทธวิธีหลักในการควบคุมมาเลเรีย ก็คือการลดอัตราและจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อให้ลดลง สิ่งนี้จะทำสำเร็จได้โดยการควบคุมประชากรยุง ซึ่งจะมีผลให้ลดหรือขัดขวางการแพร่เชื้อตามมา
- ในระยะยาวนั้น สามารถใช้มุ้งเคลือบยาฆ่าแมลงในการป้องกันประชากรกลุ่มเสี่ยงได้ โดยเฉพาะเด็กและสตรีมีครรภ์ในพื้นที่เสี่ยง มุ้งยังสามารถปกป้องชุมชนเมื่อมีการใช้อย่างแพร่หลายอย่างน้อย 80% มุ้งประเภทนี้มีอายุการใช้งานได้นานหลายปี บางรุ่นมีอายุใช้งานได้ 3-5 ปีเลยทีเดียว
- การพ่นยาในที่อยู่อาศัย เป็นการลดจำนวนของยุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีการพ่นยานี้จะมีผลอยู่ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของพื้นผิวของบริเวณที่ถูกพ่นยา (หากเป็นยา DDT จะมีผลนานกว่า คืออาจมีผลนานถึง 12 เดือนก็เป็นได้) หมายเหตุ: ในระยะหลังๆ นี้ ทั่วโลกในรณรงค์ให้หยุดใช้ DDT แล้วนะครับ เนื่องจากเป็นพิษนานต่อสิ่งแวดล้อม สัตว์ รวมทั้งคน นอกจากนี้ DDT ยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สิ่งมีชีวิตไม่สามารถมีลูกได้ (อาจจะแท้ง หรือเป็นหมัน) การเกือบสูญพันธ์ของนกอินทรีย์ในอเมริกาก็มีสาเหตุส่วนหนึ่งจาก DDT นี้เช่นกัน
- หมายเหตุ: ในระยะหลังๆ นี้ ทั่วโลกได้รณรงค์ให้หยุดใช้ DDT แล้วนะครับ เนื่องจากเป็นพิษนานต่อสิ่งแวดล้อม สัตว์ รวมทั้งคน นอกจากนี้ DDT ยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สิ่งมีชีวิตไม่สามารถมีลูกได้ (อาจจะแท้ง หรือเป็นหมัน) การเกือบสูญพันธ์ของนกอินทรีย์ในอเมริกาก็มีสาเหตุส่วนหนึ่งจาก DDT นี้เช่นกัน
- สตรีมีครรภ์จะมีความเสี่ยงสูงไม่ใช่แต่การเสียชีวิตเท่านั้น แต่รวมไปถึงการแท้งลูก การคลอดก่อนกำหนด การตายของทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์อีกด้วย มาเลเรียทำให้เกิดภาวะโลหิตจางในมารดาอย่างแรง และเป็นสาเหตุถึง 1 ใน 3 ของการทำให้ทารกแรกเกิดมีน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน มาเลเรียมีผลให้สตรีมีครรภ์เสียชีวิตถึง 10,000 ราย และทารกเสียชีวิตถึง 200,000 รายทุกปีในแอฟริกาทวีปเดียวมาเลเรียส่งผลให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจ 1.3% ในประเทศที่มีการแพร่เชื้ออย่างรุนแรง
- มาเลเรียมีผลต่อครอบครัวและชุมชนในย่านยากจน โดยเฉพาะประชากรที่ไม่สามารถเข้าถึงการสาธารณสุขได้ มาเลเรียมีผลต่อความยากจน และลดความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กในระยะยาว มันเป็นปัญหาทั้งในสถานศึกษาและสถานที่ทำงาน อย่างไรก็ตามมันป้องกันและรักษาได้
เงินกองทุนที่ใช้สนับสนุนเพื่อต่อต้านมาเลเรีย
ที่มา: rollbackmalaria.org
หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ (million U.S.D.)
| ปี (Year) | เอเชียแปซิฟิก | แอฟริกา | ทวีปอเมริกา | ตะวันออกกลางและยุโรป |
| 2009 | 227 | 2,700 | 227 | 188 |
| 2010 | 261 | 3,000 | 261 | 226 |
ผังการระบาดของมาเลเรีย

ผังการระบาดรวมของมาเลเรีย (ข้อมูลปี 2009)
จากผังรวมทั่วโลก มีประเทศที่มีมาเลเรียระบาดอยู่ถึง 109 ประเทศใน 4 เขตทั่วโลก
ระดับการระบาด
- Control, High global Deaths (สีฟ้าเข้ม): เป็นพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรง มีอัตราการเสียชีวิตสูง เป็นพื้นที่ที่ต้องควบคุมเพิเศษ
- Control, Low Global Deaths (สีฟ้าอ่อน): เป็นพื้นที่ที่มีการระบาด มีอัตราการเสียชีวิตที่ไม่สูงมากนัก
- Elimination (สีเหลือง): เป็นพื้นที่ที่ยังมีมาเลเรียอยู่แต่น้อย อยู่ในระหว่างการกำจัดมาเลเรียให้หมดไป
- Malaria Free (สีขาว): เป็นพื้นที่ที่ปลอดจากมาเลเรีย
จากแผนที่เราจะสังเกตได้ว่ามาเลเรียจะระบาดมากบริเวณประเทศแถบร้อนใกล้เส้น ศูนย์สูตร (ประเทศไทยก็อยู่บริเวณนี้เช่นกัน) ทั้งนี้ก็เนื่องจากยุงชอบอาศัยในบริเวณสภาพอากาศเปียกชื้นนั่นเอง

เขตการระบาดรวมของมาเลเรีย 4 เขต (ปี 2009)
เขตทวีปแอฟริกา

มาเลเรียในแอฟริกา
ประเทศ: มีมาเลเรียระบาดอยู่ 50 ประเทศ โดยเป็นประเทศที่ต้องอยู่ในข่ายควบคุม 46 ประเทศ อีก 4 ประเทศสามารถกำจัดมาเลเรียได้แล้ว
เป้าหมาย: ค่อยๆ ลดจำนวนผู้ป่วยจาก 365 ล้านราย ให้เหลือ 158 ล้านราย และ 79 ล้านรายในปี 2015 และลดอัตราการเสียชีวิตลงจาก 963,000 ราย ให้เหลือ 480,000 ราย จนกระทั่งไม่มีผู้เสียชีวิตเลยในปี 2015
เขตเอเชีย-แปซิฟิค

มาเลเรียในเอเชียแปซิฟิก
ประเทศ: มีมาเลเรียระบาดอยู่ 20 ประเทศ (รวมถึงประเทศไทย) โดยเป็นประเทศที่ต้องอยู่ในข่ายควบคุม 16 ประเทศ อีก 4 ประเทศสามารถกำจัดมาเลเรียได้แล้ว
เป้าหมาย: รักษาอัตราการตายให้คงอยู่ในอัตราต่ำ (ไม่เกิน 1,000 ราย) และสามารถกำจัดมาเลเรียเพิ่มได้ใน 1 ประเทศหรือมากกว่านั้น
เขตทวีปอเมริกา

มาเลเรียในทวีปอเมริกา
ประเทศ: มีมาเลเรียระบาดอยู่ 22 ประเทศ โดยเป็นประเทศที่ต้องอยู่ในข่ายควบคุม 17 ประเทศ อีก 5 ประเทศสามารถกำจัดมาเลเรียได้แล้ว
เป้าหมาย: ลดจำนวนผู้ป่วยลงจาก 134 ล้านราย ให้เหลือ 33 ล้านราย ในปี 2015 และลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงให้ไม่มีผู้เสียชีวิตในปี 2015
เขตตะวันออกกลางและยุโรป

มาเลเรียในตะวันออกกลางและยุโรป
ประเทศ: มีมาเลเรียระบาดอยู่ 17 ประเทศ โดยเป็นประเทศที่ต้องอยู่ในข่ายควบคุม 3 ประเทศ อีก 14 ประเทศสามารถกำจัดมาเลเรียได้แล้ว
เป้าหมาย: ลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงในปี 2010 และปี 2015
หมายเหตุ:
- ตัวเลขเงินที่ต้องการใช้ในสนับสนุนต่อต้านมาเลเรียของเขตเอเชีย-แปซิฟิค ยังสับสนอยู่ หากดูในแผนผัง จะพบว่าใช้น้อยพอๆ กับแถบยุโรป แต่พอค้นดูจากเว็บ rollbackmalaria.org จะพบว่าต้องการใช้เงินทุนใกล้เคียงหรือมากกว่าแอฟริกาเลยทีเดียว ถ้าเอาตามที่ผมรู้สึก ผมว่าเอเชีย-แปซิฟิคน่าจะมีมาเลเรียระบาดน้อยกว่าแอฟริกามาก ดังนั้นเงินทุนที่ต้องการสนับสนุนไม่น่าจะมากตามที่แสดงในเว็บ
- จากตัวเลขเป้าหมายในแผนภาพ ถ้าสังเกตดีๆ จะพบว่าตัวเลขเป้าหมายของจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียเสียชีวิตในบางเขต ยังสับสนอยู่เช่น หน่วยไม่ชัดเจน (ไม่มีหน่วย, หน่วย K, หน่วย M) หรือตัวเลขเป้าหมายเพิ่มขึ้น ทำให้สับสนเหมือนกันว่ารายงานนี้ถูกต้องแค่ไหน
ที่มา: WHO, RoolbackMalaria

คลิกที่นี่ เพื่อสมัครรับข่าวจากเรา