อีโบลา มาแล้ว!

 ข้อมูลเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสอีโบล่า

  • ชื่อย่อคือ EVD = Ebola Virus Disease หรือชื่อเดิมว่า โรคติดเชื้อไข้เลือดออกอีโบลา เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่รุนแรง และมีอัตราการตายสูงมาก
  • เชื้อไวรัสนี้มาจากสัตว์ และติดเชื้อเข้ามาสู่คน และหลังจากนั้นก็แพร่กระจายจากคนสู่คน
  • อัตราตายของคนที่ติดเชื้อโดยเฉลี่ย อยู่ที่ 50% (25 – 90%)
  • โรคติดเชื้อไวรัสอีโบล่า ระบาดครั้งแรกในหมู่บ้านที่ห่างไกลในแถบแอฟริกากลาง และเริ่มระบาดครั้งล่าสุดในแถบแอฟริกาตะวันตก
  • หัวใจของการดูแลควบคุมการระบาด คือการ รีบดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ การสำรวจติดตามผู้ที่สัมผัสกับผู้ติดเชื้อ มีระบบการตรวจแลปส์ที่ดีมีประสิทธิภาพ การกำจัดวัตถุปนเปื้อนเชื้อ การย้ายอพยพประชากรหนีการระบาด
  • ในรายที่มีการติดเชื้อ การรักษาแบบประคับประคองตามอาการอย่างทันท่วงที การให้สารน้ำที่พอเพียงไม่ให้มีภาวะร่างกายขาดสารน้ำ ช่วยเพิ่มอัตราการ รอดตายของผู้ติดเชื้อ ในปัจจุบันยังไม่มียาหรือสารใดๆ ที่ขึ้นทะเบียนเป็นยามาตรฐานในการรักษาโรคนี้
  • ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนสำหรับป้องกันการติดเชื้อนี้ได้

การแพร่กระจายของเชื้อebola

  • เชื่อกันว่าแหล่งของเชื้อนี้เริ่มต้นที่ค้างคาวกินผลไม้ แล้วแพร่ไปสู่สัตว์อื่นๆ เช่น ลิงชิมแปนซี ลิงกอลิลล่า ค้างคาวกินผลไม้ลิงอื่นๆ และแอนทีโลปป่าแล้วคนไปสัมผัสกับสารคัดหลั่งของสัตว์ที่ติดเชื้อนี้อยู่ เช่นสัมผัสเลือด น้ำมูก น้ำลาย น้ำเมือก  เมื่อคนติดเชื้อนี้ เมื่อคนอื่นๆไปสัมผัสกับเลือดและสารคัดหลั่งของคนที่ติดเชื้อผ่านทางผิวหนังที่เป็นแผลและทางเยื่อบุภายใน เช่นจมูก คอ ปาก ทวาร โดยเลือดและสารคัดหลั่งนี้อาจจะปนเปื้อนอยู่กับเสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน ของคนที่ติดเชื้อนี้อยู่ก็ได้
  • เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์สามารถติดเชื้อจากผู้ป่วยได้ง่ายถ้าไม่ได้ปฏิบัติตาม วิธีการป้องกันการติดเชื้ออย่างเคร่งครัดในกรณีที่ต้องทำงานที่ต้องใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อ
  • ในพิธีการทำศพของผู้ตายที่ตายจากการติดเชื้ออีโบล่า ถ้าผู้ที่ต้องทำศพสัมผัสกับศพที่ติดเชื้ออย่างไม่ระวัง และป้องกันให้ดี ก็สามารถติดเชื้อได้เช่นกัน
  • ผู้ที่ติดเชื้อจะมีเชื้ออยู่ในเลือด สารคัดหลั่งต่างๆ สารคัดหลั่งจากอวัยวะเพศ และน้ำนม และสามารถแพร่เชื้อผ่านทางนี้ได้ ในคนไข้ที่หายจากโรคนี้และกำลังฟื้นตัว จะสามารถแพร่เชื้อผ่านทางสารคัดหลั่งของอวัยวะเพศชาย(Semen) ได้นานถึง 7 สัปดาห์หลังหายจากโรค

อาการของโรค

ระยะฟักตัวของโรคคือ ประมาณ 2-21 วันหลังจากได้รับเชื้อ มนุษย์จะไม่อยู่ในระยะแพร่โรค ถ้ายังไม่มีอาการel-temible-ebola-ebola-outbreak-it-s-real-it-s-here-what-can-you-do

อาการเริ่มแรก คือ ไข้ขึ้นเฉียบพลัน อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหัว เจ็บคอ ตามด้วยอาการ อาเจียน ท้องเสีย ผื่นขึ้น และการทำหน้าที่ของไตและตับแย่ลง และในบางรายจะมีเลือดออกทั้งภายในและภายนอกร่างกาย เช่น เลือดออกตามไรฟัน เลือดออกในทางเดินอาหาร การตรวจเลือด จะพบเม็ดเลือดขาวต่ำ เกร็ดเลือดต่ำ และค่าเอนไซม์ของตับสูงขึ้น

การวินิจฉัย

เป็นการยากที่จะแยกโรค EVD ออกจากโรคติดเชื้ออื่นๆเช่น โรคไข้เลือดออก โรคไทฟอยด์ โรคมาเลเรีย จากการดูอาการที่แสดงออก จำเป็นต้องส่งตรวจทางแลปส์ช่วยในการวินิจฉัย การตรวจก็เช่น

  • antibody-capture enzyme-linked immunosorbent assay(ELISA)
  • antigen-capture detection tests
  • serum neutralization test
  • reverse transcriptase polymerase chain reaction (RT-PCR) assay
  • electron microscopy
  • virus isolation by cell culture
  • ตัวอย่างเลือดและสารคัดหลั่งของผู้ป่วย ที่ส่งตรวจ เป็นสิ่งที่อันตรายมาก ต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย เพราะสามารถทำให้ติดเชื้อได้ง่ายอันตรายถึงชีวิต

การรักษาและวัคซีน

การรักษาแบบประคับประคองตามอาการอย่างทันท่วงที การให้สารน้ำที่พอเพียงไม่ให้มีภาวะร่างกายขาดสารน้ำ ช่วยเพิ่มอัตราการรอดตายของผู้ติดเชื้อ ในปัจจุบันยังไม่มียาหรือสารใดๆ ที่ขึ้นทะเบียนเป็นยามาตรฐานในการรักษาโรคนี้ (มีการใช้ยาสารสกัดจากเลือด และการรักษาทางอิมมูน ในการลองรักษาโรคนี้อยู่แต่ยังไม่เป็นมาตรฐานสากล) ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนสำหรับป้องกันการติดเชื้อนี้ได้

การป้องกันและการควบคุมโรค

  • การป้องกันเชื้อจากสัตว์แพร่สู่คน ด้วยการลดการสัมผัสใกล้ชิดกับ ค้างคาวกินผลไม้ ลิง เอปส์ สัตว์ป่า และงดการบริโภคเนื้อที่ปรุงไม่สุกของสัตว์พวกนี้ และใช้ถุงมือและชุดป้องกันเมื่อต้องสัมผัสกับเนื้อสด เลือด ของสัตว์เหล่านี้
  • การป้องกันการติดเชื้อจากคนสู่คน งดการสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนที่ป่วยเป็นโรคนี้ หรือสงสัยว่าติดเชื้อโรคนี้อยู่ ถ้ามีความจำเป็นที่ต้องใกล้ชิดหรือดูแลคนเหล่านี้ ต้องใส่ถุงมือ ชุดป้องกัน หน้ากากปกปิดอย่างมิดชิด และต้องล้างมือบ่อยๆ
  • การจำกัดวงการระบาด เมื่อเจอผู้ที่สงสัยว่าติดเชื้อ ต้องแยกผู้ป่วยดูแล แยกผู้ป่วยป้องกันการแพร่เชื้อขั้นสูงสุด ติดตามตัวบุคคลที่สัมผัสกับผู้ป่วยก่อนหน้านี้ และกักบริเวณ เฝ้าสังเกตอาการ ตรวจทางแลปส์เมื่อสงสัยว่าติดเชื้อ และทำการรักษา อย่างทันท่วงที จะเป็นการช่วยจำกัดวงการระบาด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Author: Dr.Pradit

Share This Post On
Share This