แนวโน้ม อุตสาหกรรมการดูแลผู้สูงอายุ จากต่างประเทศ สู่ไทย

 1. สถานการณ์ในช่วงปัจจุบัน ของอุตสาหกรรม การดูแลผู้สูงอายุ

ในประเทศสหรัฐอเมริกา อุตสาหกรรมการดูแลผู้สูงอายุ ได้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงของประชากร ทั้งในด้านจำนวนประชากร, สัดส่วนของประชากรในแต่ละช่วงอายุ และสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ยกตัวอย่างเช่น สภาพของสังคมในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองก็อย่างหนึ่ง สภาพของสังคมในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง (เรียกช่วงนี้ว่า Silent Generation) ก็อย่างหนึ่ง สภาพของสังคมช่วง Baby Boomer ก็อย่างหนึ่ง ซึ่งช่วงหลังนี้การเข้ามาของลัทธิบริโภคนิยม การมีวัฒนธรรมการใช้ชีวิตที่รีบเร่ง, การมีวัฒนธรรมบริโภค Fast food ฯลฯ ยิ่งทำให้มุมมองความต้องการ การดูแลผู้สูงอายุยิ่งเริ่มเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนขึ้น

กล่าวคือ มีความคาดหวังในการได้รับการบริการ และคุณภาพของการบริการมากขึ้น ทั้งต่อพ่อแม่ของตนเองที่จะต้องได้รับบริการในขณะนั้น และต่อตนเองที่จะต้องได้รับบริการในอนาคตด้วย ในยามแก่ตัวลง ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก็เริ่มมีมากขึ้นๆ จนมาถึงยุคปัจจุบัน และการดูแลผู้สูงอายุแบบดั้งเดิมนั้น เริ่มจะไม่ตอบสนองต่อความต้องการ ที่แท้จริงของผู้คนในยุคหลังๆ นี้แล้ว

2. แนวโน้มที่อุตสาหกรรมทางด้านการดูแลผู้สูงอายุ จะเปลี่ยนแปลงไปจากแบบดั้งเดิมคือ

  • มีความต้องการคุณภาพการดูแลผู้สูงอายุที่มากขึ้น (เพราะค่าเฉลี่ยของผู้สูงอายุที่เป็นผู้ที่มีการศึกษามากขึ้น และมีผู้สูงอายุที่มีฐานะทางการเงินที่มากขึ้นด้วย)
  • ต้องการตัวเลือกของการบริการที่มากขึ้น
  • ต้องการสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ และเอื้ออำนวยต่อสุขอนามัยที่มากขึ้น
  • ต้องการการควบคุมคุณภาพ ของโครงการการดูแลผู้สูงอายุที่มากขึ้น และการควบคุมคุณภาพนั้น ต้องการสิ่งที่วัดค่าได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เช่น อาจจะมีการตั้งคำถามที่ว่า ผู้สูงอายุจะล้มน้อยลงไหม? ผู้สูงอายุจะมีความดันโลหิตที่ลดลงไหม? ผู้สูงอายุจะมีความเครียดที่ลดลงไหม? หลังจากที่ได้เข้าร่วมอยู่ในโครงการหนึ่งๆ แทนที่จะบอกอย่างเป็นนามธรรมเพียงแค่ว่า ผู้สูงอายุจะมีสภาพชีวิตที่ดีขึ้นเท่านั้น (ไม่มีรูปธรรมที่จับต้องได้ในการวัดค่า)
  • มีข้อกำหนดในการเข้าร่วมโครงการผู้สูงอายุ ที่ยืดหยุ่นขึ้น (ไม่เหมือนแบบดั้งเดิม ที่มักมีข้อกำหนดต่างๆ ที่ตายตัว)
  • มีการสำรวจความคิดเห็น ความต้องการของผู้ที่จะใช้บริการจริงๆ ผ่านทางอินเตอร์เนต หรือโซเชี่ยลมีเดีย ที่เข้าถึงได้ง่ายมากในปัจจุบัน

3. การสำรวจและการประเมินคาดการทางด้าน ประชากรวิทยา ของผู้สูงอายุoldage2

  • ในปี ค.ศ. 2010 ประเทศอเมริกา มีประชากรผู้สูงอายุ ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ประมาณ 13 % ของประชากรทั้งหมด หรือประมาณ 40 ล้านคน
  • ในปี ค.ศ. 2025 ประเทศอเมริกา คาดว่าจะมีประชากรผู้สูงอายุ ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ประมาณ 63 ล้านคน
  • ในปี ค.ศ. 2030 ประเทศอเมริกา คาดว่าจะมีประชากรผู้สูงอายุ ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ประมาณ 19 % ของประชากรทั้งหมด หรือประมาณ 71 ล้านคน
  • ไม่เกินปี ค.ศ. 2050 ทั้งโลกคาดว่าจะมีประชากรผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ประมาณ 16.4 % ของประชากรทั้งหมด หรือประมาณ 1,530 ล้านคน
  • ไม่เกินปี ค.ศ. 2050 ประเทศญี่ปุ่น คาดว่าจะมีประชากรผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ประมาณ 33 – 35 % ของประชากรทั้งหมด (เรียกปรากฏการณ์นี้กันว่า Aging Tsunami)
  • ในปัจจุบัน ประเทศจีน มีประชากรผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ประมาณ 12.5 % ของประชากรทั้งหมด หรือประมาณ 169 ล้านคน
  • ไม่เกินปี ค.ศ. 2050 ประเทศจีน คาดว่าจะมีประชากรผู้สูงอายุ ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ประมาณ 31 % ของประชากรทั้งหมด

การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของประชากรผู้สูงอายุ เป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างยิ่ง ต่อการกำหนดนโยบายสาธารณะของประเทศต่างๆ การวางแผนปฏิบัติการ และการเตรียมผู้ปฏิบัติการ ในการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ แก่ผู้สูงอายุ นอกจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านจำนวนประชากรแล้ว การเปลี่ยนแปลงทางด้านวิถีการดำเนินชีวิต เช่น การเปลี่ยนจากการอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ มีคนหลายๆรุ่นอยู่ร่วมกันในครอบครัวเดียว เช่น ปู่-ย่า, ตา-ยาย, พ่อ-แม่, ลูก-หลาน กลายมาเป็นครอบครัวเล็ก มีแค่คนสองรุ่นอยู่ร่วมกันในครอบครัว เช่น พ่อ-แม่-ลูก เท่านั้น นี้ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้รูปแบบการดูแลผู้สูงอายุยุคใหม่ได้เริ่มขึ้น และกำลังเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

4. การเข้าถึงการบริการการดูแลผู้สูงอายุ

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวข้างต้น ต้องการระบบที่ยืดหยุ่นพอ ในการจัดการกับการดูแลผู้สูงอายุในปัจจุบัน แต่ในความเป็นจริงนั้น เราไม่สามารถจัดการที่อยู่อาศัย และการดูแลพิเศษให้แก่ผู้สูงอายุทุกคน ในสังคมหรือประเทศได้ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ยังคงอาศัยอยู่ในบ้านของตนเอง ที่ส่วนใหญ่ไม่ได้มีการจัดทำสิ่งต่างๆ ที่เป็นพิเศษต่อผู้สูงอายุนัก

ดังนั้นการจัดทำสถานที่สาธารณะต่างๆ เช่น สนามบิน ศูนย์การค้า สถานที่ราชการ ป้ายรถเมล์ ฯลฯ ให้เหมาะสมและเอื้ออำนวยต่อผู้สูงอายุ ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่รัฐ ควรจะต้องคำนึงถึงและจัดทำไว้ให้

สิ่งแวดล้อมที่ดี มีความสำคัญมากต่อผู้สูงอายุ ถ้าเรามีการวางแผนการจัดการ การดูแลที่ดี เราจะมีผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองได้ (ในระดับหนึ่ง ไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่นทุกเรื่องและตลอดเวลา) ผู้สูงอายุจะเป็นผู้สูงอายุที่มีความภาคภูมิใจในศักดิ์ศรีของตนเอง มีสุขภาพที่ดี และมีความสุขในชีวิต

แต่ถ้าเรามีการวางแผนจัดการการดูแลที่ไม่ดีพอ เราจะมีผู้สูงอายุที่มีชีวิต ที่เหมือนถูกขังคุก สับสน และซึมเศร้า

ในอดีตเราจะได้ยินอยู่บ่อยๆ ในเรื่องไม่ดีของการส่งพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ ให้ไปอยู่ในสถานรับเลี้ยงคนชรา เพราะสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่ดีพอ จากการบริหารจัดการ การดูแลที่ไม่เหมาะสมหรือสมบูรณ์แบบ จึงทำให้ภาพลักษณ์นี้ติดไปอยู่ในใจคนทั่วไปในสังคมว่า การไปอยู่หรือการส่งบุพการีของตนไปอยู่ในสถานที่แบบนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ดี เป็นลูกไม่มีความกตัญญู แต่ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมการดูแลคนสูงอายุ ได้เข้ามาทำให้ภาพลักษณ์แบบเก่านี้เปลี่ยนไป การบริหารจัดการที่ดี การออกแบบที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม สวยงาม สภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ สวยงามร่มรื่น สิ่งเหล่านี้จะทำให้คนเริ่มจะหันมาใช้บริการอุตสาหกรรมการดูแลผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆ จนคาดได้ว่าน่าจะมีไม่พอต่อความต้องการของคนทั่วไป ในอนาคตอย่างแน่นอน

5. แนวทางการแก้ปัญหา

ในการจัดทำสถานดูแลผู้สูงอายุที่สมบูรณ์แบบนั้น ต้องการเงินทุนในการจัดทำที่สูง แต่ในสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำ และผู้สูงอายุส่วนใหญ่ของประเทศ ยังมีฐานะทางเศรษฐกิจไม่ค่อยดี นี่เป็นจุดที่ท้าทายมากของอุตสาหกรรมการดูแลผู้สูงอายุ ที่จะสร้างสรรค์ผลงาน การจัดการการดูแลผู้สูงอายุที่ดีพอสมควร แต่ผู้ใช้บริการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก ในการซื้อบริการที่แพงมากจนเกินกำลัง นี่จึงเป็นสิ่งที่ต้องมีการวางแผนการจัดการอย่างดี

Author: Dr.Pradit

Share This Post On
Share This