จับผิดพวกขายอาหารเสริมรักษาโรค

จากการที่ผมได้พบเห็นรายการทางวิทยุ ไม่ว่าจะเป็นช่อง AM FM หรือรายการทางโทรทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นทางช่อง Free TV ทั่วไป หรือช่องผ่านทางดาวเทียม ในปัจจุบันเราจะพบว่า มีการโฆษณาขายผลิตภัณฑ์ทางสุขภาพกันอย่างมากมายและโจ่งครึ่ม ผมจึงอยากจะขอตั้งข้อสังเกตของผมเอง ในฐานะบุคคลที่อยู่ในวงการเพื่อสุขภาพของประชาชน เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เหล่านี้ดังต่อไปนี้ เพื่อเป็นมุมมองที่อาจจะมีประโยชน์ ให้แก่ประชาชนที่ไม่มีความรู้ทางด้านนี้โดยตรง ได้ใช้ประกอบการพิจารณาในการที่จะซื้อมาใช้หรือมารับประทาน

1. ผลิตภัณฑ์พวกนี้ชอบอ้างในการโฆษณาว่าผลิตภัณฑ์ของตนเองนั้นมีตรา อย. แต่ไม่เคยบอกประชาชนเลยว่าที่ผลิตภัณฑ์ของตนเองนั้นจดทะเบียนกับ อย. เป็นแค่เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม แต่เวลามาโฆษณาจะโฆษณาเป็นแแบบยาเลยคือ สามารถรักษาโรคนั้นโรคนี้ได้สารพัด ซึ่งความจริงการกระทำอย่างนี้ผิดกฎหมาย (แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐที่รับผิดชอบมาจัดการเรื่องนี้ ไม่ทราบว่ามีอะไรปิดหูปิด ตาอยู่หรือเปล่าจึงมองไม่เห็น) ที่ผิดกฎหมายก็คือ จดทะเบียนเป็นอาหารเสริม ซึ่งในความเป็นจริงไม่มีสิทธิจะมาโฆษณาเป็นยาได้ พวกนี้รู้ทั้งรู้แต่ก็ยังทำ

2. ผลิตภัณฑ์พวกนี้มักอ้างสรรพคุณที่ฟังดูเหลือเชื่อ เช่น สามารถรักษาได้สารพัดโรค ทั้งที่โรคต่างๆ ที่กล่าวมานั้น แทบจะไม่เกี่ยวพันธ์กันเลยในแง่ของสาเหตุของการเกิดโรค กลไกการเกิดโรค วิธีการรักษา แต่ผลิตภัณฑ์พวกนี้ก็กล่าวอ้างได้อย่างหน้าตาเฉย โดยที่ไม่เคยสนใจที่จะอธิบายกลไกการออกฤทธฺ์ของผลิตภัณฑ์ของตนเองเลย ว่าออกฤทธิ์ในการรักษาโรคต่างๆ ได้อย่างไร (ที่ไม่อธิบายนั้นโดยส่วนตัวของผมเองเชื่อว่าเพราะเขาอธิบายไม่ได้ เพราะสิ่งที่เขาโฆษณานั้นมันเป็นการยกเมฆขึ้นมาเองเสียส่วนใหญ่ เพียงเพื่อหวังรวยจากการขายของได้เท่านั้น)

3. ผู้ที่เป็นตัวแทนโฆษณาผลิตภัณฑ์ (Presenter) โฆษณาให้ผลิตภัณฑ์พวกนี้นั้น ส่วนใหญ่เป็นพวกที่ไม่มีความรู้ทางด้านการแพทย์ หรือสุขภาพโดยตรงเลยเป็นส่วนใหญ่ เช่น พวกดารา พวกตลก พวกนักพูดโน้มน้าว พวกนี้อาศัยการได้เงินค่าจ้างให้มาพูด พูดให้สินค้าที่เจ้าของสินค้าที่จ่ายเงินจ้างตนมาให้ พูดให้สินค้าดูดี ให้น่าเชื่อถือ พูดเป็นตุเป็นตะอย่างไม่ค่อยมีความรับผิดชอบ ทั้งที่ตนเองที่มาพูดเหล่านั้นมีความรู้ทางสุขภาพและผลิตทางสุขภาพเท่าหาง อึ่ง ที่ผลิตภัณฑ์พวกนี้ไม่ค่อยมีหมอมาออกทีวีโฆษณาโดยตรง ก็เพราะว่าหมอส่วนใหญ่ย่อมไม่กล้าอย่างแน่นอน ที่จะออกมาพูดรับประกันให้กับสินค้าที่ไม่มีสรรพคุณจริง ตามที่กล่าวอ้างนั้นได้ (สินค้าบางตัวเจ้าของเป็นหมอ เจ้าตัวยังไม่ค่อยกล้าออกมาโฆษณาเองเลย มีแต่ไปออกงานถ่ายภาพให้กับเครือข่ายสมาชิกที่ขายสินค้านั้นๆ)

4. กิจกรรมของบริษัทที่ขายสินค้าเหล่านี้ มักจะเป็นการสัมนาเพื่อแนะนำการขาย วิธีการขาย วิธีการสร้างเครือข่ายขายตรง การปลุกเร้าให้มีการสร้างยอดขายให้ได้มากๆ แทบจะไม่เคยมีกิจกรรมที่จะช่วยพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ว่าผลิตภัณฑ์ที่ตนเองขายและโฆษณาเสียเรอเลิศนั้นมันได้ผลจริงและสามารถ พิสูจน์ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์แบบที่นานาอารยะประเทศเค้าทำกัน (เรื่องนี้คุณลองสังเกตดูได้เลยครับในช่องทีวีดาวเทียมทั้งหลาย)

5. หลายๆ ครั้งบริษัทขายผลิตภัณฑ์เหล่านี้ จะเอาคนไข้โรคต่างๆ มาออกทีวี ออกทีวีดาวเทียม แล้วให้มาเล่าประสบการณ์ที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้วได้ผลอย่างเลิศเรอ เหลือเชื่อ จนผมเองบางครั้งฟังแล้วยังเคลิ้มตาม เรื่องนี้ผมขอแยกความเห็นเป็นสองแบบคือ

  • พวกนี้อาจจะเป็นหน้าม้าที่บริษัทจ้างมาเพื่อโฆษณาชวนเชื่อโดยเฉพาะ หรือ
  • พวกนี้อาจจะเป็นคนไข้จริงๆ ที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้แล้วดีขึ้นจริงในระดับหนึ่ง แต่ผมก็ยังเห็นว่า การกระทำเช่นนี้ไม่เหมาะสม เพราะว่า ยาหรือผลิตภัณฑ์ทางสุขภาพใดๆ จะสามารถออกมาอ้างสรรพคุณว่ามีสรรพคุณอย่างนั้นจริงได้ จะต้องทดลองใช้หรือพิสูจน์แล้วว่ามีผลอย่างนั้นกับคนส่วนใหญ่จริงๆ ไม่ใช่ใช้ได้ผลต่อคนบางคน แล้วนำมาโฆษณาอย่างโจ่งครึ่มแบบนี้

6. ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักจะมีราคาแพงมากจนผิดสังเกต ขวดนึงกระป๋องนึงราคาเป็นพันๆ บาทหรือหลายพันบาท เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะว่าผลิตภัณฑ์พวกนี้ มักจะไม่มีลูกค้าที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ ชนิดที่ซื้อกินกันอย่างต่อเนื่องยาวนาน เพราะว่าพอกินไปได้สักระยะหนึ่ง คนเหล่านั้นก็จะรู้ว่า มันไม่ได้ผลจริงตามที่โฆษณาไว้ คนเหล่านั้นก็จะเลิกกินต่อ หรือคนเหล่านั้นอาจจะล้มหายตายจากไป เพราะเหตุจากการเลิกการรักษาแบบการแพทย์แผนปัจจุบัน แล้วหันไปกินผลิตภัณฑ์เหล่านี้ จนเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคประจำตัวของตนจนตายหรือพิการไป ดังนั้นผลิตภัณฑ์พวกนี้ก็จึงต้องหาเหยื่อรายใหม่ๆ ต่อไปเรื่อยๆ ดังนั้นราคาที่ขายจึงจำเป็นต้องแพงไว้ก่อน และสาเหตุที่ต้องแพงอีกข้อหนึ่งก็คือ สินค้าพวกนี้จะถูกกินเปอร์เซ็นกันเป็นทอดๆ โดยผู้นำเสนอขาย ตามลักษณะของรูปแบบการขายตรง MLM

สุดท้ายนี้ผมขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนผู้ บริโภคทั้งหลายว่า ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมออกมาวางขาย หรือเสนอขายเป็นจำนวนมาก ถ้าผลิตภัณฑ์ใดมีพฤติกรรมอย่างที่ผมได้ยกตัวอย่างไว้แล้วข้างต้น ขอให้ท่านจงใช้วิจารณญาณให้จงหนักครับ เพราะท่านอาจจะเป็นอีกคนหนึ่ง ที่รู้สึกว่าตนเองโง่ หลังจากที่ลองอุดหนุนผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไปแล้วได้สักระยะหนึ่ง

และผมขอฝากไปยังเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่างๆ เหล่านี้รวมทั้งผู้ที่เป็นเครือข่ายในการนำเสนอ และการขายผลิตภัณฑ์ว่า การแสวงหาความร่ำรวย (บนความหลอกลวง) จากความเจ็บป่วยทุกข์ยากของคนอื่นๆ นั้นมันเป็นบาปอย่างยิ่งนะครับ ผลกรรมนี้จะติดตามท่านไปทำให้ท่านสุขภาพไม่ดี เจ็บป่วยกระเสาะกระแสะไม่ในชาตินี้ก็ชาติถัดๆ ไปอย่างแน่นอนครับ ยิ่งถ้ารู้แล้วยังทำเป็นไม่รู้ หลับหู หลับตาหลอกคนเจ็บไข้ได้ป่วยที่กำลังแสวงหาที่พึ่งอยู่ให้ได้รับทุกขเวทนาหนักขึ้นไปอีก …….. บาปหนักแน่ๆ ครับ

Author: drdragon

Share This Post On
Share This