มารู้จัก Pearly penile papule กันเถอะครับ

Pearly penile papule หรือถ้าเรียกเป็นทางการแพทย์ว่า Hirsuties papillaris genitalis เป็นเนื้อเล็กๆ ที่สีเดียวกับผิวหนัง ที่เกิดขึ้นที่บนอวัยวะเพศ มักจะพบรอบๆ คอของอวัยวะเพศ ภาวะนี้มักจะไม่ก่อให้เกิดอาการใดๆ ทั้งสิ้น แต่มีบางคนเหมือนกันที่บอกว่า มีความรู้สึกที่ไม่สบายบริเวณดังกล่าวที่มีเนื้อนี้ขึ้นนัก ภาวะนี้ไม่มีอันตรายใดๆ และไม่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์  ภาวะนี้พบได้บ่อยในผู้ชายที่มีอายุอยู่ระหว่าง 20-30 ปี และจะพบน้อยลงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออายุมากขึ้น ผู้ชายที่ไม่ได้ทำการขลิบหนังหุ้มปลาย จะพบภาวะนี้ได้มากกว่ากลุ่มผู้ชายที่ทำการขลิบหนังหุ้มปลายแล้ว แม้ว่าภาวะนี้เป็นภาวะปกติที่เกิดขึ้นได้ในคนปกติ และไม่มีความจำเป็นต้องทำการรักษาใดๆ แต่ในผู้ชายบางคนก็มีความทุกข์ที่มีสิ่งนี้อยู่บนอวัยวะเพศตนเอง และก่อให้เกิดความอับอายต่อคู่นอนของตนเอง จนต้องแสวงหาการรักษาในที่สุด

ความจริงเกี่ยวกับภาวะ Pearly penile papule

  1. ภาวะนี้พบได้บ่อยคือพบได้ถึง 25% ของผู้ชาย และพบได้มากขึ้นในคนที่ไม่ได้ทำการขลิบหนังหุ้มปลาย
  2. ลักษณะของภาวะนี้คือ ติ่งเนื้อขนาดเล็ก สีเดียวกับผิวหนัง มักเกิดขึ้นรอบๆ คอ หรือส่วนล่างของปลายอวัยวะเพศ และมักจะไม่ก่อให้เกิดอาการใดๆ เช่น อาการคัน อาการแสบ อาการปวดใดๆ
  3. ภาวะนี้เป็นภาวะที่พบได้ปกติไม่สามารถติดต่อไปสู่คนอื่นทางการมีเพศสัมพันธ์ และไม่สามารถติดมาจากคนอื่นทางการมีเพศสัมพันธ์เช่นกัน
  4. ภาวะนี้ บ่อยครั้งได้รับการเข้าใจผิดว่าเป็นหูดที่อวัยวะเพศ หรือหูหงอน ไก่ แม้แพทย์บางท่านยังไม่รู้จักภาวะนี้ ดังนั้นถ้ามีข้อสงสัยในการวินิจฉัย ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคผิวหนังหรือโรคของอวัยวะเพศ
  5. ในผู้ชายบางคนภาวะนี้ ทำให้เกิดความเครียด หรือตะขิดตะขวงใจอย่างมาก และในบางรายคิดว่าตนเองเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  6. ยาป้ายที่ใช้ในการรักษาหูดที่อวัยวะเพศ ไม่สามารถรักษาภาวะนี้ได้ แถมยังจะทำให้เกิดการระคายเคืองมากขึ้นได้
  7. การใช้ CO2 laser สามารถทำลายภาวะนี้ได้โดยไม่ทำร้ายต่อเนื้อเยื่ออื่นๆ ของอวัยวะเพศ การรักษาด้วยเลเซอร์นี้ ไม่ต้องฉีดยาชา เพียงใช้ยาชาชนิดครีมทาเพื่อให้ชาก่อนทำการรักษา
  8. หลังการรักษาด้วยเลเซอร์นี้ ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำงานได้เลยในวันรุ่งขึ้น  โดยมีแค่ความรู้สึกระคายเคืองเล็กน้อยที่บริเวณที่ได้รับการรักษา
  9. หลังทำการรักษาแผลจะหายภายในสองสัปดาห์ และสามารถมีเพศสัมพันธ์ ได้หลังจากนั้น
  10. หลังทำการรักษาวิธีนี้ ไม่พบว่าเกิดรอยแผลเป็นอย่างชัดเจน หรือการสูญเสียความรู้สึกของอวัยวะเพศใดๆ เลย และโอกาสที่จะเกิดการอักเสบติดเชื้อต่ำมาก

 

Author: Dr.Pradit

Share This Post On
Share This