Milia เป็นกันแทบทุกคน แต่มักไม่รู้จักชื่อของมัน

ท่านเคย เห็นตุ่มเม็ดขาวๆ เหลืองๆ ที่บริเวณหน้าของท่านหรือคนรู้จักของท่านหรือไม่ครับ ลักษณะของมันคล้ายสิวแต่ไม่ใช่สิว มันจะคงอยู่นานจนท่านรำคาญ ไม่โตขึ้นแต่ก็ไม่เล็กลง ไม่เจ็บไม่ปวด ไม่อักเสบบวมแดง แต่ก็ไม่หายเสียที จนท่านทนไม่ไหวต้องเอาเข็มไปบ่งบีบออกมาพบเป็นก้อนขาวๆ เหลืองๆ คล้ายแป้ง เจ้าสิ่งนี้เราเรียกว่า Milia ครับ ไม่มีชื่อภาษาไทย แต่คนไทยเป็นกันมากพอสมควรครับ

Milia

miliaเป็น ซีสต์เล็กๆ ตื้นๆ ขนาดประมาณ 1-2 มิลลิเมตร สีออกเหลืองๆ ขาวๆ อยู่เป็นกลุ่มหลายๆ เม็ดหรือเม็ดเดี่ยวๆ พบเห็นได้ที่ หน้าผาก แก้ม และจมูกของเด็กทารก (ในผู้ใหญ่ก็พบได้) และอาจจะพบในช่องปาก (กลางเพดานปาก) ได้ด้วย

การระบาดวิทยา

อายุ : พบได้ทุกอายุ โดยเฉพาะในเด็กแรกเกิด

เพศ : ชาย=หญิง

ความชุก : มากกว่า 40 % ของเด็กทารก พบ Milia บนผิวหนัง
มากกว่า 85% ของทารก พบ Milia ในปาก บนกลางเพดานปาก

สาเหตุ : อาจจะสัมพันธ์กับการบาดเจ็บ <Trauma> ส่วนผิวของผิวหนังระหว่างการคลอด

พยาธิสรีระวิทยา

Milia  เกิดจากการเกิดการตกค้างของ Keratin ( โปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในหนังกำพร้า ผม เล็บ ) ในชั้นตื้นของผิวหนัง และก่อตัวเป็นถุงซีสต์เล็กๆ

การตรวจร่างกาย

จะพบ Papule (ตุ่มเล็กๆ) สีขาวขนาดเท่าหัวเข็ม จำนวนหนึ่ง ถึงจำนวนมาก

ขนาด 1-2 มิลลิเมตร

สี ขาวหรือออกเหลือง

การกระจาย  ที่หน้าผาก จมูก แก้ม เหงือก กลางเพดานปาก นานๆทีอาจจะพบได้ที่ อวัยวะเพศชาย หรือจุดที่มีการบาดเจ็บ

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

การตรวจทางพยาธิวิทยา จะพบว่าเป็น ซีสต์ เล็กๆ ที่ผิวหนังชั้นตื้น  ที่ภายในบรรจุไปด้วย Keratin  (โปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในหนังกำพร้า ผม เล็บ)

การดำเนินโรค

Milia  ควรจะหายไปได้เอง ภายในไม่กี่สัปดาห์ของชีวิต ถ้าไม่หายหรือมีการเป็นต่อเนื่อง หรือกระจายมากขึ้น อาจจะพบสัมพันธ์กับโรคอื่นๆ ควรไปพบแพทย์เพื่อช่วยในการวินิจฉัยและรักษา

การรักษา

ไม่มีความจำเป็นต้องรักษา ในจุดที่มีผลกระทบต่อความสวยงาม อาจจะสะกิดและเค้นออก

 

Author: drdragon

Share This Post On
Share This