แผลที่บริเวณอวัยวะเพศ ปัญหาที่ถูกถามบ่อยๆ ในเวบไซด์นี้

เท่าที่ผมสังเกตพบว่า ปัญหาการมีแผลที่อวัยวะเพศและบริเวณใกล้เคียงอวัยวะเพศนั้น เป็นปัญหาที่ได้รับการถามถึงและปรึกษากันอย่างมากในเวบไซด์นี้ ผมจึงขอเรียบเรียงโรคที่เป็นสาเหตุของการเกิดแผลที่อวัยวะเพศให้ดูกันอย่าง คร่าวๆเพื่อเป็นแนวทางในการวินิจฉัยแยกโรค และเมื่อสนใจจะรู้จักโรคไหนมากขึ้นอย่างละเอียดผมก็จะทำลิงค์ (Link)ไปสู่บทความเรื่องนั้นๆที่อยู่ในเวบนี้ให้ท่านไว้ได้ติดตามอ่านกัน อย่างละเอียดอีกทีนะครับ

โรคที่อาจจะเป็นไปได้ ในกรณีที่เกิดแผลที่บริเวณอวัยวะเพศ

1.โรคที่ไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

1.1 สาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรียทั่วๆไป สาเหตุนี้อาจจะเกิดจากการที่เราเผลอ แกะเกาผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ แล้วทำให้เกิดแผล แล้วตามมาด้วยการติดเชื้อเชื้อแบคทีเรียธรรมดา ที่ไม่ใช่เชื้อที่ก่อให้เกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เข้ามาซ้ำเติม จนทำให้เกิดการติดเชื้อลุกกลาม กลายเป็นแผลขึ้นได้ ลักษณะของแผลมักจะไม่มีลักษณะรูปร่างจำเพาะ และมักจะเจ็บปวดบวมแดงได้เนื่องจากการอักเสบเฉียบพลัน

1.2 สาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรียทั่วๆไป แต่เกิดขึ้นตามหลังการเป็นผื่นผิวหนัง จากสาเหตุอื่นๆนำมาก่อน เช่นการเป็นผื่นเชื้อราบนผิวหนังที่เนื้อบริเวณร่มผ้า หรือการเป็นผื่นคันที่เกิดจากการแพ้ใดๆนำมาก่อน เช่นการแพ้แป้ง แพ้โลชั่น หรือครีมที่นำไปทาบริเวณนั้น สาเหตุดังกล่าวข้างต้นทำให้เรามีอาการคันอย่างมาก ทำให้เราแกะเกาและการที่เราแกะเกาผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ อย่างมากและประกอบกับความอับชื้นบริเวณนี้  ทำให้เกิดแผลแล้วตามมาด้วยการติดเชื้อ แต่เป็นเชื้อแบคทีเรียธรรมดาที่ไม่ใช่เชื้อที่ก่อให้เกิดโรคติดต่อทางเพศ สัมพันธ์เข้ามาซ้ำเติม จนทำให้เกิดการติดเชื้อลุกกลาม กลายเป็นแผลขึ้นมาได้ ลักษณะของแผลมักจะไม่มีลักษณะรูปร่างจำเพาะ และมักจะเจ็บปวดบวมแดงได้เนื่องจากการอักเสบเฉียบพลัน

1.3 แผลที่เกิดจากโรคมะเร็งหรือเนื้องอกต่างๆที่บริเวณอวัยวะเพศ (จะไม่ลงในรายละเอียดในที่นี้ เพราะพบน้อยมาก)1.4 แผลที่เกิดจาก การเกิดอุบัติเหตุต่างๆที่อวัยวะเพศ เช่นการมีเพศสัมพันธ์กันอย่างรุนแรงหนักหน่วง หรือในท่าที่พิสดาร ก็ก่อให้เกิดแผลหลังการมีเพศสัมพันธ์ได้1.5 แผลที่เกิดจากการมีซีสต์ หรือต่อมที่ผิวหนังอุดตัน นำมาก่อน แล้วอักเสบแตกเป็นหนองแล้วนำไปสู่การเกิดแผลขึ้น  เช่น โรค Bartholin’s abscess ในผู้หญิง หรือโรค Infected sebaceous cyst ในทั้งผู้หญิงหรือผู้ชาย

2.แผลที่เกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่รวบรวมได้มีดังต่อไปนี้

2.1 โรคเริมที่อวัยวะเพศ การดำเนินไปและลักษณะของโรคก็คือ ผู้ป่วยอาจจะพบว่ามีตุ่มน้ำใสขึ้นเป็นตุ่มเล็กๆขึ้นกันเป็นกลุ่มเบียดกัน อยู่บริเวณนั้นๆ แล้วมีอาการปวดแสบปวดร้อนได้ มักจะไม่คัน และมักจะตามมาด้วยการแตกเป็นแผล อาจจะพบหลายๆแผล ในผู้ชายมักพบที่บริเวณปลายหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ หรือที่ปลายอวัยวะเพศ ในผู้หญิงอาจจะพบได้ที่บริเวณปากช่องคลอด หรือแม้กระทั่งในช่องคลอดก็ ได้ จะมีอาการเจ็บแสบมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่โดนน้ำปัสสาวะหรือโดนน้ำธรรมดา เวลาล้างทำความสะอาด ลักษณะสำคัญที่ทำให้นึกถึงโรคนี้มากขึ้น ก็คือโรคนี้มักจะมีประวัติการเคยเป็นมาก่อน(ยกเว้นกรณีที่เป็นครั้งแรก) ลักษณะของแผลหรือตุ่มน้ำใสและตำแหน่งที่เกิดมักจะเหมือนกับที่เคยเป็นครั้ง ก่อนๆ (อ่านรายละเอียดของโรคได้ใตาม Link ของโรคเริม)http://medicarezine.com/blog/2009/10/01/herpes-simplex/

2.2 โรคซิฟิลิส เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Treponema pallidum โรคซิฟิลิสระยะที่มีแผลบริเวณอวัยวะเพศคือโรคซิฟิลิสระยะที่ 1 ลักษณะของแผลมักจะเป็นแผลเล็กๆ กลม นิ่ม ขอบแข็ง มักจะไม่เจ็บปวด(ระยะเวลาในการเกิดแผลหลังรับเชื้อประมาณ 3 สัปดาห์ถึง 3 เดือน) และถ้าแผลเกิดที่ตำแหน่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้เราอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่ามีแผลอยู่ และแผลนี้จะหายไปได้เอง(ประมาณ 1 เดือน) ถ้าไม่ได้รับการรักษาโรคก็จะดำเนินไปสู่ระยะที่ 2 (อ่านรายละเอียดของโรคได้ใตาม Link โรคซิฟิลิส)http://medicarezine.com/blog/2009/10/06/syphili/

2.3 โรคแผลริมอ่อน  เป็นโรคที่เกิดเชื้อแบคทีเรีย Haemophillus ducrei ระยะเวลาในการเกิดแผลหลังการได้รับเชื้อ อยู่ที่ประมาณ 3-5 วัน  แผลอาจจะเกิดเพียงหนึ่งแผลหรือหลายแผลก็ได้ ในผู้ชายมักเจ็บปวดมาก แต่ในผู้หญิงอาจจะไม่เจ็บปวดเลยก็ได้  ลักษณะของแผลมักเป็นแผลที่มีขอบคลำดูแล้วนิ่มๆ พื้นแผลดูสกปรกๆ และจะมีต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโต บางครั้งเรียกต่อมน้ำเหลืองที่อักเสบนี้ว่า ฝีมะม่วงเหมือนกันกับโรค LGV และเจ็บปวดด้วย และต่อมน้ำเหลืองนี้อาจจะแตกออกเป็นหนองและเป็นแผลได้ (อ่านรายละเอียดของโรคได้ใตาม Link โรคแผลริมอ่อน)
http://medicarezine.com/blog/2009/10/07/chancroid/#comment-287

2.4 โรค LGV < Lymphogranuloma venereum > โรคนี้บางคนเรียกว่า ฝีมะม่วง เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่ชื่อว่า Clamydia trachomatis  แผลที่เกิดจากโรคนี้มักเป็นแผลที่บริเวณอวัยวะเพศส่วนที่สัมผัสกับเชื้อโรค ในบางครั้งผู้ป่วยไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่ามีแผลเกิดขึ้นและแผลนี้จะหายไปได้ เองโดยยังไม่ทันได้รับการรักษา และบ่อยครั้งที่ผู้ป่วยมาพบแพทย์เมื่อแผลนั้นหายไปหมดแล้ว ลักษณะสำคัญของโรคนี้ก็คือการมีต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโต ลักษณะคล้ายมะม่วงอกร่องจึงถูกเรียกว่า ฝีมะม่วง  (อ่านรายละเอียดของโรคได้ใตาม Link โรค LGV)http://medicarezine.com/blog/2009/10/16/lymphogranuloma-venereum/