เลือดออกใต้เยื่อบุตา…ดูน่ากลัว…แต่มักจะไม่อันตราย

ภาวะเลือดออกใต้เยื่อบุตา (Subconjunctival Hemorrhage)

นิยามของภาวะนี้

subconjunctival hemorrhageภาวะนี้เกิดขึ้นจากการที่มีเส้นเลือดเล็กๆ ที่ใต้เยื่อบุตาแตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณตาขาว บางครั้งกว่าคุณจะรู้ตัวว่าคุณเป็นภาวะนี้ ก็ต่อเมื่อคุณไปส่องกระจกหรือมีบุคคลอื่นทักว่า ที่ตาขาวของคุณมีรอยแดงของเลือดแล้ว

เยื่อบุตาไม่สามารถดูดซึมเลือดได้เร็วนัก ดังนั้นเลือดที่ออกก็จะถูกขังอยู่ภายใต้ เยื่อใสๆ ของตาขาว ภาวะนี้แม้ว่ามันจะดูภายนอกว่าน่ากลัวหรือน่าจะมีความเจ็บปวดมาก แต่ในอันที่จริงแล้ว ภาวะนี้มักจะไม่มีอันตรายใดๆ และมักจะหายได้ภายใน 10-14 วัน

ภาวะนี้มักจะเกิดขึ้นได้โดยไม่มีการบาดเจ็บ หรืออุบัติเหตุใดๆ ต่อลูกตานำมาก่อน ในบางรายเป็นหลังจากการไออย่างแรง หรือจามมากมาก่อน โดยทั่วไปแล้วภาวะนี้ไม่ต้องการการรักษาจำเพาะใดๆ เลย

อาการ

สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดของภาวะนี้ก็คือการมีแผ่นปื้นของเลือดออกที่บริเวณ ตาขาว (Sclera) ภาวะนี้มักจะไม่ทำให้เกิดอาการ ตามัว หรือการมีขี้ตาหรือน้ำตามากกว่าปกติ หรืออาการปวดแต่อย่างใด อาการเดียวที่มักจะพบคือ อาการเคืองๆ และไม่สบายตาเท่านั้น

เมื่อไรที่ต้องไปหาหมอ ?

เราควรไปหาหมอเมื่อมีกรณีดังต่อไปนี้

  • ภาวะนี้เกิดในเด็กๆ ควรพาไปตรวจเช็คเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะร้ายแรงอื่นๆ แอบแฝงอยู่
  • มีอาการเป็นซ้ำๆ
  • มีภาวะเลือดออกอื่นๆ ร่วมด้วย

สาเหตุ

สาเหตุของภาวะนี้มักจะไม่มีสาเหตุแน่ชัด แต่ในบางรายเกิดจาก

  • อาการไออย่างรุนแรง
  • การจามอย่างแรง
  • การยกของหนักๆ
  • การอาเจียนอย่างแรง

ปัจจัยที่จะทำให้เกิดภาวะนี้ได้ง่ายขึ้น

  • คนไข้ที่เป็นโรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, เด็กแรกเกิดที่เพิ่งผ่านการคลอดมา
  • คนไข้ที่กินยา ป้องกันเลือดแข็งตัว เช่น Warfarin, Aspirin
  • กินยาสมุนไพรบางชนิดอยู่ เช่น Gingo

ภาวะแทรกซ้อนของภาวะนี้

ภาวะนี้แทบจะไม่ภาวะแทรกซ้อนใดๆ เลย

การตรวจพิเศษเพื่อช่วยในการวินิจฉัย

โดยส่วนใหญ่แล้วคนไข้ที่มีภาวะนี้ มักจะไม่ต้องทำการตรวจใดๆ เพิ่มเติม แต่แพทย์มักจะต้องซักประวัติสุขภาพโดยทั่วไปของคนไข้ และจะวัดความดันโลหิตเพื่อดูว่ามีภาวะความดันโลหิตสูงหรือไม่  ในบางรายต้องทำการตรวจเลือดเพื่อหา ภาวะโรคที่ทำให้มีภาวะเลือดออกที่ผิดปกติด้วย

การรักษา

มักจะใช้ยาหยอดตาที่เป็นน้ำตาเทียมหยอด เพื่อลดอาการระคายเคืองตา ส่วนเลือดที่ออกนั้นจะจางหายไปได้เองภายใน 10-14 วัน โดยไม่ต้องทำการรักษา

การป้องกัน

ในปัจจุบันยังไม่มีทางในการป้องกันภาวะนี้ได้ นอกจากกรณีที่เราทราบสาเหตุแน่ชัด เช่น เราเกิดภาวะนี้เพราะการทานยาที่ป้องกันการแข็งตัวของเลือดอยู่มากกว่าที่ควรจะเป็น

 

Author: drdragon

Share This Post On
Share This