
จากข่าวคราวการระบาดของเชื้อนี้ ล่าสุดเมื่อเดือน สิงหาคม 2009 ที่เมือง Ziketan จังหวัด Qinghai ประเทศจีน ทำให้มีคนตาย 3 คน ทำให้ทางการจีนต้องทำการกักกันโรค และออกมาให้ความมั่นใจกับคนทั่วไปว่า สามารถควบคุมการระบาดของโรคได้แล้วนั้น ข่าวนี้ได้สร้างความกังวลใจให้กับคนไทย มากพอสมควร เพราะขนาดไข้หวัดใหญ่ 2009 อยู่ไกลถึงประเทศเม็กซิโก ยังข้ามทวีปมาฆ่าคนไทยได้เกือบหนึ่งร้อยคนแล้ว แต่นี่ประเทศจีนซึ่งอยู่ห่างจากเราไม่มาก เราจะรอดไหม เราคงต้องดูฝีมือของรัฐบาลไทย และสถาบันองค์การทางสาธารณสุขของประเทศเรากันต่อไปครับว่าจะปกป้องชีวิตคนไทยได้ไหม แต่ผมว่าก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักเจ้าโรคนี้กันก่อนครับ
กาฬโรค เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแกรม เนกาทีฟ แบคทีเรียที่ชื่อว่า Yersinia Pestis
ลักษณะของโรคนี้มี 3 รูปแบบตามตำแหน่งของการติดเชื้อคือ

1. กาฬโรคปอด ( Pneumonic plague )
คือมีการติดเชื้อที่ปอด การติดเชื้อนี้อาจจะเกิดจากการที่คนไข้ติดเชื้อกาฬโรคแบบต่อมน้ำเหลือง แล้วเชื้อแพร่กระจายไปตามกระแสเลือด ไปติดเชื้อที่ปอด หรืออีกทางของการติดเชื้อก็คือ การติดเชื้อโดยตรงจากการหายใจเอาเชื้อที่อยู่ในละอองฝอยของสารคัดหลั่งที่คนไข้ที่ติดโรคนี้ที่ปอดไอจามออกมา คือเป็นการติดเชื้อจากคนสู่คน เคยมีการรายงานการติดเชื้อจากการผ่าหรือสัมผัสใกล้ชิดกับซากของสัตว์ที่ติดเชื้อนี้ด้วย โรคกาฬโรคปอดนี้มีอัตราการตายสูงมาก ในปัจจุบันพบอุบัติการณ์ของโรคนี้เป็นครั้งคราวทั่วโลก แต่ทวีปที่พบมากที่สุดคือ ทวีปแอฟริกา
อาการ:
มีไข้ ปวดหัว อ่อนเพลีย ไอ ไอเป็นเลือดพบได้บ่อย หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก และเกิดปอดอักเสบอย่างรวดเร็ว หลังจากปอดอักเสบ 2-4 วัน ก็จะมีการหายใจล้มเหลว และ ภาวะช็อคตามมาและเสียชีวิต ในบางรายเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมง
การรักษา โรคนี้มีความรุนแรงและรวดเร็วมาก ต้องทำการรักษาให้ยาฆ่าเชื้อภายใน 24 ชั่วโมงหลังเริ่มมีอาการ ยาที่ใช้ในการรักษาและได้ผลดีก็คือ gentamycin, streptomycin, tetracycline, chloramphenicol, Doxycycline, fluoroquinolone ในคนที่มีประวัติสัมผัสโรคจากคนที่เป็นโรค ควรได้รับยาปฏิชีวนะดังกล่าวข้างต้นเป็นเวลา 7 วันเพื่อป้องกันการเป็นโรค ส่วนการป้องกันการติดเชื้อจากคนที่เป็นโรคที่มีประสิทธิภาพดีคือ การใส่ผ้าปิดปากและจมูกที่แนบสนิทหน้าเป็นอย่างดี คนที่เป็นโรคนี้แล้วไม่ได้รับการรักษาพบว่ามีอัตราการตายถึง 100% เลยทีเดียว

2. กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง ( Bubonic Plague )
คือมีการติดเชื้อที่ต่อมน้ำเหลือง โดยเริ่มต้นที่ผู้ป่วยโดนหมัดที่ติดเชื้อกัด (หมัดนี้มักเป็นหมัดที่อยู่ในสัตว์พวกหนู เมื่อหนูติดเชื้อแล้วตาย หมัดก็ออกจากหนูแล้ว มาอยู่ในคนและกัดคน) แล้วเชื้อเข้าสู่ร่างกายคนที่ถูกกัดแล้วกระจายไปตามท่อน้ำเหลือง ไปที่ต่อมน้ำเหลือง ทำให้ต่อมน้ำเหลืองมีเลือดออก อักเสบ บวม และเกิดเนื้อตายในต่อมน้ำเหลืองนั้น ภาวะนี้สามารถลุกลามไปเป็นกาฬโรคของปอด และกาฬโรคในกระแสเลือดได้, 50% ของคนที่เป็นโรค Bubonic plague นี้ แล้วไม่ได้รับการรักษาจะตายภายใน 3-7 วัน
อาการ
ของโรค มีอาการต่อมน้ำเหลืองบวม ปวด อักเสบ พบมากที่ รักแร้ คอ และต้นขา อาการอื่นๆ ที่อาจจะมีเช่น มีจุดแดงที่ผิวหนัง และกลายเป็นจุดสีดำในเวลาต่อมา, อาการอาเจียนเป็นเลือด อ่อนเพลีย ไอ ปวดแขนขา หายใจหอบ มีอาการเน่าเปื่อยของผิวหนังแม้ว่าผู้ป่วยยังมีชีวิตอยู่สร้างความเจ็บปวดให้ผู้ป่วยอย่างมาก
การรักษา
เหมือนการรักษาของกาฬโรคปอด
การระบาดของ กาฬโรคที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ การระบาดที่ชื่อว่า Black Plaque เริ่มเมื่อปี ค.ศ. 1346 ทำให้มีคนตายประมาณ หนึ่งในสี่ของประชากรทั้งหมดของยุโรปเวลานั้น

3. กาฬโรคในกระแสเลือด ( Septicemic plague )
คือมีการติดเชื้อในกระแสเลือด มักเริ่มต้นด้วยการติดเชื้อกาฬโรคในรูปแบบอื่นก่อน แล้วเชื้อกระจายเข้าสู่กระแสเลือด และอาจทำให้เกิดภาวะ DIC ( Dissemminated Intravascular Coagulation) ทำให้คนไข้ถึงแก่ความตายได้ % สูงมาก
อาการ
มีไข้สูง อาเจียนอย่างรุนแรง มีรอยปื้นที่ผิวหนังสีม่วง

ตัวนำโรค กาฬโรค