
เสียงตะโกนโหวกเหวกหน้าห้องคลอด จับใจความได้ว่าหนุ่มใหญ่ได้พาภรรยาสุดที่รักมาคลอดที่โรงพยาบาลหรูแห่งหนึ่ง และเมื่อได้พบลูกหลังคลอดก็ตกใจ และโกรธหมอเพราะพบว่าที่ศรีษะของลูกมีรอยแผลแตก จึงเข้าใจว่าหมอทำลูกตนเองตกพื้น หมอทำคลอดปฏิเสธอย่างแข็งขันว่าไม่ได้ทำตกพื้น แต่มันมีมาอยู่เดิมจากในครรภ์ แต่พ่อเด็กไม่เชื่อและถามว่า ถ้าไม่ทำตกพื้นจะเกิดแผลได้อย่างไร? วันนี้เรามาดูกันครับว่าแผลเกิดได้อย่างไร
Aplasia Cutis Congenita
เป็นความผิดปกติตั้งแต่แรกเกิดของหนังศรีษะ มีลักษณะจำเพาะคือมีการ สูญเสียอย่างจำเพาะที่ (ของหนังศรีษะ) ของ ชั้น Epidermis (หนังกำพร้า), Dermis (หนังแท้), หรือในบางครั้ง ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous) ด้วย
การระบาดวิทยา
อายุ : พบตั้งแต่แรกเกิด
เพศ : ชาย = หญิง
ความชุก : พบได้น้อยมาก
ต้นเหตุ : ไม่ทราบแน่ชัด
พันธุกรรม : ส่วนใหญ่จะพบว่าเกิดขึ้นเอง แต่ในบางรายก็พบมีประวัติในครอบครัว
พยาธิสรีระวิทยา
กลไกที่แน่นอนในการเกิดภาวะนี้ ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีการตั้งสมมุติฐานว่า เกิดจากการหยุดการเจริญเติบโตของผิวหนัง ในระยะตัวอ่อน (Embryo)
ประวัติ
Aplsia Cutis Congenita จะพบการมีแผลที่ไม่มีอาการเจ็บ ที่หนังศรีษะ ตอนแรกเกิด และเมื่อแผลหายจะกลายเป็นแผลเป็น
การตรวจร่างกาย
พบแผลที่หนังศรีษะ และเมื่อแผลหายจะกลายเป็น “แผลเป็น” ในแผลเป็นจะไม่พบ ผม หรือโครงสร้างของผิวหนัง (Skin Appendage) อื่นๆ
ขนาด : 1-3 เซนติเมตร
รูปร่าง : รูป กลม หรือรูปไข่ หรือ รูปดาวเทียม
จำนวน : พบเดี่ยวๆ ประมาณ 70%
พบ 2 แผล ประมาณ 20 %
พบ 3 แผล หรือมากกว่า ประมาณ 10%
สี : ชมพู หรือ แดง เวลาหายเป็นแผลเป็นจะเป็นสี ขาวอมน้ำตาล
การกระจาย : 50% พบที่แนวกลาง หรือกลางกระหม่อม
30% พบในบริเวณใกล้เคียง หรือข้างๆ แนวกลาง
พบน้อยมากที่ หน้า ลำตัว หรือแขนขา
โดยทั่วไป Aplasia Cutis Congenita เป็นโรคที่มักพบเดี่ยวๆ แต่ในบางรายที่พบได้ยากมาก จะพบร่วมกับ การผิดปกติทางการเจริญเติบโตอื่นๆ เช่น ความผิดปกติทาง กระดูก, หัวใจ, ระบบประสาท, หรือหลอดเลือด
การวินิจฉัยแยกโรค
ต้องแยกจากโรคหมอทำ (Iatrogenic Birthing Injuries) เช่น แผลจากการใช้คีมคีบช่วยคลอด (Forceps) หรือการติดที่ตรวจทางไฟฟ้าที่หนังศรีษะ (Scalp Electrode Monitors)
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
การตรวจทางพยาธิวิทยาของผิวหนัง การตัดชิ้นเนื้อบริเวณแผลไปตรวจ จะไม่พบชั้นหนังกำพร้า และโครงสร้างของผิวหนังอื่นๆ ในผิวหนังนั้น บางรายที่พบน้อยมากอาจจะไม่พบแม้แต่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง
การดำเนินโรคและการพยากรณ์โรค
การพยากรณ์โรคของโรคนี้ที่มาเดี่ยวๆ จะดีมาก แผลจะค่อยๆ หายไปภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ และจะหลงเหลือรอยแผลเป็นนี้ไว้ตลอดชีวิต แต่ไม่มีอาการใดๆ
การรักษา
- การดูแลจำเพาะที่ของแผลแรกเกิด ดังนี้
- เช็ดทำความสะอาดแผลด้วยน้ำอุ่นและสำลี อย่างเบาๆ
- ป้ายาฆ่าเชื้อโรคบางๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำเติม เช่น ป้ายยา Bactroban, Bacitracin, Polysporin, Neosporin
- ปิดผ้าเพื่อป้องกันการบาดเจ็บซ้ำเติม เมื่อแผลหายจะมีแผลเป็น แต่สามารถปิดบังไม่ให้เห็นได้ด้วยผมรอบๆ ข้างเมื่อโตขึ้น
- การรักษาอื่นๆ
- นัดดู “แผลเป็น” เป็นระยะๆ เพื่อดูการเปลี่ยนแปลง เพราะ “แผลเป็น” มีความเสี่ยงต่อการกลายเป็นเนื้องอกได้
- ในบางรายมีการผ่าตัดแก้ไขที่แผลเป็น หรือมีการทำการปลูกผม